คนรักพระสมเด็จที่มีประสบการณ์ รู้กัน มีพระสมเด็จจำนวนไม่น้อย ที่เข้าเลี่ยมในช่วงเวลากึ่งพุทธกาล (ก่อนหรือหลังราว 5 ปี) ด้านหลังกรอบพระบางๆ ไม่ว่าเลี่ยมเงินหรือเลี่ยมทอง ช่างเลี่ยมเอาใจลูกค้า เปิดช่องที่ปิดหลังเป็นลวดลายต่างๆ
ที่เห็นมาก หลังเป็นรูปหัวใจ รูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ที่เห็นน้อย ช่างสลักเป็นลายไทย พระอินทร์ พระพรหม พระนารายณ์ ฯลฯ
พระสมเด็จที่เข้าเลี่ยมแบบนี้ คนแขวนคอไว้ อาบเหงื่อไคลบ้าง อาบน้ำบ้าง ต่อเนื่องยาวนาน
องค์ที่เนื้อสึกลึกลงในเนื้อ เห็นรูปหัวใจ รูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด เห็นองค์เทพ หรือลวดลายไทย เดากันว่า วันเวลาต้องอย่างสิบปีขึ้น
กระบวนการตัดสินพระสมเด็จวัดระฆังแท้นั้น นอกจากพิมพ์ดี เนื้อใช่ ธรรมชาติถูกต้องแล้ว หากเจอหลังถูกใช้สึกเป็นรูปเป็นร่าง นั่นคือตัวช่วยสำคัญให้บันเทิงใจได้เลยว่า แท้ยิ่งกว่าแท้
บางเซียนอาจเผลอฝังใจ รอยสึกหลังอย่างนี้ ในองค์ที่พิมพ์เนื้อพอกล้อมแกล้มไปได้
เคยเจอดีมาแล้วคนปลอมพระรู้ทัน ตกแต่งด้วยการขูดขัดขีดร่องรอยหลังปลอม... เห็นว่าเปิดราคาถูก แค่หลักพัน ก็ซื้อ กว่าจะรู้ เขาปลอมดักทางกันไว้ ก็หมดไปหลายตังค์
ราวๆปี 2530 สมเด็จปลอมเริ่มพัฒนา ใช้ขี้ผึ้งฉาบหลัง แหวะร่องขี้ผึ้งให้น้ำกรดกัด เป็นหลังหัวใจ แต่เมื่อเจอวางขายเกร่อ ก็วาง
บันทึกไว้ในความจำยี่สิบสามสิบปีต่อมา พระปลอมชุดนี้จะถูกตกแต่งดัดแปลงอย่างไร? ผมเองก็ชักงงๆ
เหตุที่ต้องงง...ก็เพราะสมเด็จหลังหัวใจที่เห็นคราบขี้ผึ้งจับหนารอบๆด้านหลัง ที่แน่ใจ “ปลอม” นั้น ลักษณะบางประการไปคล้ายพระสมเด็จที่เข้าเลี่ยมทอง ช่างมักคลี่แผ่นขี้ผึ้งรอบขอบพระทั้งองค์ไว้ เพื่อช่วยให้กดรีดแผ่นทองให้เรียบ
พระเลี่ยมทองสภาพนี้ ถูกใช้หลายสิบปี เปิดเลี่ยมทองออกมาก็เจอคราบขี้ผึ้งเน่า สีดำ คล้ำ ซึมซับเข้าเนื้อพระด้านข้าง บางองค์ก็คล้ำ จากด้านข้างเข้าในพื้นด้านหลัง สภาพปนเปื้อนอย่างนี้ คนไม่รู้จริงตัดสินทันที “ปลอม”
...
กระซิบให้รู้กันไว้การล้างขี้ผึ้งเน่าซึมเข้าเนื้อ ยาก เริ่มด้วยการแช่น้ำมันก๊าดอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง น้ำมันก๊าดจะดูดซับความชื้นในเนื้อพระออกได้ แต่ทิ้งกลิ่นเหม็นมากๆเอาไว้ ต้องแช่ทินเนอร์อีกชั่วโมง ดูดซึมเอากลิ่นออก
ทั้งหมดที่เล่ามา...เพื่อจะเล่าต่อว่า พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ แม่พิมพ์มาตรฐานคุ้นตา องค์ในคอลัมน์วันนี้ ตอนมาถึงมือเห็นรอยเลี่ยมสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดตรงกลาง แต่ทั้งขอบข้างและด้านหลังยังมีคราบขี้ผึ้งเต็ม
ถ้าจิตตกตัดสินพระปลอมก็คงวาง แต่ประสบการณ์ที่เคยซื้อพระเลี่ยมทองโรงจำนำมาหลายองค์จึงเข้าใจ ใช้น้ำร้อนแช่ช่วยให้ขี้ผึ้งละลายบ้าง แล้วค่อยๆขูดล้างสีผึ้งให้บางลงเรื่อยๆ
หมดคราบสีผึ้ง เหลือฝ้ารักสีดำปนน้ำตาลจางๆฉาบส่วนใหญ่ของหลัง ส่วนในหลุม สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดที่สึกลึก นอกจากเห็นความหนึกนุ่มของเนื้อในสมเด็จวัดระฆัง ยังเห็นชิ้นรักน้ำเกลี้ยงในหลุมร่องของ “เม็ดขาว”
บริเวณหลุมสี่เหลี่ยมที่สึกช้ำ เห็นความหนึกนุ่มนี่แหละ เป็นลักษณะชี้ขาดพระสมเด็จ
ด้านหน้าพระองค์นี้ เส้นสายลายพิมพ์ ถูกต้อง เห็นฝ้ารักบางๆในผิวและเนื้อพระระดับกลางๆระหว่างการหนึกนุ่มหนึกแกร่ง แต่คนเป็นพระก็ยังชี้ชัดได้ว่า ด้านหน้าแบบนี้กลมกลืนกับด้านหลัง
ดูเหลี่ยมไหน มุมใด ก็ยังเป็นสมเด็จวัดระฆังแท้
ว่ากันโดยองค์รวม ด้านหน้าพิมพ์ใหญ่วัดระฆังองค์นี้ เป็นพระ “ดูยาก” ความนุ่มคราบฝ้ารารักด้านหลัง เป็นตัวช่วย พลิกสถานการณ์ให้เป็นพระดูง่าย องค์นี้เจ้าของมั่นใจ ใส่ตลับทองแขวนคอใช้นานปี.
พลายชุมพล
คลิกอ่านคอลัมน์ “ปาฏิหาริย์จากหิ้งพระ” เพิ่มเติม