พระนางพญา วัดนางพญา องค์ในคอลัมน์วันนี้ วงการเรียกกันคุ้นปาก พิมพ์ใหญ่อกนูน

เทียบกับพิมพ์ใหญ่เรียงลำดับค่านิยม จากหนังสือพระเบญจภาคี ที่คณะนักเรียนนายร้อย จปร.รุ่น 25 จัดพิมพ์ในงานประกวดพระเครื่อง ปี 2558 จากพิมพ์ใหญ่เข่าโค้งเข่าตรงและเข่าตรงมือตกเข่า เป็นลำดับที่ 4

ย้อนไปอ่านปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง เล่มที่ 2 เรื่องพระนางพญาของ “ตรียัมปวาย” (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2497) พิมพ์อื่นๆมีมากมาย แต่พิมพ์นี้ ครูแยกเป็นพิมพ์พิเศษ อกนูน มีในหนังสือแค่ 2 องค์

ดูจากเส้นสายลายพิมพ์ ถ้าเปิดหนังสือพระแท้ของวงการเทียบ ก็จะพบข้อสะดุดตา

องค์นี้ ด้านหน้าติดพิมพ์ชัดลึก ลึกมากๆ นอกจากหูตาจมูกปาก เส้นคอ เส้นสังฆาฏิที่ดูจะพาดซ้อนๆ บนแผ่นอกถึงสี่เส้น ขณะที่องค์อื่นที่เคยเห็น ติดแค่สองเส้น เส้นสังฆาฏิเส้นขอบจีวร

เอ๊ะ! ผิดพิมพ์หรือเปล่า?

เนื้อองค์นี้ทฤษฎีครู เรียกเนื้อดินนุ่ม ผิวส่วนที่นูนสูงถูกจับต้อง มองแทบไม่เห็นเม็ดแร่ตามสูตรพระนางพญา แต่ในส่วนลึกซอกหู ซอกคอ ซอกแขน พื้นผนังด้านข้าง ฝ้าดินนวลจางๆขับเน้นเนื้อให้ดูนุ่มตาเด่น

พลิกด้านหลัง แอ่งบุ๋มกลาง รอยลายมือติดชัด มองเห็นเป็นมัดหวาย (เหมือนลายมือหลังผงสุพรรณ) เนื้อตรงที่ถูกจับต้องเหลืองเข้ม เนื้อส่วนที่แอ่นบุ๋มลงไปมีฝ้าดินคลุม กลางขอบซ้าย (องค์พระ) เห็นเม็ดแร่ขาวขุ่นก้อนหนึ่ง

ดูหลังนางพญาองค์นี้ ผมขอคัดคำอธิบาย “ตรียัมปวาย” ให้อ่านเพื่อประกอบการพิจารณา...

พระนางพญาส่วนมากมักจะมีรอยหัวแม่มือกดประทับอยู่ด้านหลัง “รอยพิมพ์ลายมือ” มีมากมายหลายชนิด สังเกตได้แต่ว่า ส่วนมากตอนกลางไม่สู้จะชัดนัก มีทั้งลายมือหยาบและละเอียด

...

อาจวางกำหนดลงไปได้ว่า ถ้าพระ นางพญาองค์ใดที่มีรอยพิมพ์มือชัดเจนหนักแน่นประทับอยู่ข้างหลัง พระนางพญา องค์นั้นจะต้องมีความลึกและพิมพ์ติดชัดเจนงดงามด้วย

บทสรุปจากหลัก “ตรียัมปวาย” ข้อสะดุดตานางพญาพิมพ์อกนูนใหญ่องค์นี้ ติดพิมพ์ลึกชัดเห็นมากเส้น? จึงมีเหตุผลประกอบลงตัว เป็นพระนางพญาแท้ทุกประการ ด้วยประการฉะนี้เอง.

พลายชุมพล