สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์นี้เคยเขียนลงไปแล้ว...ในสภาพลงรักปิดทองถูกใช้ช้ำชุ่มเหงื่อไคล...เจ้าของทนดูสภาพเดิมไม่ได้ ล้างคราบไคลออก เหลือให้เห็นสภาพใหม่...แล้วส่งภาพมาให้วิจารณ์
โชคดียังมีภาพดิบๆเดิมๆ เทียบเคียง...จึงพบความแปลกใหม่...สีรักดำๆด้านๆ เมื่อถูกล้างออก ทำให้เห็นผิวรักชั้นใน สีแดงสดใส เหมือนสีชาด แต่งแต้มประปรายไปทั่วทั้งองค์
สีแดง แดงเหมือนชาด...นี้ ย้อนไปเมื่อสักสองสามปีที่แล้ว มีสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์ปกหนังสือเล่ม ของ เช็ง สุพรรณ สร้างข่าวสะเทือนวงการ เปลี่ยนมือไปอยู่กับใครก็ไม่รู้ ราคาถึง 60 ล้าน
ข่าวเล่าว่า ต้า บางแค เปลี่ยนมือให้ กำนันมานะ 28 ล้าน และเช็ง สุพรรณ รับช่วงต่อไปด้วยราคา 40 ล้าน
ความแตกตื่นของวงการ ไม่เพียงเรื่องราคา ยังมีเรื่องสภาพขององค์พระ นอกจากเป็นแม่พิมพ์พิมพ์ใหญ่ แบบเขื่อง ติดพิมพ์คมลึกชัด มาตรฐานคุ้นตา รักทองที่ลอกออกบ้างแล้ว...
ส่วนที่ติดขอบข้าง เห็นเป็นสีแดง แดงฉาน เหมือนสีชาด
รักดำหนาที่เห็นด้านหน้า ด้านหลัง...ยังเหลือให้เห็นเป็นเนื้อรักดำ แบบทั่วไป แต่บางส่วนที่เหลือเป็นเนื้อส่วนในของรักดำ...เห็นเป็นสีแดง...ยืนยันข้อสมมติฐาน รักดำ หรือรักน้ำเกลี้ยงนั้น แท้จริงเป็นเนื้อรักเดียวกัน
ความต่างสี ที่เห็นด้วยตา เกิดจากสภาพความหนา บาง รักหนาเห็นเป็นสีดำ รักบางปานกลาง เห็นเป็นสีแดงแกมน้ำตาล และ...ฝ้ารักชั้นในสุด...เป็นสีแดง แดงสดใส สีเดียว
ข้อประจักษ์ ข้อนี้ จึงต้องหันไปทบทวนทฤษฎี ตรียัมปวาย...ในปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง เล่มพระสมเด็จฯ
ครูบอกไว้ว่า การร่องชาด ตามภาษาช่าง หรือการลงชาด ภาษาชาวบ้าน...นั้น ในพระสมเด็จวัดระฆัง มีเพียงพิมพ์ปรกโพธิ์ แม่พิมพ์ฐานแซม องค์เดี่ยวหรือชุดเดียว
...
ปรกโพธิ์ องค์ร่องชาด ที่ครูถ่ายให้ดูเป็นองค์ครู เป็นพระที่เจ้าสัวสอน ผู้ที่ศรัทธาสมเด็จฯมาก นำมาติดแผ่นกระดาน ไว้บนจั่วบ้าน เจ้าสัวตายบ้านถูกรื้อไปกองไว้ในวัดจักรวรรดิ มีคนอยากได้ไปแกะพระสมเด็จออก แต่ก็หัก
คนฉลาดต้องใช้วิธี เลื่อยกระดานออกตามแนวขอบพระ ฝนไม้กระดาษด้านที่แปะติดออก จนถึงเนื้อพระ
ปรกโพธิ์ องค์นั้น ผู้รู้กระซิบ ผู้ครอบครอง คือองค์ชายใหญ่...ศักดิ์ศรีเจ้าของขนาดนั้น มีเสียงจากเซียนพระบางคนว่า ไม่ถึงพระสมเด็จวัดระฆัง...แต่ดูเหมือนวันนี้ เสียงนี้ซาลงไปแล้ว
นอกจากปรกโพธิ์วัดระฆังองค์นั้นแล้ว ตรียัมปวาย ฟันธงแรงๆ 99 เปอร์เซ็นต์ ของพระสมเด็จที่ร่องชาด เป็นพระเก๊
คนรักพระที่นับถือวิชาตรียัมปวายเป็นสรณะ...ก็ถอดใจ เห็นสมเด็จร่องชาดแดงองค์ไหน ก็วางทันที
จนมาถึงองค์ปกหนังสือ เช็ง สุพรรณ สีแดงฉานเหมือนชาดที่เห็นเต็มตาที่ขอบข้างเป็นประเด็นให้คนรักพระต้องทบทวน พลิกไปดูหนังสือภาพพระสมเด็จ...พบสีแดงเหมือนชาด ในพื้นผนังข้างซ้ายองค์พระ องค์เล่าปี่
จึงเริ่มสมมติฐานกันใหม่ สมเด็จวัดระฆังลงรักสีแดงเหมือนชาด...มี และต่อๆมา ก็พบอีกหลายๆองค์
ย้อนดูองค์ในคอลัมน์อีกที แม่พิมพ์เป็นแม่พิมพ์เดียวกัน เดาได้ว่า เนื้อครกเดียวกัน ลงรักปิดทองด้วยมือคนเดียวกัน แต่สภาพพระเวลาและสภาพแวดล้อมแตกต่าง ทำให้บางอย่างไม่เหมือนกัน
หลังองค์นี้มีแค่หลุมร่อง รอยยุบรอยแยกตื้นๆ แต่หลังองค์ดัง เป็นร่องกาบหมากชัดเจน
ถ้ามีภาพในหนังสือ ดูความเหมือนความต่างเอาไว้...อยากมีสมเด็จวัดระฆังแท้แขวนคอ มีวิธีนี้วิธีเดียว คือดูและดูจนคุ้นตา เรื่องราคา หลายๆสิบล้าน ประวัติพระโลดโผนนั้น คนเป็นพระเขาฟังแล้วหึๆ ฮาๆ...ในใจ
พระสมเด็จเก๊หรือแท้ ตัดสินกันด้วยประสบการณ์ สายตา และปัญญาเท่านั้นแหละคุณ.
พลายชุมพล