ดูภาพพระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่ มีลายกนกกรุทุ่งเศรษฐี เมืองกำแพงเพชร องค์ในคอลัมน์วันนี้ให้เต็มตา...นี่คือพระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่ องค์ที่มีสภาพสวยคม สมบูรณ์ ทั้งเส้นสายลายพิมพ์ ทั้งเนื้อหาที่คล้าย พระซุ้มกอองค์เจ้าเงาะ...องค์ดังในตำนาน...มากกว่าองค์ไหนๆ ที่ปรากฏแล้วในวงการ
อย่าเพิ่งเชื่อวรรคเกริ่นนำ ทำนองคุยโว โม้...ไปเสียทันที ถ้ามีภาพในหนังสือพระเล่มใกล้มือ หยิบมาเปิดดูองค์เจ้าเงาะ...ที่ว่า มาเทียบเคียง แล้วค่อยๆเรียนรู้ ค่อยๆทำความเข้าใจไปด้วยกัน
พระซุ้มกอ...ว่ากันเฉพาะพิมพ์ใหญ่มีลายกนก...ไม่ได้มีแค่พิมพ์เดียว เริ่มต้นกันเมื่อหนังสือพระเครื่องเล่มหนา...ของประชุมกาญจนวัฒน์ พิมพ์เผยแพร่ ราวๆปี 2515 เรียกเสียงฮือฮา...ตอน “พี่ชุม” ใช้คำยั่วใจ “มึงมีกูไว้ไม่จน”
หนึ่งในหลายองค์ในหนังสือ มีซุ้มกอพิมพ์ใหญ่มีลายกนก สภาพผิวตอนนั้นมีรารักดำมืดทั้งองค์ คนวงในรู้กัน องค์นั้นเจ้าของ ชื่อเชียร ธีรศานต์
ราวๆปี 2522 คุณเชียร เขียนตำราล้างพระ...ขึ้นปกด้วยซุ้มกอองค์นั้น แต่สภาพผิวพระดำมืด เปลี่ยนเป็นสีแดงปนน้ำตาล...ผ่องใส...เส้นสายลายพิมพ์ พระพักตร์คมชัด แบบ “ตากะพริบ” พร้อมชื่อฉายาใหม่...ว่า องค์เจ้าเงาะ
นึกถึงเรื่องสังข์ทอง...ตอนเจ้าเงาะถอดรูป... “มองเห็นรูปทองผ่องโสภา” แล้วก็คงพอมโนตามได้
พระซุ้มกอองค์นี้ คุณเชียรซื้อมาจากปากหลุมตอนขุดกันที่ลานทุ่งเศรษฐี ราคาหนึ่งหมื่นหนึ่งพัน ถ่ายรูปลงหนังสือพี่ชุมไปพักใหญ่ ก็ค่อยๆคิดหาวิธีล้าง “รารัก” สีดำเหมือนสีกาน้ำออก
คุณเชียรเลือกใช้น้ำยาล้างห้องน้ำสีเขียวอ่อน ยี่ห้อโอไบร์ซ...ใช่พู่กันจุ้มน้ำให้ผิว...รอจนน้ำหมาดๆ ใช้ไม้จิ้มฟัน สมัยนั้นเป็นไม้เนื้ออ่อนสีขาว...ใช้ฟันขบปลายให้ยุ่ย...จุ้มน้ำยาค่อยๆแตะเนื้อพระไปเรื่อยๆ
...
“รารัก” พระเนื้อดินเก่า...ใช่ว่าจะหลุดลอกออกง่ายๆ...เพื่อรักษาเส้นสาย ทุกเส้นให้คงอยู่ คุณเชียรใจเย็นมากๆ ไม่บอกจำนวนวัน จำนวนเวลา แต่ใช้คำว่า ค่อยๆบรรจงล้างแต่ละครั้ง... จนถึง 11 ครั้ง รารักจึงลอกออกหมด
“หัวเงาะ” ถูกถอดออก “พระสังข์ทอง” ก็เผยโฉมลออ...ออกมาให้เห็น
คุณเชียร มีประสบการณ์การล้างพระชุดเมืองเหนือมาก เคยซื้อพระหักมาล้างดูพบว่า พระซุ้มกอ เป็นพระเผาไฟแบบเผามัน คือสุมกองไฟเผา ผิวพระจึงสุกจากนอกเข้าไปหาข้างใน เนื้อในองค์พระที่ไฟไม่ถึง จึงเห็นเป็นสีดำ ใช้คำอุปมา เหมือนไส้ขนมเปี๊ยะ
พระซุ้มกอแท้...ทุกองค์ นอกจากเนื้อพระที่มองละเอียดนุ่ม...นั้น นอกจากต้องมีแร่ดอกมะขาม สีแดงคล้ำ ค่อยพิจารณา จะเห็นว่า เนื้อพระที่รับความร้อนไม่เท่ากัน เห็นเป็นอย่างน้อยสามสี สีแดง สีน้ำตาล และสีเทา (หรือดำ)
ดูซุ้มกอพิมพ์ใหญ่ องค์ในคอลัมน์ อีกที...บริเวณเนินหน้าผาก เห็นเป็นสีเทา สำหรับผม ถือเป็นจุดย้ำ ความมั่นใจ มโนว่า องค์นี้ผิวถูกไฟอ่อนมาก ผิวจึงบางกว่าหลายๆองค์ที่ใช้เทียบเคียง
ในบริเวณพื้นผนัง ...ยังเหลือคราบไคลดำคล้ำ หรือบางส่วนของรารัก อยู่บ้างเล็กน้อย
ด้านหลังระดับความนุ่มเนื้อเห็นได้ชัด จากการถูกสัมผัสจับต้อง ก้อนแร่ดอกมะขามก้อนใหญ่ ใกล้แผ่น “รารัก” แผ่นใหญ่ กลมกลืนไปกับหลุมร่องพื้นหลัง...คนเป็นพระดูตาเปล่า ก็ตัดสินได้ว่าเป็นพระแท้
เจ้าของบอกว่าได้มาในสภาพนี้ จึงไม่กล้าชี้ว่า เป็นพระที่ถูกล้างด้วยน้ำยา แบบองค์เจ้าเงาะของคุณเชียร...หรือว่าเป็นพระที่ขึ้นจากกรุมาในสภาพ คราบฝ้ารารักบางๆ ล้างด้วยน้ำอุ่น ก็ออกมาเป็นพระสังข์ทองเลย
แต่สภาพที่เห็นกับตา...นี่คือพระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่ มีลายกนก...องค์ที่เหลืออยู่แทบว่าจะเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย เพราะ “เจ้าเงาะ” องค์จริงในตำนาน ถูกนิมนต์ไปจำวัดที่ฮ่องกง...ไปนานกว่ายี่สิบปีที่แล้ว
เจ้าของขอเรียกชื่อองค์นี้ว่า...“พระซุ้มกอองค์สังข์ทอง” ใครที่เป็นเจ้าของพระรอดองค์รจนา อย่ามาถามหา เพราะสังข์ทององค์นี้ ท่านมีใจเดียวรักเดียวมั่นคง.
พลายชุมพล
คลิกอ่านคอลัมน์ "ปาฏิหาริย์ จาก หิ้งพระ" เพิ่มเติม