พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังฯ ของแบงค์ เลิศสรรค์ศรัญย์.

เข้าสู่ สนามพระวิภาวดี อาทิตย์สุดท้ายลาเดือน ๕ ที่ยังไม่ทันจะเข้าเดือน ๖ ที่ “ฝนต๊กพรำๆ” ตามเพลงลูกทุ่งเลย น้ำก็มาแล้ว ทำให้เกษตรกรที่กลัวจะแล้งเพราะปีนี้ร้อนจัดหายห่วง ได้น้ำมาให้ทำนาไร่เต็มๆ จนกลายเป็นกังวลว่าน้ำจะมากไปหรือป่าวเนี่ย

เข้าไปดูว่าวันนี้มีองค์ไหนฝ่าฝนมาแวะสนามพระฯของเราบ้าง องค์แรก เป็นพระดีแน่แท้ชัวร์ พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ซึ่งสายตรงพระสมเด็จ ยุคแรก คงจำได้ว่าเป็น องค์ดังในอดีต

เพราะเป็น พระสมเด็จวัดระฆังฯ องค์แชมป์ งานประกวดครั้งใหญ่สุดครั้งแรกของเมืองชลบุรีที่จัดขึ้นโดยนักนิยมพระเจ้าถิ่นแถวหน้า เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๘ โดยมีมืออาชีพทั้งวงการสนับสนุนพรึ่บ

เป็นองค์ที่ยกย่องว่า งามสมบูรณ์ ระดับ Top Ten ที่หลังชนะประกวดเป็นที่ชื่นชมถึงความงามเพียบพร้อมอยู่หลายปี ก่อนถูกเก็บหายเงียบ ไร้ร่องรอยมายาวนานครึ่งศตวรรษ

จึงตื่นเต้นกันเมื่อมีภาพองค์นี้ส่งมา ตอนแรกคิดว่าเป็นพระดีทีเด็ดองค์หน้าใหม่ แต่พอเพ่งนานก็ชักคุ้นจนจำได้เป็นพระองค์แชมป์เมืองชลฯ ซึ่งตอนนี้เจ้าของคือ เสี่ยแบงค์ เลิศสรรค์ศรัญย์ นักนิยมพระชั้นเยี่ยมจอมยุทธ์อีกคน

พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ วัดใหม่อมตรส ของศุภชัย สายัณห์.
พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ วัดใหม่อมตรส ของศุภชัย สายัณห์.

...

องค์ที่สอง เป็น พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ วัดใหม่อมตรส เขตพระนคร กรุงเทพฯ ของ เสี่ยศุภชัย สายัณห์ นักนิยมพระระดับปังอีกคน

เป็นพิมพ์ที่พบมากสุดในสกุล พระกรุบางขุนพรหม ซึ่งมีรายละเอียดในพิมพ์แตกต่างจึงแยกเป็น ๒ พิมพ์ คือ ๑.พิมพ์ไม่มีหู กับ ๒.พิมพ์มีหู แบบองค์นี้

เป็นพระแท้ดูง่าย สภาพงามสมบูรณ์ เพอร์เฟกต์ทั้งฟอร์มทรง พิมพ์พระ ผิวเนื้อฝ้ากรุ มวลสาร จุดตำหนิ ซึ่งเป็นองค์รวมในการพิจารณาพระแท้ที่เป็น “องค์ครู” ได้ดีเยี่ยม

พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ของกำนันมานะ คงวุฒิปัญญา.
พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ของกำนันมานะ คงวุฒิปัญญา.

ถัดไป พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ วัดพระศรี รัตนมหาธาตุ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี สุดยอดพระพิมพ์พุทธศิลป์สมัยอู่ทอง เนื้อดินผสมมวลสารเกสรดอกไม้ ที่บรรจุอยู่ร่วมกรุกับพระมเหศวร พระปทุมมาศ พระกำแพงศอก พระสุพรรณยอดโถ กำแพงคืบ กำแพงนิ้ว และอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นพระเนื้อโลหะ ชินเงิน ชินตะกั่ว--ได้นาม เรียกตามเนื้อพระว่า พระเกสรสุพรรณ

พิมพ์พระแยกตามอายุพุทธศิลป์ ๓ ยุค คือ พิมพ์หน้าแก่ (อู่ทองยุคต้น) พิมพ์หน้ากลาง (อู่ทองยุคกลาง) พิมพ์หน้าหนุ่ม (อู่ทองยุคปลาย) องค์นี้ของ กำนันมานะ คงวุฒิปัญญา เป็น พระพิมพ์หน้าแก่ ที่ได้รับความนิยมสูงสุด

พระสภาพงามสมบูรณ์เดิมๆ ผิวเนื้อมีรอยใช้สัมผัส เปิดเห็นเนื้อในที่ละเอียด อัดแน่นด้วยมวลสารครบสูตร ด้านหลังปรากฏ ลายพิมพ์นิ้วมือ ตามมาตรฐาน

สรุปเป็นพระสภาพกำลังใช้กำลังโชว์ ที่มีผู้แสวงหามาก เป็นพระสภาพซื้อ ง่าย-ขายคล่อง ที่มีกำลังซื้อรองรับตลอด ด้วยราคาหลักล้านต้น-กลาง ซึ่งเบากว่าพระสภาพสมบูรณ์ สวยแชมป์ ที่หลักสิบล้านอัปไปนานแล้ว

พระนางพญา พิมพ์ใหญ่ (มีหู) กรุโรงทอ วัดโพธิ์ ของ ไก่ บูรณะไทย.
พระนางพญา พิมพ์ใหญ่ (มีหู) กรุโรงทอ วัดโพธิ์ ของ ไก่ บูรณะไทย.

ยังป้วนเปี้ยนในสกุลเครือข่ายเบญจภาคี อีกองค์คือ พระนางพญา พิมพ์ใหญ่ (มีหู) กรุโรงทอ วัดโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก พระพิมพ์เนื้อดินเผาสกุล “นางพญา” ของเมืองพิษณุโลก ที่ค้นพบจากรุพระวัดโพธิ์ ทางทิศตะวันออกริมฝั่งแม่น้ำน่าน

...

เชื่อกันว่าเป็นพระที่สร้างยุคเดียวกับ พระ นางพญา วัดนางพญา เพราะรูปทรงเป็นพระพิมพ์รูปทรง สามเหลี่ยม พุทธศิลป์สมัยอยุธยาเหมือนกัน เนื้อพระมีทั้งหยาบ ละเอียดปนเม็ดกรวดเม็ดทราย ผิวพรรณคล้ายกัน

แยกพิมพ์ได้เป็น ๒ แบบ คือ ๑.พิมพ์ใหญ่มีหู กับ ๒.พิมพ์เล็กไม่มีหู องค์นี้ของ เสี่ยไก่ บูรณะไทย เป็น พระพิมพ์ใหญ่ สวยแชมป์ แบบที่เรียกว่ายักคิ้วหลิ่วตา หูกะพริบ

พระปิดตา พิมพ์เขียด กรุวัดท้ายย่าน ของอิทธิ ชวลิตธำรง.
พระปิดตา พิมพ์เขียด กรุวัดท้ายย่าน ของอิทธิ ชวลิตธำรง.

รายการถัดไปดู พระปิดตา พิมพ์เขียด เนื้อแร่ กรุวัดท้ายย่าน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ๑ ใน ๕ เบญจภาคีพระปิดตาเนื้อโลหะ ที่มีอายุการสร้างสูงสุด ราวยุคกลางสมัยกรุงศรีอยุธยาดูได้จากอายุพระร่วมกรุอย่างพระลีลาเมืองสรรค์ พระสรรค์นั่งไหล่ยก

แยกพิมพ์เป็น 3 แบบคือ ๑.พิมพ์จีโบใหญ่ (พระเศียรเป็นยอดแหลมทรงจีโบ) ๒. พิมพ์เศียรโล้นหรือพิมพ์กบ ๓.พิมพ์เขียด (พระเศียรยอดแหลมเล็ก) อย่างองค์นี้ของ เสี่ยเพชร–อิทธิ ชวลิตธำรง นักนิยมพระระดับ Top Three ที่พร้อมทั้งตาถึง ใจถึง เงินถึง--จึงได้ครอบครอง พระเนื้อแร่พลวง รุ่นนิยมสุด ที่สวยเป๊ะ แชมป์ ที่หาองค์เทียบเคียงได้ยากสุดๆ

...

พระปิดตา สองหน้า เนื้อเมฆพัตร หลวงปู่เอี่ยม วัดหนังฯ ของณัฐธัญ มณีรัตน์.
พระปิดตา สองหน้า เนื้อเมฆพัตร หลวงปู่เอี่ยม วัดหนังฯ ของณัฐธัญ มณีรัตน์.

ต่อด้วยพระปิดตาสำนักดัง พระปิดตา สองหน้า เนื้อเมฆพัตร หลวงปู่เอี่ยม วัดหนังฯ บางขุนเทียน กรุงเทพฯ ของ เสี่ยณัฐธัญ มณีรัตน์ ที่บอกมาว่า หลวงปู่เอี่ยมสร้างไว้เป็นยุคแรกๆ เป็นพระลองพิมพ์ ไม่มีพบเห็นเผยแพร่มากนัก

แต่เนื้อโลหะมีอายุความเก่า และเจ้าของก็มุ่งมั่นหาความรู้เรื่องประวัติวัตถุมงคลของพระเกจิฯยุคเก่า จึงมักมี พระนอกพิมพ์นิยมมาตรฐาน มาให้ชม เพื่อเป็นกรณีศึกษา

เหรียญหล่อหลวงพ่อจั่น วัดบางมอญ ของเพชร อิทธิ.
เหรียญหล่อหลวงพ่อจั่น วัดบางมอญ ของเพชร อิทธิ.

...

ถัดไปเป็น เหรียญหล่อ พ.ศ.๒๔๖๕ หลวงพ่อจั่น จันทสโร วัดบางมอญ (บางสงบ) อ.มหาราช จ.พระนคร ศรีอยุธยา

ท่านเป็นพระเกจิ อาจารย์องค์สำคัญของเมืองกรุงเก่า ที่มีชื่อเสียงด้านพุทธาคมเข้มขลังมาก่อน หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ หลวงพ่อชม วัดพุท ไธสวรรค์ หลวงพ่อฉาย วัดพนัญเชิง

ท่านเกิดเมื่อปี พ.ศ.๒๓๘๐ที่บ้าน ต.บางมอญ อายุ ๒๓ ปี พ.ศ.๒๔๐๓ อุปสมบทที่วัดบางมอญ โดยพระอธิการอินทร์ วัดตาลเอน เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ชื่อเป็นพระผู้คงแก่เรียนจึงเก่งกล้าพุทธาคม และเคร่งครัดในพระธรรมวินัยอย่างพระโบราณ และมีศิษย์เป็นพระเกจิฯมีชื่อเสียงยุคต่อมา อย่าง หลวงพ่อทบ วัดชนแดน เมืองเพชรบูรณ์

ตอนอายุครบ ๗ รอบ คณะศิษย์ได้ขออนุญาตสร้างรูปเหมือนเท่าองค์จริง โดยสร้าง เหรียญหล่อ เนื้อโลหะ ทรงกลม ด้านหน้าเป็น รูปจำลององค์ท่าน นั่งเต็มองค์ ด้านหลังเป็น ยันต์ ๔ คู่ชีวิต ออกให้ผู้ร่วมทำบุญบูชาเหรียญละ ๑ บาท ๑,๕๐๐ เหรียญ

ปัจจุบันได้รับความนิยมสูง เพราะประสบการณ์ป้องกันเขี้ยวงา แคล้วคลาดภัยสูง มีเรื่องดังตอนรถโดยสารชนประสานงาที่เมืองอ่างทอง เมื่อปีมหาวิปโยค พ.ศ.๒๕๑๖ คนตายทั้งคัน มีรอดเพียงเด็กเล็กที่แขวนเหรียญนี้คนเดียว

เหรียญนี้เรียกอีกชื่อว่า “เหรียญควายข้าม” จากที่ชาวบ้านต้อนฝูงควายไปกินหญ้า แต่พอถึงบ่อน้ำตื้นควายทุกตัวกลับกระโดดข้ามไม่ยอมย่ำลงบ่อ ชาวบ้านสงสัยเอาไม้ไปเขี่ยดู พบเป็นเหรียญหล่อรุ่นนี้จมอยู่ในบ่อ จึงเรียกเป็นเหรียญ “ควายข้าม”

ปัจจุบันเป็นเหรียญหล่อพระเกจิฯอันดับ ๑ ของเมืองกรุงเก่า ราคาสวยสมบูรณ์อยู่ที่หลักแสนกลางถึงปลาย สวยแชมป์แจ่มเดิมๆ อย่างเหรียญนี้ของ เสี่ยเพชร อยู่ที่หลักล้านแล้ว

เหรียญเสมาหลังยันต์ ๔ เนื้อทองแดง พ.ศ.๒๕๑๕ ย้อนยุค พระภาวนาโกศลเถระ (หลวงปู่เอี่ยม) วัดหนังฯ ของ สก.กฤษฏ์ คงวุฒิปัญญา.
เหรียญเสมาหลังยันต์ ๔ เนื้อทองแดง พ.ศ.๒๕๑๕ ย้อนยุค พระภาวนาโกศลเถระ (หลวงปู่เอี่ยม) วัดหนังฯ ของ สก.กฤษฏ์ คงวุฒิปัญญา.

สุดท้ายก็เหรียญ คือ เหรียญเสมาหลังยันต์ ๔ พ.ศ.๒๕๑๕ (ย้อนยุค) พระภาวนาโกศลเถระ (หลวงปู่เอี่ยม) วัดหนังฯ บางขุนเทียน กรุงเทพฯ

หลัง หลวงปู่เอี่ยม มรณภาพเมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๙ ไม่มีการสร้างพระ เหรียญออกจากวัดอีกเลย จน พ.ศ.๒๕๑๕ จึงมีการสร้าง เหรียญเสมาหลังยันต์ ๔ (ย้อนยุค) รุ่นนี้ออกมาเป็นครั้งแรก

มี ๓ เนื้อ ทองคำ เงิน ทองแดง จัดพิธีพุทธาภิเษกยิ่งใหญ่ โดยพระเกจิอาจารย์สายศิษย์ ที่มีชื่อเสียงเข้าร่วมพิธี

ปัจจุบันได้รับความนิยมใช้บูชาแทน เหรียญรุ่นปี พ.ศ.๒๔๖๗ ที่มีราคาสูงสิบล้าน นักนิยมจึงหันมาหาเหรียญรุ่นนี้ ที่ราคาหลักหมื่นต้นๆ--ส่วนเหรียญสภาพสวยกริ๊บ แกะกล่อง อันนี้เจ้าของคือ สก.กฤษฏ์ คงวุฒิปัญญา

ลาเดือน ๕ ด้วยเรื่องปิดท้ายของ ลุงสมพร ข้าราชการที่เพิ่งเกษียณ วัย ๖๑ ปี ที่พ่อแม่ซึ่งเป็นคนยุคเก่า จัดให้มีเมียด้วยวิธี คลุมถุงชน ตั้งแต่อายุได้ ๓๐ ปี

โดยพ่อตารับไหว้ด้วยสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทอง โดยให้ลูกเขยสาบานว่าจะดูแล รักเมีย ด้วยความอดทน มีเรื่องหนักเบาให้เอาทางพระเข้าข่ม ให้นึกถึงพระองค์นี้ไว้

ก็อยู่กินกันมานาน แม้ว่าเมียที่ตัวใหญ่กว่าจะมีนิสัยก้าวร้าว หาเรื่องทะเลาะ ทุบถองตบตีผัวในเรื่องไม่เป็นเรื่องตลอดมา

หลายครั้งถึงเลือดตกยางออก ผัวต้องไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ตักเตือน เพราะไม่อยากแจ้งตำรวจกลัวเมียถูกจับ

พอน่วมบ่อยๆเข้าผู้ใหญ่บ้านก็กระซิบถามทำไมเอ็งกลัวเมียนักวะ ไม่สวนกลับไปบ้าง เป็นผู้ชายซะเปล่า แบบนี้ก็เคยตัวแย่ ลุงสมพร ตอบว่า เคยสาบานกับพระต่อหน้าพ่อตาไว้เลยไม่อยากทำ ผู้ใหญ่บ้านจึงบอกแบบเห็นใจว่า งั้นก็ต้องทนไปตลอดชีวิตเลยสิ

แต่ ลุงสมพร ที่ครั้งนี้โดนมาหนัก และคงหมดความอดทน ทำท่าทางขึงขังบอกว่า คงไม่ทนไปจนตายร็อก ตั้งใจว่าถ้ามันทำร้ายข้าอีกครั้งจะเอาพระคืนมัน แล้วกระทืบมั่ง เพราะจะไม่พึ่งพระแล้ว แต่จะพึ่งธรรมะ ที่ว่า อัตตา หิ อัตตโน นาโถ--แปลว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

คลิกอ่านคอลัมน์ “สนามพระ” เพิ่มเติม