ดูกันแบบผิวเผิน พระสมเด็จองค์ในคอลัมน์ ทรวดทรงองค์พระ ต้อล่ำ ทุกเส้นสายลายพิมพ์ลึกชัด แถบสังฆาฏิ เส้นขอบจีวร เป็นแถบหนา ปลายพระชานุซ้าย (เข่า) โค้งอ่อนลาดไปสุดปลายพระบาท...เส้นขอบฐานชั้นที่สาม ที่ครูตรียัมปวาย เรียก “เส้นลวดกันลาย” นูนพ้นแนวระนาบชัดมาก จนดูภาพรวมๆ แปลกตา
เดาใจเซียนไว้ก่อนได้เลย พระสภาพที่เห็นเส้นเกินๆเหล่านี้ “ผิดพิมพ์”
เมื่อเริ่มต้นกันที่ “พิมพ์ผิด”แล้ว อคติก็ตามมา ดูเนื้อ ส่วนที่เป็นเนินนูนสีขาวขุ่น ส่องแว่นไม่เห็นมวลสาร พลิกด้านหลัง ก็เรียบราบ หลุมร่องมีบ้างก็น้อยไป เจอหลุมร่องที่เดาว่าก้อนขาวหลุด...ก็ดูดาษๆไปไร้เสน่ห์ สรุปได้อีก “เนื้อไม่ใช่”
แต่ช้าก่อน...ช้าไว้! ชั่งใจ ตั้งสติพิจารณา ทำใจให้เป็นกลาง พระสมเด็จเนื้อขาว แต่พื้นผนังยังมีฝ้ารักเก่า สีน้ำตาลแกมแดง เข้าแว่นเพ่งสายตา เจอรอยเหนอะ ตะปุ่มตะปํ่าเหมือนร่องรอยสาวน้อยประแป้ง
รอยเหนอะอย่างนี้มีในพื้นผนังพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่องค์ดัง “องค์เจ๊องุ่น” ที่คุณเสถียร เสถียรสุต เคยเป็นเจ้าของ และคนรักพระสมเด็จเคยเห็นบ้าง แต่ก็น้อยองค์เต็มที
รอยเหนอะที่เคล้ารัก เจอในองค์ไหน สำหรับคนเป็นพระ นี่คือหมุดหมายหนึ่งของสมเด็จวัดระฆังแท้
พิจารณาเนื้อขาวขุ่นบนส่วนนูนหนา อีกที นี่คือผิวบางๆชั้นนอกสุด ที่สลัดตัวหลุดล่อนจากฝ้ารัก นี่คือเหตุผลที่ยังไม่เห็นมวลสาร พระผิวเดิมๆอย่างนี้ ปิดคลุมกากดำ เม็ดแดง ก้อนขาว ฯลฯ เอาไว้
ย้อนไปดูเส้นคมๆรวมเป็นองค์รวมแม่พิมพ์อีกที ตัดเส้นเกินๆที่ไม่คุ้นตาออกไป พระสมเด็จวัดระฆังองค์นี้ จัดอยู่ในพิมพ์ใหญ่ แบบพิมพ์ป้อม
ทฤษฎี “ตรียัมปวาย” แยกพิมพ์ใหญ่ไว้ เขื่อง โปร่ง ชะลูด ป้อม สันทัด ย่อม พิมพ์ทรงเลือน พิมพ์เส้นด้ายใหญ่ ไม่แค่ตรียัมปวาย ยืนยัน พิมพ์ป้อมมีในหนังสืออนุสรณ์สมเด็จวัดระฆัง 100 ปี (วัดระฆังพิมพ์เมื่่อปี 2515) ที่เซียนพระรุ่นตำนานร่วมมือกันคัดสรรก็มี
...
แต่ดูเหมือนพิมพ์ป้อมจะมีน้อย หนังสือพระเครื่องวงการหลายเล่ม ยังเห็นกันอยู่แค่สองสามองค์
ของปลอมมีตามมาแน่นอน แต่ของปลอมก็คือของปลอม ยังผิดเพี้ยนทั้งเส้นสายและเนื้อหา
ทำใจยอมรับกันได้แล้วว่า พิมพ์ป้อม มีพระสมเด็จพิมพ์ต้อล่ำ คมชัดไปทุกเส้นสาย องค์ในคอลัมน์วันนี้จึงเป็นพระสมเด็จวัดระฆังแท้ ทั้งเนื้อหาครบถ้วนด้วยธรรมชาติทุกประการ ทั้งด้านหน้าด้านหลังเท่าที่สมเด็จวัดระฆังจะมีได้
เมื่อทำใจได้แล้ว ก็พลิกอคติเป็นศรัทธา ตั้งใจจดจำ โดยเฉพาะเส้นคมๆที่เหมือน ส่วนเกิน ซึ่งความเป็นจริงคือหนึ่งในร้อยจะพบสักองค์เอาไว้
ธรรมชาติของเนื้อสมเด็จวัดระฆัง ปูนเปลือกหอยคลุกเคล้าน้ำมันตังอิ้ว เมื่อแห้งสนิทจะยุบตัวลงไม่น้อย คาดเดาได้จากพระสมเด็จที่พบทั่วไป ร้อยองค์แทบไม่เคยเจอ เมื่อเจอก็พอจะตั้งหลัก“มโน”ได้
เส้นคมๆคือส่วนที่ติดพิมพ์ลึกที่สุด และบังเอิญเนื้อยุบตัวลงน้อยที่สุด ควรเป็นองค์ครู ดูแล้วต้องจำให้ได้เผื่อไปเจอ “สักองค์”
แต่ข้อสังเกตนี้ ก็ต้องเผื่อใจ พระปลอมฝีมือมากมาย ที่นักปลอมพระจินตนาการตาม
ทุกเส้นที่เห็นเกินๆ ไม่ว่าเส้นสังฆาฏิ เส้นแยกพระเพลา เส้นลวดกันลาย ไปถึง หน้าตา เขาปลอมกันมานาน ไม่ใช่ปลอมกัน วันสองวันนี้.
พลายชุมพล