คนรักพระกริ่งวัดสุทัศน์ เมื่อเอ่ยชื่อพระกริ่งเทพโมฬี ก็รู้กัน นี่คือพระกริ่งที่สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ สร้างขึ้นเป็นรุ่นแรก เมื่อปี 2441 ขณะท่านดำรงสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะ ที่พระเทพโมฬี และมีจำนวนเพียง 9 องค์ และว่ากันว่า ทุกองค์จารเลขไทยตั้งแต่ 1 ถึง 9

ในหนังสือมรดกล้ำค่า สมเด็จพระสังฆราชแพ ติสสเทวมหาเถระ เล่มคุณ บุญเหลือ ออประเสริฐ มีภาพนำเสนอไว้ 3 องค์ องค์จารก้นเลข 1 เรียกองค์คุณเป็งย้ง องค์เลข 4 สภาพสึก มีคนจำได้ เดิมเป็นของคุณเนี้ยว สำโรง และองค์ที่สาม สภาพคมชัด องค์อาจารย์หนู องค์นี้ก้นไม่จารเลข

ทั้งสามองค์ คุณบุญเหลือบรรยายเหมือนกัน...เนื้อนวโลหะ ภายในขาวคล้ายเงิน หล่อแบบกริ่งในตัว

นี่เป็นสูตรผสมพระกริ่งสังฆราชแพ รุ่นต่อมา จนถือเป็นหลักเกือบทุกรุ่น เนื้อสามชั้น ทดสอบกันด้วยการขัดผิว จากดำก็จะเห็นผิวเงินขาว ขัดต่อจึงเจอเนื้อในสุดสีนาก และหากเป็นพระแท้ ไม่นานเนื้อพระจะกลับดำเหมือนเดิม

ต่อๆ มา เริ่มมีพระกริ่งรุ่นเทพโมฬี ให้เห็นในวงการ นับรวมจากหนังสือหลายเล่มเกือบสิบองค์ ทุกองค์แต่งไม่เหมือนกัน และหลายองค์ไม่จารเลขที่ก้น...จึงมีคำอธิบาย กริ่งเทพโมฬี ยังมีรุ่น 2 สร้างในปี 2442

องค์ที่แปลกและแตกต่าง เส้นสายลายพิมพ์คล้าย แต่เนื้อผสมไปออกเป็นเมฆสิทธิ์ ในหนังสือพระกริ่งฯที่วัดสุทัศน์จัดพิมพ์เอง พ.ศ.2517 ระบุเป็นรุ่นธรรมโกษาจารย์ (พ.ศ. 2443-2454)

องค์เดียวกันนี้ ต่อมาอาจารย์กิจจา วาจาสัจ ระบุในหนังสือเล่ม พระกริ่งเมืองสยาม เป็นรุ่นเทพโมฬี จึงน่าจะถือกันว่า นี่คือเทพโมฬีรุ่น 2

แฟนพันธุ์แท้ที่ติดตาม พอรู้ว่าแม่พิมพ์พระกริ่งเทพโมลี เจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี (สนธ์) ท่านสร้างเนื้อกลับดำไว้องค์เดียวเมื่อปี 2491 เจ้าคุณวิเชียร เลขาสมเด็จพระสังฆราชแพ สร้างเนื้อเหลืองอีก 108 องค์ แต่ไม่สวยเรียบร้อยนัก

...

ส่วนของปลอมนั้น มีออกมาลองของคนรักพระกริ่งจำนวนไม่น้อย ทั้งเนื้อหาและพิมพ์ใกล้เคียง แต่ที่ยังตามของแท้ไม่ทัน คือความเก่าตามอายุการสร้าง อย่าลืม รุ่นเทพโมฬี สร้างปี 2441-2 มาถึงวันนี้ กว่าร้อยยี่สิบปีไปแล้ว

รู้จักพระกริ่งเทพโมฬีกันพอควร คราวนี้ ลองทดสอบวิชา ดูพระกริ่งเทพโมฬี เลข 6 องค์ในคอลัมน์วันนี้

ว่ากันเรื่องเนื้อ เต็มสูตรเนื้อกลับสามชั้น ผิวชั้นนอกดำสนิท กระแสเนื้อในผิวชั้นนอก และในร่องรอยแต่ง บอกความเก่าตามธรรมชาติชัดมาก ฝีมือแต่งประณีตถึงมือช่างหลวง...ซึ่งสันนิษฐานว่า สมเด็จพระสังฆราชแพท่านใช้ช่างชุดเดียวกับที่แต่งพระกริ่งปวเรศ

รุ่นต่อๆมา ตั้งแต่ธรรมโกษาไปจบที่เชียงตุง ท่านไม่ใช้ เดาได้ว่าค่าฝีมือช่างคงแพงมาก (เทียบกับพระกริ่งปี 2479 แต่งพอเป็นเค้าองค์ละ 1 บาท)

ข้อพิจารณา ฝีมือจารเลข 6 ไทย...เอาไปเทียบกับหลายองค์ของวงการพอเข้าเค้าไปกับเขาได้ อีกข้อ องค์เลข 6 ยังไม่มีเปิดโฉมให้เห็นว่าซ้ำกัน ข้อนี้เจ้าของคงสงวนไว้ขอคุยได้

อ้อ!อีกเรื่องที่ไม่น่าลืมคุย องค์นี้หล่อแบบกริ่งในตัว มีรอยอุดสนิทเรียบร้อย รูเดียวด้านขวามือเรา เสียงกริ่งยังดังพอได้ยิน.


พลายชุมพล

คลิกอ่านคอลัมน์ “ปาฏิหาริย์จากหิ้งพระ” เพิ่มเติม