พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ วัดใหม่อมตรส ของ พรรค คูวิบูลย์ศิลป์.
หลังท่านผู้ชมสายงานราชการหยุดยาวอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา และลาแถมวันศุกร์ต่อเสาร์อาทิตย์กันหนำใจ ก็กลับมาสู่ สนามพระวิภาวดี ของเรา ซึ่งไม่เคยปิดกิจการเลยตลอด 25 ปี ไม่ว่าจะหยุดยาวหรือหยุดสั้น
หลังรับเงินจ่ายเงินค่าหวยกันหน้าบานหน้าเหี่ยวแล้ว ก็ขอเชิญชม พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ (ไม่มีหู) วัดใหม่อมตรส กรุงเทพฯ เป็นองค์แรก
พิมพ์นี้พบมากสุดตอนเปิดกรุอย่างเป็นทางการ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๐ เรียกชื่อพิมพ์ตามจุดเด่น เป็นเอกลักษณ์ ตรงเส้นผ้าสังฆาฏิ ที่เห็นชัด เหนือพระอังสาซ้าย ยาวลงมาถึงพระนาภี ซึ่งแยกพิมพ์ได้ ๒ แบบ ๑.พิมพ์สังฆาฏิมีหู ๒.พิมพ์สังฆาฏิไม่มีหู อย่างองค์นี้ ของ เสี่ยพรรค คูวิบูลย์ศิลป์
พระสภาพงดงาม สมบูรณ์ มีคราบกรุบางเบา เปิดเห็นเส้นสายลายศิลป์ในพิมพ์องค์พระอย่างชัดเจน ซึ่งปัจจุบันเป็นพระที่มีผู้เสาะหามาก ทำให้จำนวนพระเหลือน้อยลงเรื่อยๆ จนบอกกันว่าไม่นานจะกลายเป็นพระในฝันเหมือนพระสมเด็จ วัดระฆังฯ แต่ตอนนี้ฝันยังพอเป็นจริงได้ เพราะราคาองค์นี้ ประมาณล้านกลางๆเอง
...
ตามมาด้วย พระสมเด็จอรหัง พิมพ์ฐานคู่ สมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ ที่สร้างเพื่อมอบเป็นที่ระลึก ในพิธีที่เจ้าประคุณสมเด็จฯได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และนำบรรจุองค์พระเจดีย์ เป็นการสืบอายุพระพุทธศาสนาตามประเพณี ครั้งเสด็จไปครองตำแหน่ง ณ วัดมหาธาตุ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๓
ลักษณะเป็น พระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณ ผสมมวลสารมงคลปูนเปลือกหอย รูปทรงสี่เหลี่ยม (ชิ้นฟัก) ด้านหน้าเป็นรูปจำลององค์พระพุทธรูป นั่งปางสมาธิ ประทับเหนือฐาน ๓ ชั้น อยู่ในซุ้มครอบแก้ว ศิลปะรัตนโกสินทร์ ด้านหลังองค์พระมีอักขระบาลีคำว่า “อรหัง” ทั้งแบบลงลายมือจาร และแบบปั๊ม (โต๊ะกัง)
แยกพิมพ์ตามความแตกต่างเป็น ๑.พิมพ์ฐานคู่ ๒.พิมพ์สังฆาฏิ ๓.พิมพ์เกศอุณาโลม ๔.พิมพ์เปลวเพลิงเล็ก ๕.พระอรหังแดงหลังโต๊ะกัง (พบเฉพาะที่กรุวัดสร้อยทอง)
องค์นี้ ของ เสี่ยสถิต ราชบุรี เป็นพระพิมพ์ฐานคู่ สภาพสวยแจ่ม สมบูรณ์ ผิวเนื้อมีริ้วรอยสัมผัสใช้จนเกิดเป็นแสงเงา ทำให้เนื้อดูเข้มข้น อย่างที่เรียก “พระเนื้อจัด” และเป็นพระแท้ดูง่ายๆ
อีกสำนัก คือ พระวัดพลับ พิมพ์ตุ๊กตาใหญ่ สมเด็จพระญาณสังวร (สุก ไก่เถื่อน) วัด (พลับ) ราชสิทธาราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
มีบันทึกว่า เดิมท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าหอย จ.พระนครศรีอยุธยา เลื่องลือวิชาอาคมจนสามารถเลี้ยงไก่ป่าให้เชื่อง ทำให้ รัชกาลที่ ๑ เกิดพระราชศรัทธา จึงนิมนต์ท่านไปครองวัดพลับ วัดเล็กๆ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ใกล้พระบรมมหาราชวัง โดยทรงขยายพื้นที่ใกล้ๆสร้างวัดราชสิทธารามรวมกับวัดพลับ แล้วพระราชทานเป็นพระอารามหลวง และพระราชทานสมณศักดิ์ แต่งตั้งท่านขึ้นเป็นพระญาณสังวร ครองตำแหน่งเจ้าอาวาส
ในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ร.๒ ทรงเลื่อนสมณศักดิ์ท่านเป็น สมเด็จพระญาณสังวร ซึ่งเชื่อกันว่าครั้งนี้ท่านได้สร้างพระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณ บรรจุไว้เป็นการสืบอายุพระพุทธศาสนา เป็นพระทรงกลม พุทธศิลป์สมัยรัตนโกสินทร์ แบบเรียบง่าย ด้านหน้าเป็นองค์พระนั่งปางสมาธิ ลอยองค์เหนือพระเศียรเป็นพระยอดเมาฬี
ต่อมาพบพระจากกรุองค์พระเจดีย์เมื่อราวปี พ.ศ.๒๔๗๐ จากเหตุชาวบ้านไล่จับกระรอกเผือก ที่วิ่งหนีเข้าไปในโพรงเจดีย์ พอเอาไม้กระทุ้งไล่ให้กระรอกออกมา ก็มีพระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณสีขาวทรงกลมไหลทะลักลงมาแทน กองรวมรอบฐานองค์พระเจดีย์จำนวนนับพันองค์
แยกพิมพ์ได้เป็น ๑.พิมพ์วันทาเสมา ๒.พิมพ์สมาธิใหญ่ ๓.พิมพ์สมาธิเข่ากว้าง ๔.พิมพ์สมาธิกลาง ๕.พิมพ์สมาธิเล็ก ๖.พิมพ์พุงป่องใหญ่ ๗.พิมพ์พุงป่องเล็ก ๘.พิมพ์ตุ๊กตาใหญ่ ๙.พิมพ์ตุ๊กตาเล็ก ๑๐.พระพิมพ์ปิดตา ฯลฯ องค์นี้ของ เสี่ยก้อง พระสมเด็จ เป็นพระสภาพสวย สมบูรณ์เดิมๆ เป็นพิมพ์แถวหน้าในตระกูลวัดพลับ ที่มีผู้นิยมใช้แทน “พระสมเด็จ” เพราะมีประสบการณ์อานุภาพศักดิ์สิทธิ์ครอบ จักรวาล
และเชื่อได้ว่าเป็นพระเนื้อผงพุทธคุณ ที่พระอาจารย์ของท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สร้างไว้ จึงทำให้ราคาพุ่งไปหลักแสนและหลายแสน ถ้าสวยแบบองค์นี้
...
องค์ต่อไปเป็น พระปิดตา พิมพ์ใหญ่ หลังแบบ เนื้อผงคลุกรัก ที่ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ อ.เมือง จ.ชลบุรี พระอมตะเกจิอาจารย์ของเมืองชลบุรี ผู้มีอายุชื่อเสียงเกียรติคุณ ร่วมสมัยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) สร้างไว้
ท่านเป็นชาวเมืองเพชร หลังบวชก็ธุดงค์ข้ามไปเมืองชลฯ อยู่จำพรรษา บูรณะวัดเครือวัลย์จนเจริญรุ่งเรือง สร้างชื่อเสียงเป็นสุดยอดพระเกจิอาจารย์อันดับ ๑ โดยสร้างพระปิดตา เนื้อผงคลุกรัก มอบผู้บริจาคเงินสร้างวัดกับท่าน
ระยะแรกเป็นพระพิมพ์ปั้น ลอยองค์ต่อมาจึงสร้างเป็นพระพิมพ์มาตรฐาน แบบครึ่งซีก ที่มีทั้ง พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก ด้านหลังองค์พระมีทั้งที่เป็นหลังแบบ หลังเรียบ หลังยันต์
...
ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นพระปิดตายอดนิยมอันดับ ๑ ของวงการ ที่มีค่าเทียบได้กับ พระสมเด็จวัดระฆังฯ ทั้งพุทธศิลป์ พุทธคุณ และพุทธพาณิชย์ แต่หายากกว่าเยอะ--องค์นี้ ของ เสี่ยกานต์ ขรัวตาแก้ว เป็นพระพิมพ์นิยมที่สุด สีเนื้อน้ำตาล แกมดำ ตามสูตรวัดเครือวัลย์ จุดสำคัญหนึ่งในการส่อง
ต่อด้วย พระพิมพ์ซุ้มระฆัง เนื้อผงยาจินดามณี หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ๑ ในพระพิมพ์นิยมเนื้อนิยมสุด ในสกุล “พระหลวงปู่บุญ”
มีพบทั้งเนื้อดิน เนื้อผงพุทธคุณ และเนื้อผงยาจินดามณี แบบองค์นี้ ของ เสี่ยเพชร–อิทธิ ชวลิตธำรง ที่มีสร้างไว้น้อย หายากสุดๆ
...
องค์นี้เป็นพระแท้ดูง่าย สภาพเป๊ะ สวยแชมป์ ฟอร์มทรงสมส่วนลงตัว พิมพ์พระชัดลึก เนื้อมวลสารเข้มข้นครบสูตรพรีเมียม ที่หาองค์สู้ยาก สมราคาครึ่งค่อน ล้าน ที่เจ้าของ บอกคุ้มค่า จ่ายแล้วสบายใจ เพราะได้ของดีทีเด็ด
องค์ถัดไปคือ พระปิดตามหาโชค เนื้อทองคำ พ.ศ.๒๕๑๘ หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ จ.ลำปาง
จัดเป็น ๑ ใน ๔ พระปิดตายอดนิยม หลวงพ่อเกษม เป็นพระดีมีราคา ตั้งแต่ออกมาจนถึงตอนนี้ คือ ๑.พระปิดตาสารพัดดี ๒.พระปิดตามหาอุด ๓.พระปิดตามหาลาภ และ ๔.พระปิดตามหาโชค อย่างองค์นี้ ของ เสี่ยโหน่ง กาดเมฆ ที่มีผู้ใช้ได้พบประสบการณ์ว่า นอกจากมีดีด้านโชคลาภ ตามชื่อรุ่น ชนิดเนื้อนวโลหะ ยังมีประสบการณ์ด้านคุ้มครองป้องกันภัย แบบถูกรุมตีด้วยคมแฝก ฟันด้วยมีดดาบ เสื้อผ้าขาด เนื้อตัวเป็นรอยช้ำแตกเป็นยางบอนทั่ว แต่ไม่มีแผลให้เลือดออกแม้หยดเดียว เหนียวเป็นที่สุด
มาถึงเครื่องรางของขลังวันนี้ ได้ เขี้ยวเสือแกะ ชูคอ (หาคู่) สำนัก หลวงปู่เฒ่ายิ้ม วัดหนองบัว จ.กาญจนบุรี สร้างไว้ เป็นเครื่องรางชั้นดี ที่น้อยคนจะรู้จักและได้ครอบครอง เพราะเป็นเครื่องรางที่ท่านสร้างมอบเฉพาะบุคคล
ฟอร์มทรงมีเอกลักษณ์เป็นมาตรฐาน เป็นตัวเสือยืนเชิดหน้า ชูคอ แบบเสือกู่เสียงร้องเรียกคู่ (หาคู่) ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาเมตตามหานิยม ที่ หลวงปู่เฒ่ายิ้ม กำหนดสร้างสำหรับศิษย์ที่คู่ควร
ผู้ชำนาญการรุ่นใหญ่วัยเก๋าสายตรงให้ความรู้เป็นเคล็ดลับการพิจารณาว่า นอกจากอายุความเก่า รูปทรง ฝีมือช่าง ศิลปะการแกะแล้ว ที่สำคัญคือ เสือหลวงปู่ยิ้ม ต้องมี “ไข่ใหญ่” บอกเพศตัวผู้ให้เห็นชัดเจน อย่างตัวนี้ ของ เสี่ยเพชร–อิทธิ ที่ให้ชมขนาดพ่อพันธุ์
อีกสำนักเป็น เครื่องรางฯหนุมาน เนื้อเงิน หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ซึ่งสร้างชื่อกระฉ่อน
จัดสร้างในปี พ.ศ.๒๕๑๘ เพื่อหารายได้พัฒนาวัด สร้างกุฏิใหม่ เพื่องานยกช่อฟ้าศาลาการเปรียญภาวนาภิรัต ลักษณะเป็นรูปจำลององค์หนุมานนั่งยอง วางมือเหนือเข่าเต็มองค์ ใต้ฐานเจาะรูบรรจุผงพรายกุมาร ตอกโค้ดอิ และโค้ดสี่เหลี่ยมข้าวหลาม ตัด
มีเนื้อโลหะเงินนวโลหะผสมชนวนพระกริ่งชินบัญชร และเนื้อนวโลหะ โดยหลวงปู่ ทิมปลุกเสกเดี่ยว ๕ เสาร์ ๕ อังคาร ตามตำรับวิชาของท่าน โดยนั่งทับกองศาสตราวุธมีหอก แหลน หลาว ปืนยาวปืนสั้น คลุมด้วยหนังเสือ แล้วท่านนั่งทับ ทำสมาธิปลุกเสก เพื่อเน้นอานุภาพด้านคุ้มครองป้องกันภัย มหาอุดคงกระพันชาตรี
และเติมเต็มด้านเมตตามหานิยมด้วยการบรรจุผงพรายกุมาร องค์นี้ของ เสี่ยจิระเดช สุคนธมาน (โต เจริญพร) เป็นเนื้อเงิน ที่มีจำนวนสร้าง ๓๙๗ ตน เพลานี้ราคาหลายๆแสนแร้ว
ลากันด้วยเรื่องปิดท้าย ของ เสี่ยสุระชัย วิศวกรวัยกลางคน ซึ่งขับรถกลับจากการตรวจงานที่ไซต์เมืองจันท์เกือบเที่ยงคืน แต่ลืมเติมน้ำมัน ระหว่างทางเกิดน้ำมันหมดต้องจอดรถข้างทางในที่เปลี่ยว ที่มืดสนิท
ก็พยายามโบกมือเรียกรถที่นานๆจะมีวิ่งผ่าน นานเป็นชั่วโมงไม่มีรถจอดช่วย เพราะสมัยนี้ 18 มงกุฎเยอะ ขืนจอดอาจถูกปล้นจี้
แกก็รู้สึกหวิวๆ จึงล้วงพระที่คล้องคอออกมาอาราธนาขอให้มีคนจอดรถช่วย แล้วก็ได้เห็นอานุภาพพุทธคุณทันใจ เมื่อมีรถกระบะคันหนึ่งยอมจอด ถามไถ่ แล้วมีน้ำใจอาสานำเงินไปหาซื้อน้ำมันมาเติมให้
แกก็รีบให้เงินไป ๒ พันบาท แต่ยืนรอจนฟ้าสางไอ้กระบะก็ไม่เห็นหัว หายไปเลย จึงรู้ว่าถูกหลอก เลยต้องเดินไปหาปั๊มซื้อน้ำมันมาเติมเอง
พอกลับถึงบ้านก็บ่นกับเมียว่า ขนาดคุณพระช่วยให้มีรถจอดถาม ก็ยังซวย ดันเจอคนร้าย แต่เมียบอกว่า อย่าโทษพระเลย เพราะท่านคงช่วยแล้ว แต่เราซวยเองมั้ง แล้วเมียก็แนะนำว่าต้องเอาพระไปตรวจสอบ ดูว่าเป็นพระเก๊หรือเปล่า ถึงเจอคนเก๊เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.
สีกาอ่าง