ผ่านกลางเดือนกันมาแล้ว ก็ขอชวนท่านผู้ชมร่วมนับถอยหลังสู่สิ้นปี ๖๖ ณ บัดนี้ เพื่อไปสู่ปีหน้าที่ต้องมีอะไรๆดีกว่าเดิม เพราะใหม่ย่อมดีกว่าเก่า เช่น รถใหม่ บ้านใหม่ และเมียใหม่
- ยกเว้น พระเก่า ที่ พระใหม่ ทำอะไรไม่ได้เรยย์ ว่าแล้วก็ขอเชิญชมดู พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังฯ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ พระแท้ “องค์ครู” มีภาพเป็นองค์ดารา ในตำราพระสมเด็จเล่มมาตรฐานมาตั้งแต่มีสนามพระเปิดเป็นแผง จนขึ้นห้าง แต่หนังสือพระเล่มดัง ก็ยังนำภาพลงอยู่เสมอ เพราะความงามของฟอร์มทรงความ คมชัดของพิมพ์พระธรรมชาติ ผิวเนื้อชั้นนอก มวลสารเนื้อชั้นใน ที่ส่องรู้เป็นครูได้สบายตา ซื้อ-ขายได้สบายใจ จึงเปลี่ยนมืออยู่เสมอ อย่างวันนี้ตกเป็นของ เสี่ยนิธิศ นนท์วราเวช
...
- องค์ที่สอง พระลือโขง กรุสัน กู่เหล็ก อ.เมือง จ.ลำพูน ค้นพบ ที่กรุพระกลางทุ่งนา ทางทิศตะวันตกของวัดประตูลี้ (ปัจจุบันเป็น ร.ร.อรพินวิทยา) ซึ่งชาวบ้านไปขุดค้นพบสมบัติโบราณกันยาวนาน เดิมเป็นที่บรรจุอัฐิของ พระยาแขนเหล็ก ทหารเอกของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์ผู้สร้างนครหริภุญไชย เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๓ ได้ขุดพบ พระลือโขง อยู่รวมกับพระลำพูนอื่นๆ อาทิ พระรอดแผง พระลือแผง พระหูยานแผง เอกลักษณ์อยู่ที่พุทธศิลป์ ที่ได้รับยกย่องว่า งดงามอย่างอลังการเป็นที่สุดของพระสกุลลำพูน เป็นพระพิมพ์เนื้อดินเผา พุทธศิลป์สมัยหริภุญไชยผิวพระมีคราบดินสีน้ำตาลจับแน่น ด้านหน้าเป็นองค์พระนั่งปางสะดุ้งมาร ขัดสมาธิเพชร บนอาสนะเหนือฐานบัวสองชั้น อยู่ในซุ้มประภาฆณฑลเรือนแก้ว มีเส้นคู่ลายหยักเป็นรอน ม้วนเป็นลายกนกก้านขด ต่อด้วยเส้นรัศมีเหนือสุดเป็นช่อใบระกาสองชั้น
ลักษณะใกล้เคียงซุ้มโขงรอบธรรมสิคาสถูปในเมืองพุกามของพม่า จึงเรียกว่า พระฤๅขง หรือลือโขง จัดเป็นพระพิมพ์พุทธศิลป์สองแผ่นดิน (ล้านนากับพุกาม) ด้านหลังองค์พระแบนเรียบ บางองค์มีลายนิ้วมือเล็กน้อย ด้านล่าง มีเนื้อปาดกองรวมอยู่ด้านใต้เป็นรอยพับ พระที่พบส่วนใหญ่ชำรุด (คอร้าว) มีองค์ที่สมบูรณ์ราว ๗๐ องค์ เป็นพระพิมพ์ยอดนิยมแถวหน้าในสกุลพระลำพูน เทียบได้กับ พระรอดพิมพ์ใหญ่ โดยเฉพาะองค์ที่สภาพสมบูรณ์ระดับแชมป์ อย่างองค์นี้ ของ เสี่ยจักร์กริช ทรัพย์ไพศาล ที่เดิมเป็นพระของนักนิยมพระมือฉมังรุ่นใหญ่ ไม่มีใครไม่รู้จัก เจ้าสัวนิยม อสุนีฯ “รังพระใหญ่” นครสวรรค์ ที่ตีราคาพระแชมป์องค์นี้ขึ้นหลักสิบล้านเป็นองค์แรก เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา และยังมีดีกรีเป็นพระแชมป์แห่งปีของสนามนี้ เมื่อปีก่อนด้วย
- อีกองค์เป็น พระรอด พิมพ์ใหญ่ วัดมหาวัน อ.เมือง จ.ลำพูน ซึ่งในอดีต ยุคแรกๆ ที่พบพระรอดกรุวัดมหาวัน แยกพิมพ์พระเป็น พิมพ์ตื้น พิมพ์สั้น พิมพ์ยาว พิมพ์ฐานชั้นเดียว พิมพ์ฐานสองชั้น พอความนิยมแพร่เข้าสู่สนามพระส่วนกลาง อ.เชียร ธีรศานต์ จึงกำหนดพิมพ์เป็นมาตรฐาน ๕ แบบ คือ ๑.พิมพ์ใหญ่ ๒.พิมพ์กลาง ๓.พิมพ์เล็ก ๔.พิมพ์ต้อ ๕.พิมพ์ตื้น (มี ๒ บล็อก คือ มีเส้นแตกที่พระกรรณซ้ายกับไม่มีเส้นแตก) ซึ่งได้รับการยอมรับจนถึงปัจจุบัน พิมพ์ใหญ่เป็นพิมพ์ยอดนิยมสูงสุด องค์แชมป์สภาพงามสมบูรณ์สวยเดิมๆ ราคาปัจจุบัน เขาว่าอยู่ที่ หลักร้อยล้าน--งั้นองค์สมบูรณน้องๆแชมป์ แบบองค์นี้ ของ เสี่ยโจ๊ก ลำพูน ก็ต้องอยู่ที่หลักสิบล้านบวก-ลบ
...
- อีกรายการ เป็น พระกำแพงซุ้มกอ (ดำ) พิมพ์ใหญ่ไม่มีลายกนกกรุลานทุ่งเศรษฐี อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ขุนพลพระกรุแห่งลานทุ่งเศรษฐี ๑ ใน ๕ เบญจภาคี ที่มีอานุภาพโดดเด่นด้านเมตตามหาลาภว่า “มีกูไม่จน” ค้นพบจากกรุพระในวัดในลานทุ่งเศรษฐี อาทิ วัดบรมธาตุ วัดฤๅษี วัดพิกุล ฯลฯ อยู่รวมกับพระพิมพ์ร่วมสกุลอื่นๆ เช่น พระลีลาเม็ดขนุน พระลีลาพลูจีบ พระลีลากลีบจำปา พระพิมพ์เปิดโลก พระพิมพ์เม็ดมะลื่น พระพิมพ์กลีบบัวและอื่นๆ เป็นพระพิมพ์เนื้อดินเผา รูปทรงเล็บมือ มีขอบรอบองค์ คล้ายอักษร “ก.ไก่” คนโบราณจึงเรียกชื่อซื่อๆ ว่า “พระซุ้มกอ” แยกพิมพ์เป็น ๑.พิมพ์ใหญ่มีลายกนก ๒.พระพิมพ์ใหญ่ไม่มีลายกนกหรือพระซุ้มกอดำ ๓.พระพิมพ์กลาง ๔.พระพิมพ์เล็ก ๕.พระพิมพ์ขนมเปี๊ยะ
...
องค์นี้เป็น “พระซุ้มกอดำ” ที่มีฟอร์มทรงเหมือน พิมพ์ใหญ่มีลายกนก แต่พุทธศิลป์ในพิมพ์พระแตกต่างอย่างชัดเจน เพราะที่พื้นข้างด้านหลังรอบองค์พระจะเรียบ ไม่มีเส้นพุทธศิลป์แบบพิมพ์ใหญ่ลายกนก กับพิมพ์ทรง ก็ชะลูดเรียบง่าย แต่ผึ่งผายอย่างพุทธศิลป์สมัยสุโขทัย ลังกาวงศ์ ที่เผยแพร่เข้าสู่สยามในยุคต้นกรุงสุโขทัย ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ เนื้อพระละเอียดหนึกนุ่มแน่น คล้ายดินดิบ ผิวเนื้อมีคราบไขฝ้ารากรุจับแน่นบางๆ เนื้อในแกร่ง สีเนื้อส่วนใหญ่เป็นสีดำ ซึ่งเข้าใจว่ามีแร่ธาตุบางชนิด เมื่อโดนไฟจึงมีสีดำ ส่วนเนื้อโทนสีน้ำตาล เขียวปนเทา มีน้อย เข้าใจว่าเกิดจากความอ่อนแก่ของการโดนไฟในเตาเผา อย่างองค์นี้ ของ เสี่ยอ้วนลอยฟ้า พระคุ้มครอง เป็น เนื้อสีดำสนิท ที่มีความงามสมบูรณ์เป็นเยี่ยม ฟอร์มมาตรฐาน พิมพ์พระชัดลึก ผิวเนื้ออุดมด้วยคราบไขฝ้ารากรุตามอายุธรรมชาติ และไม่มีริ้วร้อยไร้รอยเลย บอกได้ถึงความเป็นพระแชมป์ ระดับท็อปไฟว์ของพิมพ์ ที่ปัจจุบันราคาสูงถึงหลักสิบล้าน
- ถัดไป ขอเสนอ พระนางพญา พิมพ์อกนูนเล็ก วัดนางพญา อ. เมือง จ.พิษณุโลก พิมพ์นิยมท้ายสุดในสกุลพระ นางพญา ที่ในอดีตมีค่าแค่ “พระน้ำจิ้ม” ไว้แจกแถม เวลามีการซื้อขายแลกเปลี่ยนพระพิมพ์นิยมเบอร์ต้นๆ แต่ก่อนคุณย่าคุณยายนิยมนำไปใส่ในตลับสีผึ้งที่ใช้ทาปาก เพื่อเพิ่มอานุภาพเวลาเจรจาให้อีกฝ่ายตกลงโอเคง่ายๆ พระที่เหลือมาถึงปัจจุบันส่วนใหญ่จึงเป็นหย่อนงาม องค์พระลบเลือนและเนื้อฉ่ำด้วยขี้ผึ้ง น้อยองค์จะมีความงามสมบูรณ์ อย่างองค์นี้ของ เสี่ยรัณ ศรัณย์ยักษ์ ที่ปัจจุบันอัปเกรดเป็นพระพิมพ์ที่มีผู้เสาะหามาก จึงเป็นพระซื้อง่ายขายคล่อง และราคาที่ถูกสุดในสกุล
...
- องค์ต่อไป เป็น พระพิมพ์ซุ้มกอ (ใหญ่) หลังจาร หลวงพ่อโหน่ง วัดอัมพวัน (ดอนมะดัน) อ.สอง พี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พระอมตะเกจิ อาจารย์ที่ชาวเมืองสุพรรณฯยกย่องท่าน เป็น พระอรหันต์ ตามคำ หลวงพ่อเนียม วัดน้อย ที่แนะนำ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ไปเรียนวิชาเพิ่มเติมต่อจากท่าน ตลอดอายุ หลวงพ่อโหน่ง ถืออุเบกขาอยู่ป่าช้าเป็นนิจ ฉันถั่วงา และสร้าง พระพิมพ์เนื้อดิน ไว้มากมาย หลายแบบพิมพ์ เพื่อเป็นการสืบอายุพระพุทธศาสนา จึงพบทั่วบริเวณวัด มีจำนวนมาก จนเด็กวัดนำมาเล่นทอยกอง ใครเข้าวัดนำกลับไปก็ไม่หวงห้าม ปรากฏเมื่อนำไปใช้บูชามีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ด้านเมตตาค้าขาย คุ้มครองป้องกันให้แคล้วคลาดภัย พระจึงได้รับ ความนิยมสูง โดยเฉพาะ พระพิมพ์ซุ้มกอใหญ่ อย่างองค์ในภาพ ของ เสี่ยอิทธิ ชวลิตธำรง ที่ Top สุด องค์งามสภาพแชมป์ หลังจารอักขระลายมือชัดแจ่ม หลายแสนแล้วจ้า
- อีกรายการเป็น เหรียญปั๊ม รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๗๗ หลวงปู่รอด พุทธสณฺโฑ วัดบางน้ำวน จ.สมุทรสาคร ท่านมีเชื้อสายมอญรามัญ ปทุมธานี เกิด พ.ศ.๒๔๐๖ ตอนเด็กๆร่างกายอ่อนแอ ขี้โรค พ่อ-แม่ จึงแก้เคล็ด โดยทำพิธียกเป็นลูกพระ อุปัชฌาย์แค วัดบางน้ำวน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างสูงของชาวรามัญ และได้ตั้งชื่อแก้เคล็ดให้ว่า “รอด” ปรากฏว่า จากนั้นก็หายจากโรค ร่างกายแข็งแรง พออายุ ๑๒ ปี ก็บวชเณร ถึงอายุ ๒๐ ปี ก็อุปสมบทที่วัดบางน้ำวน ได้รับฉายา “พุทธสณฺโฑ” ศึกษาพระเวทวิทยาคมกับ พระอุปัชฌาย์แค ทั้ง เมตตามหานิยม คง กระพันชาตรี ทำธงกันลมฝน ฟ้าผ่า หินเบา วิปัสสนากรรมฐาน
เมื่อ พระอาจารย์แค มรณภาพ ชาวบ้านจึงนิมนต์ท่านขึ้นเป็นเจ้า อาวาส เมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๙ และอยู่ถึงมรณภาพ เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๘ ตลอดอายุท่านสร้างพระเครื่องของขลังไว้เยอะ ได้รับความนิยมสูง เช่น ตะกรุดโทน เหรียญหล่อ-เหรียญปั๊มรุ่นแซยิด เหรียญหล่อพนมมือ เครื่องรางรูปชูชก โดยเฉพาะ เหรียญปั๊ม–เหรียญหล่อรุ่นแซยิด เป็นเหรียญพระเกจิอาจารย์แถวหน้าของเมืองสมุทรสาคร ราคาหลักแสนสร้างออกเป็นที่ระลึกคราวงานทำบุญอายุครบแซยิด เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๗ มี ๒ ชนิด คือ เหรียญหล่อเนื้อโลหะผสม กับ เหรียญปั๊มเนื้อทองแดง อย่างเหรียญนี้ ของ เสี่ยไผ่ ราชบุรี ที่เป็นเหรียญสวย สภาพแชมป์ที่ปัจจุบันหาชมยังยาก
- รูปจำลอง พระฉิมพลี เนื้อโลหะผสม พ.ศ.๒๔๙๕ หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง อ.เมืองนนทบุรี อีกรูปแบบของพระสิวลี ที่หลวงพ่อแฉ่งท่านมีความเคารพศรัทธาเชื่อมั่นในอานุภาพด้านเมตตามหาลาภอย่างสูง นิยมสร้างออกให้ศานุศิษย์นำไปใช้บูชาพึ่งพาอานุภาพในหลายรูปแบบอย่างองค์ในภาพนี้ ของ เสี่ยตี๋ วิคตอรี่ ลักษณะเป็น พระรูปหล่อลอยองค์ นั่งปางสมาธิเศียรโล้น ที่ดูแปลกตา หายากมากๆ เพราะจำนวนน้อย เข้าใจว่าสร้างให้เฉพาะคนสำคัญ มาถึงเรื่องปิดท้าย ในร้านกาแฟ ซึ่งเป็นที่ชุมนุมนักนิยมพระ ก็มีสมาชิกไปกันหลายคนตอนวันหยุดยาวที่ผ่านมา ก็ได้ตื่นเต้นฮือฮา เมื่อ เสี่ยตี๋ วิคตอรี่ เจ้าถิ่นขาประจำ มีของดีทีเด็ดเป็น ปลัดขิก หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ตัวงามมาอวด-ทุกคนก็ยกนิ้วให้ว่าขิกแท้ ดูง่าย สภาพงามสมบูรณ์ ทั้งเนื้อไม้ รูปทรงฝีมือช่าง ลายมือลงอักขระเลขยันต์ ก็ถูกต้องตามตำรา อยู่ถูกที่ถูกตำแหน่งเป๊ะทุกตัว
ชมกันแล้ว หนึ่งในสมาชิก ที่เป็นนักนิยมพระเครื่องของขลังแถวหน้าขออนุญาตหยิบปลัดขิกดู และบอกว่า เคยมีประสบการณ์ถูกลอบยิงด้วยปืนพก กระสุนทะลุเสื้อมาติดเนื้อ จุกอยู่ที่ชายโครง แต่ไม่เข้าเนื้อ แต่กระดูกแตกไป ๓ ซี่ แต่ที่รอดมาได้ เพราะพก ปลัดขิกหลวงพ่ออี๋ กับตัวอันเดียว เชื่อว่าเพราะอานุภาพทางแคล้วคลาดคงกระพันชาตรีแน่นอน เล่าแล้วก็เอา ปลัดขิก ขนาดรูปลักษณ์เดียวกัน แต่ไม่สวยเท่า เพราะมีรอยสัมผัสใช้สึกทั่วตัว ออกจากกระเป๋ากางเกงมาให้ทุกคนดูเป็นหลักฐาน เรียกเสียงชื่นชม และหลายคนทำท่าขนแขนสแตนด์อัป
แต่ เสี่ยตี๋ ที่นั่งอยู่ใกล้ทำหน้าเครียด คนเล่าเรื่องสังเกตเห็น ก็ยื่น ปลัดขิก คืนให้ เสี่ยตี๋ บอกว่าเชื่อผมเถอะว่า ปลัดขิกหลวงพ่ออี๋ มีดีด้านคงกระพันชาตรีแน่นอน ทุกวันนี้ผมมีพระเครื่องของขลังชั้นนำหลักแสนหลักล้านมากมาย แต่ผมใช้บูชาปลัดขิกหลวงพ่ออี๋ ติดตัวอยู่อันเดียว เสี่ยตี๋ ก็ยิ้มบอกว่า ผมเชื่อตั้งแต่แรกแล้วว่าเหนียวจริง แต่ที่ไม่ตื่นเต้น เพราะที่ผมตัดสินใจเช่าปลัดขิกตัวนี้มา ก็หวังพึ่งพาอานุภาพเมตตา มหาเสน่ห์ ไม่ค่อยเน้นเรื่องแคล้วคลาดสักเท่าไหร่ เพราะตั้งแต่เป็นเด็กมาถึงวันนี้ ส.ว.แล้ว ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครเลย เพราะชอบ “เบียด” มากกว่า เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.
สีกาอ่าง
คลิกอ่านคอลัมน์ "สนามพระ" เพิ่มเติม