การเล่นหาพระสมเด็จฯของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระสมเด็จวัดระฆังฯนั้น มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่งที่ “ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” ขออนุญาตมานำเสนอ คือเรื่องของการขยายพิมพ์ทรงหรือ การยอมรับพิมพ์ทรงใหม่ๆ ว่าเป็นพระสมเด็จฯที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต เป็นผู้สร้าง
มีกรณีศึกษาอยู่ 2 เรื่องที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สามารถนำมาอธิบายถึงประเด็นนี้ได้ กรณีแรกก็คือเรื่องราวของพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงปรกโพธิ์ ที่จากเดิมส่วนมากไม่ยอมรับกันว่าเป็นพระที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตเป็นผู้สร้าง นิรนาม ผู้เชี่ยวชาญพระสมเด็จฯ แห่งนิตยสาร พรีเชียส ของผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ (ตีพิมพ์ช่วงปี พ.ศ. 2538 ถึง พ.ศ. 2542) ได้เคยกล่าวว่า ยังไม่เคยเห็นพระพิมพ์ทรงนี้ที่มีเนื้อหามวลสารเป็นของพระสมเด็จวัดระฆังฯมาก่อน นิตยสารพรีเชียสเองในเวลานั้น ก็ไม่ได้จัดให้พระสมเด็จฯพิมพ์ทรงนี้เป็นพระสมเด็จฯที่สร้างโดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตเช่นกัน “ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” ได้เคยเสนอความเห็นว่า ที่วงการนักสะสมพระสมเด็จฯในช่วงเวลานั้นไม่นิยมเล่นหาพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงนี้ ก็อาจเนื่องมาจากการที่พระสมเด็จฯพิมพ์ทรงนี้พบเจอได้น้อยมาก อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงนี้เริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลหนึ่งที่มีการนำมาสนับสนุนว่าพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงนี้สร้างโดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตก็คือ การพบพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงปรกโพธิ์เมื่อคราวเปิดกรุพระเจดีย์ใหญ่ วัดใหม่อมตรส ในปี พ.ศ. 2500 (พระกรุใหม่) (ตรียัมปวาย บอกว่าพบพิมพ์ทรงปรกโพธิ์ทั้งสิ้นเป็นจำนวน 17 องค์ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับพิมพ์ทรงอื่นๆ) ทำให้เชื่อกันว่าน่าจะมีการสร้างพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงนี้ด้วยเช่นกัน อาจารย์ประจำ อู่อรุณ ผู้เชี่ยวชาญพระสมเด็จฯเคยบอกว่า ก่อนการเปิดกรุครั้งใหญ่ดังกล่าว พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงนี้ (พระกรุเก่า) เป็นพิมพ์ทรงที่พบเจอได้น้อยมากเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงปรกโพธิ์ถือว่าเป็นพิมพ์ทรงที่เล่นหากันด้วยมูลค่าที่สูงด้วยเช่นกัน โดย “ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” จะขออนุญาตนำพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงนี้มาอธิบายขยายความในโอกาสที่เหมาะสมอีกครั้ง
...
กรณีศึกษาที่สอง ถือว่าเป็นกรณีศึกษาที่มีความคลาสสิกมากด้วยเช่นกัน คือกรณีของพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงเกศบัวตูม โดยแต่เดิมนั้น วงการนักสะสมพระสมเด็จฯเชื่อกันว่า พระสมเด็จฯพิมพ์ทรงนี้มีพิมพ์ทรงย่อยเพียงพิมพ์ทรงเดียว ก็คือ พิมพ์ฐานสิงห์แคบ (องค์ที่โด่งมากก็คือองค์คุณมนตรีฯ) นิรนาม ได้พูดถึงพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงนี้ไว้ในนิตยสารพรีเชียสว่า “สำหรับพิมพ์เกศบัวตูมนี้ ได้รับการเรียกขานมาตั้งแต่ชั้นพ่อชั้นปู่ของกระผมแล้ว สาเหตุที่เรียกกันก็เพราะว่า พระเกศขององค์พระจะมีลักษณะเหมือนดอกบัวตูม โดยเฉพาะองค์ที่ติดชัดจะเห็นชัดเจนมาก ผิดกับพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตารามพิมพ์อื่น เช่นพิมพ์ใหญ่และพิมพ์ฐานแซม มักจะเรียวยาว พิมพ์ทรงเจดีย์มักจะมีรอยหยักคล้ายพวงมาลัยครอบพระเกศ... พิมพ์เกศบัวตูมจะเป็นศิลปะนูนลึกและไม่ค่อยอ่อนช้อยนัก หนักไปทางเน้นความหนาและสง่างาม องค์ประกอบต่างๆจะดูหนาแข็ง ไม่ว่าจะเป็นช่วงจากหน้าตักขององค์พระมาถึงฐานชั้นล่างสุด เส้นหน้าตักและเส้นฐานจะหนาเป็นแท่งผิดกับพิมพ์อื่นๆ เส้นซุ้มครอบแก้วจะหนาใหญ่เป็นพิเศษ เหมือนนำหวายผ่าซีกมาวางไว้บนพื้นขององค์พระ... สำหรับพิมพ์ทรงเกศบัวตูมนี้ จากการศึกษาของกระผมนั้นมีอยู่พิมพ์เดียว” (อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าที่ นิรนาม มองว่ามีอยู่พิมพ์เดียวนั้น ได้จัดรวมฐานสิงห์กว้างและฐานสิงห์แคบ ซึ่งบางองค์ความยาวของฐานสิงห์ไม่ต่างกันมากนัก รวมอยู่ในพิมพ์ย่อยพิมพ์เดียวกัน)
ในเวลาต่อมา ได้มีผู้นำ พระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ฐานสิงห์กว้าง เข้าสู่ตลาดพระ โดยจัดว่าเป็นพิมพ์ทรงย่อยพิมพ์ทรงที่สองของพิมพ์ทรงนี้ อาจารย์ประกิต หลิมสกุล หรือพลายชุมพล แห่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ บอกว่าพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงเกศบัวตูม พิมพ์ฐานสิงห์กว้างนั้น เพิ่งได้รับการจัดเป็นพิมพ์ทรงย่อยมาตรฐานในวงการพระเครื่อง เมื่อประมาณยี่สิบกว่าปีมานี้เอง
อาจารย์ประกิต ยังได้อธิบายขยายความถึงองค์ความรู้ในเรื่องพระสมเด็จฯพิมพ์เกศบัวตูมโดยอ้างอิงถึงตำราของตรียัมปวาย ว่ามีถึง 5 พิมพ์ทรงย่อยไว้ดังนี้ คือ พิมพ์เขื่อง พระเพลาขัดราบ พิมพ์โปร่ง พระเพลาขัดเพชร พิมพ์สันทัด พระเพลาขัดเพชร พิมพ์ย่อม พระเพลาขัดราบ และพิมพ์เกศบัวเรียว พระเพลาขัดเพชร
บทส่งท้าย
พระสมเด็จฯของท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตโดยเฉพาะพระสมเด็จวัดระฆังฯนั้น มีการเล่นหาเป็นที่นิยมกันมาอย่างยาวนาน หรือตั้งแต่เมื่อเริ่มสร้างก็ว่าได้ พิมพ์ทรงเนื้อหาที่เป็นที่ยอมรับกันนั้น มีการกำหนดกฏเกณฑ์กันมาอย่างไม่มีรูปแบบตายตัวนัก อาศัยการชี้แนะโดยเซียนพระที่เป็นที่ยอมรับกันในวงการพระเครื่อง เป็นการสร้างองค์ความรู้ที่มาจากการปฎิบัติจริง ซึ่งก็ถือว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่ยอมรับได้เช่นกัน และพิมพ์ทรงพระที่เล่นหากันว่าเป็นพระแท้ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตก็มีการปรับเปลี่ยนเรื่อยมาตามยุคสมัยเช่นเดียวกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นไปในทิศทางของที่มีการยอมรับพิมพ์ทรงใหม่มากขึ้นรื่อยๆ ดังเช่นตัวอย่างที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น การศึกษาพระสมเด็จฯตามหลักวิชาการพิสูจน์หลักฐานนั้น ถือว่าเป็นการศึกษาแนวใหม่ที่อ้างอิงหลักการต่างๆที่น่าเชื่อถือ มีความเป็นไปได้ว่าการศึกษาตามแนวทางนี้ อาจจะนำไปสู่การพบเจอพระสมเด็จพิมพ์ทรงใหม่ๆที่เชื่อว่าท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตเป็นผู้สร้างมากขึ้นด้วยเช่นกัน
...
“ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” ขออนุญาตส่งท้ายตอนนี้ด้วยหลักการพิจารณาพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงเกศบัวตูม แบบฐานสิงห์แคบ หรือพิมพ์ย่อยที่หนึ่ง ของ นิรนาม เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ดังต่อไปนี้
1. พระเกศมีลักษณะเหมือนดอกบัวตูม
2. บริเวณพระนลาฎ (หน้าผาก) จะค่อยๆเอียงลาดจากบริเวณหัวคิ้วขึ้นไปรองรับโคนพระเกศ
3. พระกรรณทั้งสองข้างจะเป็นสันนูนและเป็นเส้นโค้งหนา ลักษณะคล้ายหูบายศรี ลากยาวทอดมาบริเวณพระอังสา (บ่า) ทั้งซ้ายขวา เนื้อบริเวณหัวไหล่ทั้งสองข้างลงมาถึงรักแร้จะหนามากเป็นพิเศษแตกต่างจากพิมพ์อื่น
4. หัวเข่าด้านซ้ายองค์พระจะกลมมน ส่วนหัวเข่าด้านขวาจะมีลักษณะโค้งและลาดเอียงมากกว่า
5. บริเวณหน้าตักองค์พระค่อนมาทางด้านขวาจะพบฝ่าพระบาทยื่นออกมาใต้หน้าตักชัดเจน
6. เส้นแซมจะเป็นรอยฐานเล็กๆขึ้นาก่อนที่จะเป็นเส้นแซม จะสังเกตได้ชัดเจนบริเวณเหนือฐานชั้นที่สอง
7. จุดเริ่มของเส้นแซมใต้หน้าตักบริเวณหัวฐานด้านขวาขององค์พระจะติดกับหัวฐานชั้นที่สาม
8. มีเนื้อหามวลสารมาก
9. หนากว่าพิมพ์ใหญ่และพิมพ์ฐานแซมอย่างเห็นได้ชัด ไล่เลี่ยกับพิมพ์ทรงเจดีย์
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่เพจ พระสมเด็จศาสตร์ โดย พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ และขอขอบคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ที่กรุณาเอื้อเฟื้อรูป พระสมเด็จวัดระฆังฯองค์ครู อีกองค์หนึ่ง เพื่อให้ความรู้ และขอขอบคุณท่านเจ้าของพระท่านปัจจุบัน พระองค์นี้เป็นพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงเกศบัวตูม แบบฐานสิงห์แคบ องค์ครู ที่งดงามมากอีกองค์หนึ่ง พิมพ์ทรงถูกต้องตามตำรา เนื้อหนึกนุ่ม (มักไม่ปรากฏลายแตกลายงา) มีเม็ดพระธาตุปรากฏให้เห็น มีรอยรูพรุนขนาดเล็ก หรือที่เรียกว่ารูพรุนเข็ม ปรากฏรอยหนอนด้น ด้านหลังเป็นแบบหลังเรียบ มีรอยปูไต่ (ขอบกระเทาะ) ที่แสดงถึงธรรมชาติความเก่าชัดเจนบริเวณริมขอบขวา ปรากฏคราบคล้ายน้ำมันตังอิ๊วด้านหลัง เป็นองค์ต้นแบบที่ดีเพื่อใช้ในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพระสมเด็จวัดระฆังฯ
...
ผู้เขียน พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ อดีตตำรวจพิสูจน์หลักฐาน
เพจเฟซบุ๊ก – พระสมเด็จศาสตร์