พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงมาตรฐานตามตำราตรียัมปวายนั้น มีทั้งหมด 9 พิมพ์ทรง โดย 5 พิมพ์ทรงแรก มีพิมพ์ทรงใหญ่ พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงเกศบัวตูม พิมพ์ทรงปรกโพธิ์นั้น ส่วนใหญ่เป็นการแกะล้อพิมพ์ทรงของวัดระฆังฯ ที่มีการเล่นหาอยู่ก่อนหน้า ส่วน 4 พิมพ์ทรงหลังอันได้แก่ พิมพ์ทรงเส้นด้าย พิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์ฐานคู่ พิมพ์ทรงอกครุฑ (“อาจารย์ประกิต หลิมสกุล หรือพลายชุมพล หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ บอกว่า พิมพ์ทรงอกครุฑ มีของวัดระฆังฯด้วยเช่นกัน”) วงการพระเครื่องในปัจจุบัน เชื่อกันว่าเป็นพิมพ์ที่มีการแกะขึ้นมาภายหลังเพื่อใช้ในการสร้างพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อบรรจุกรุพระเจดีย์ใหญ่ เมื่อปี พ.ศ. 2413 น่าสนใจว่า พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงใหญ่ ที่เป็นพิมพ์ทรงที่มีคุณค่านิยมมากที่สุด ในบรรดาพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมทั้งหมดนั้น มีลักษณะของการแกะแม่พิมพ์ที่เป็นการล้อพิมพ์ใหญ่ของพระสมเด็จวัดระฆังฯเป็นอย่างไรบ้าง
นิรนาม แห่งนิตยสาร พรีเชียส ของผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ได้แยกพิมพ์ย่อยพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงใหญ่ ออกเป็น 3 พิมพ์ทรงย่อยประกอบด้วย 1. พิมพ์ลึก 2. พิมพ์ตื้น 3. พิมพ์ลึกมีเส้นแซมใต้ตัก โดยที่พิมพ์ทรงย่อยที่ 1 และ 3 นั้นมีพุทธศิลปะที่คล้ายกับพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงที่ 2 (นิรนาม ได้กำหนดพิมพ์ทรงย่อยของพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงใหญ่ ออกเป็น 4 พิมพ์ทรงย่อย โดย พิมพ์ทรงย่อยที่ 1 คือพิมพ์ทรงพระประธาน มีเส้นแซมใต้ตัก นิรนาม บอกว่า พิมพ์ทรงย่อยที่ 2 คือพิมพ์ทรงอกวี นิรนาม บอกว่า พิมพ์ทรงนี้ที่จริงแล้วมีเส้นแซมใต้ตักเช่นกัน แต่อยู่ชิดกับหน้าตักมากกว่า บางองค์จึงดูไม่เห็นเส้นแซมใต้ตักชัดเจนนัก พิมพ์ทรงที่ 3 คือ พิมพ์ทรงอกกระบอก และพิมพ์ทรงที่ 4 คือ พิมพ์ทรงเกศทะลุซุ้ม) จุดสังเกตแบบเร็วๆ อย่างหนึ่งก็คือ ในขณะที่พระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงใหญ่ทุกพิมพ์ทรงย่อยนั้น เส้นขอบแม่พิมพ์ทางด้านซ้ายมือองค์พระจะยาวลงมาจรดเส้นซุ้มครอบแก้ว ที่บริเวณข้อศอกองค์พระ แต่สำหรับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงย่อยที่ 1 และพิมพ์ทรงย่อยที่ 3 นั้น เส้นขอบแม่พิมพ์ทางด้านซ้ายมือขององค์พระ จะลงมาจรดซุ้มครอบแก้ว บริเวณประมาณหัวไหล่ขององค์พระ
...
สำหรับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงใหญ่ พิมพ์ทรงที่ 2 (พิมพ์ตื้น) นั้น ผู้เชี่ยวชาญพระสมเด็จฯมักกล่าวกันว่า เป็นพิมพ์ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ โดยเฉพาะ เนื่องจากพุทธลักษณะมีความแตกต่างกับพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่อย่างชัดเจน นิรนาม บอกด้วยว่า พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงใหญ่ที่เล่นหากันนั้น จะเป็นพิมพ์ทรงตื้นมากที่สุด
“ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” เคยนำเสนอถึงแนวคิดว่า ในการแกะแม่พิมพ์ของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม โดยเฉพาะ 5 พิมพ์ทรงแรกนั้น ช่างผู้แกะแม่พิมพ์ (อนุมานจากหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เห็นว่าน่าจะเป็นช่างชุดเดียวกับช่างผู้แกะแม่พิมพ์พระสมเด็จวัดระฆังฯ) ใช้แม่พิมพ์พระสมเด็จวัดระฆังฯเป็นแม่แบบในการแกะ โดยมักจะมีการ “ผ่อนคลายทางพิมพ์ทรง” คือไม่ได้ยึดตาม “รูปแบบของพิมพ์ทรง” อย่างเคร่งครัด เหมือนการแกะแม่พิมพ์ของพระสมเด็จวัดระฆังฯ ซึ่งแม้จะแกะแม่พิมพ์หลายบล็อกในพิมพ์ทรงเดียวกัน แต่ก็จะเห็น “โครงพิมพ์ทรง” ที่มาจาก “รูปแบบพิมพ์ทรง” (ช่างสมัยปัจจุบัน เรียกว่าดรอว์อิ้ง) อันเดียวกัน ในทุกบล็อกแม่พิมพ์
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงย่อยที่ 1 และพิมพ์ทรงย่อยที่ 3 นั้น น่าจะพูดได้ว่ามีการผ่อนคลายทางพิมพ์ทรงไม่มากนัก มีความใกล้เคียงทางพิมพ์ทรงกับพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงใหญ่ ที่เป็นแม่แบบค่อนข้างมาก แต่พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงย่อยที่ 2 หรือที่เรียกว่า “พิมพ์ตื้น” นั้น มีการผ่อนคลายทางพิมพ์ทรงมากกว่า อาจเกิดจากการที่ต้องมีการดำเนินการด้วยความเร่งรีบเพื่อใช้ในการสร้างพระเป็นจำนวนมาก
มีข้อสังเกตที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งก็คือ พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ “พิมพ์ตื้น” นี้ มีผู้กล่าวว่ามีความคล้ายกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้ายใหญ่ เช่นกัน เพียงแต่พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้ายใหญ่ หัวฐานชั้นที่สองทั้งด้านซ้ายและขวา จะไม่มีหัวฐานสิงห์ ต่างกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ ที่หัวฐานชั้นที่สองทั้งสองข้างจะเป็นฐานหัวสิงห์ ในทุกพิมพ์ย่อย (มีผู้ชำนาญการพระสมเด็จฯ บางท่าน ให้ความเห็นว่า พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงเส้นด้ายใหญ่นั้น เป็นพิมพ์ทรงที่มีหัวฐานชั้นที่สองเป็นแบบหัวฐานสิงห์ด้วยเช่นกัน โดยดูจากลักษณะของหัวฐานที่บางท่านเห็นว่าคล้ายหัวฐานสิงห์ อย่างไรก็ตาม หัวฐานสิงห์ที่ว่านั้นอาจจะเกิดจากการแกะของช่างที่บังเอิญมีการตวัดปลายเหล็ก หรือเกิดการเซาะแต่งแม่พิมพ์ที่ทำให้มีลักษณะคล้ายหัวฐานสิงห์ “ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” ขออนุญาตให้น้ำหนักไปในทางที่ว่า พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงเส้นด้ายทุกพิมพ์ทรงย่อยนั้น เป็นพิมพ์ทรงที่ไม่มีหัวฐานสิงห์ โดยจุดนี้ถือว่าเป็นจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งที่ใช้แยกความแตกต่างระหว่างพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงเส้นด้ายใหญ่ และพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงใหญ่ ด้วยเช่นกัน)
...
บทส่งท้าย
“ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” ขออนุญาตส่งท้ายตอนนี้ด้วยการเรียบเรียงแนวทางพิจารณา พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงใหญ่ “พิมพ์ตื้น” ที่เป็นพิมพ์ทรงที่มีการพบเจอเล่นหามากที่สุด มานำเสนอเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาดังต่อไปนี้
1. จุดที่จะแตกต่างกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ลึก และพิมพ์ลึกมีเส้นแซมใต้ตักก็คือ เส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ด้านซ้ายมือขององค์พระจะเป็นแนวเส้นยาวตั้งแต่ขอบบนขององค์พระสมเด็จฯยาวลงมาจรดซุ้มครอบแก้วที่ฐานชั้นที่ 1
2. ซุ้มครอบแก้วจะติดตื้นกว่าพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ลึก และพิมพ์ลึกที่มีเส้นแซมใต้ตัก
3. พระเกศของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ตื้น จะยาวกว่าพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ลึกและพิมพ์ลึกที่มีเส้นแซมใต้ตัก
4. ตำหนิพื้นที่บนหัวไหล่ข้างขวาขององค์พระจะหนากว่า พื้นที่บนหัวไหล่ด้านซ้ายจะบางกว่า
5. หัวเข่าด้านซ้ายขององค์พระจะติดสูงกว่าหัวฐานชั้นสาม
6. หัวเข่าด้านขวาขององค์พระจะติดระดับเดียวกับหัวฐานชั้นที่สาม
7. ฐานชั้นที่สองทั้งด้านซ้ายมือและด้านขวามือจะมีฐานหัวสิงห์
8. มีทั้งในกรุเก่าและกรุใหม่ และสันนิษฐานว่ามีทั้งที่ไม่ได้บรรจุในกรุด้วย แต่ยังไม่เคยพบ
9. สำหรับพิมพ์ด้านหลังขององค์พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมนั้น จุดที่สำคัญที่สุด และเป็นจุดที่แตกต่างจากพิมพ์หลังของพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตารามคือ ขอบตัดขององค์พระทั้งสี่ด้านจะเป็นสันนูนเหมือนขอบกระด้ง นอกนั้นจะมีรอยต่างๆที่บ่งถึงตำหนิในพิมพ์หลังของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ คือ มีรอยหดเหี่ยวเป็นรอยย่น, มีรอยเป็นเส้นๆ เหมือนเส้นเสี้ยน, มีรอยบั้งๆ และขาดตอน
...
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่เพจ พระสมเด็จศาสตร์ โดย พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ และขอขอบคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ที่กรุณาเอื้อเฟื้อรูป พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมองค์ครู เพื่อให้ความรู้ และขอขอบคุณท่านเจ้าของพระท่านปัจจุบัน พระองค์นี้เป็นพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงใหญ่ พิมพ์ตื้น ที่งดงามมากอีกองค์หนึ่ง พิมพ์ทรงถูกต้องตามตำรา เป็นพิมพ์ทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดบางขุนพรหม (เส้นซุ้มมีขนาดค่อนข้างเล็กและตื้นกว่าของวัดระฆังฯ) หัวฐานชั้นที่สองปรากฏลักษณะของหัวสิงห์ที่เป็นตัวบอกความแตกต่างระหว่างพิมพ์ทรงใหญ่และพิมพ์ทรงเส้นด้ายใหญ่ แต่ไม่ชัดเจนนัก มีวรรณะออกน้ำตาลอ่อน มีคราบขี้กรุปกคลุมเล็กน้อยทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลังองค์พระ ด้านหลังเป็นแบบหลังเรียบ ด้านหน้าเห็นรอยขอบนูนเป็นสันขึ้นเล็กน้อยบริเวณเส้นกรอบบังคับพิมพ์ทางด้านซ้ายมือองค์พระ ส่วนขอบปลิ้นไม่ปรากฏ น่าจะเกิดจากการตัดขอบพระแคบทำให้ตัดขอบปลิ้นทิ้งไปทั้งหมด เป็นองค์ต้นแบบที่ดีเพื่อใช้ในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม ติดตามอ่านบทความอื่นเพิ่มเติมได้ที่ คอลัมน์ ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ
ผู้เขียน พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ อดีตตำรวจพิสูจน์หลักฐาน
เพจเฟซบุ๊ก – พระสมเด็จศาสตร์
...