พระสมเด็จอรหัง พิมพ์สังฆาฏิ สมเด็จพระสังฆราช ญาณสังวร (สุก ไก่เถื่อน) วัดมหาธาตุ ของ "โป๊ยเสี่ย" ไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์.

มาถึง สนามพระวิภาวดี อาทิตย์ท้ายสุดของเดือน ๙ กันอย่างรวดเร็ว พอๆกับการระบาดของโควิด ซึ่งชาวเราชาวโลกกำลังลุ้นว่าจะถูกวัคซีนปราบได้ราบคาบเมื่อไหร่ ชีวิตจะได้กลับมาปกติสุขทุกข์ตามธรรมดาของโลก

วันนี้ พระเครื่องที่มาในสนามก็ยังคงมาตรฐานแท้ สวยเหมือนทุกครั้ง เริ่มกันที่ พระสมเด็จอรหัง พิมพ์สังฆาฏิ สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร (สุก ไก่เถื่อน) วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ ซึ่งสร้างตอนเป็นสมภารวัดพลับ เมื่อราวปี พ.ศ.๒๓๖๐ เพื่อสืบอายุพระพุทธ ศาสนา ครั้งได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๔ แห่งกรุงรัตน โกสินทร์--สร้างเสร็จก็นำบรรจุองค์พระเจดีย์ ตอนเสด็จประทับรับฐานา ณ วัดมหาธาตุ กทม. เมื่อปี พ.ศ.๒๓๖๓

ลักษณะเป็น พระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณ ผสมปูนเปลือกหอย รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า (ชิ้นฟัก) ด้านหน้าเป็นองค์พระปฏิมา ประทับนั่งปางสมาธิเหนือฐาน ๓ ชั้น ด้านหลังมีทั้งที่เป็นลายมือจาร และรอยปั๊มแบบ “โต๊ะกัง” อักขระภาษาบาลี อ่านว่า อรหัง ตามแนวขวางองค์พระ

มีทั้งที่มอบผู้ร่วมงานฉลองการสถาปนา (ไม่บรรจุกรุและบรรจุกรุ) ซึ่งมีการค้นพบทั้งที่พระเจดีย์ วัดมหาธาตุ และพระเจดีย์วัดสร้อยทอง มีพิมพ์พระที่นิยมเป็นมาตรฐานรวม ๕ พิมพ์คือ ๑.พิมพ์ สังฆาฏิ เข่าตรง ๒.พิมพ์ฐานคู่เข่าโค้ง ๓. พิมพ์เกศอุ หรือเปลวเพลิง ๔. พิมพ์โต๊ะกัง (เนื้อแดง) วัดสร้อยทอง ๕.พิมพ์เล็ก

เนื้อพระแยกได้เป็น ๓ แบบคือ ๑.เนื้อผงสีขาวละเอียดแน่นแกร่ง วัดมหาธาตุ ๒.เนื้อหยาบมีเม็ดกรวดทรายผสมเกษรดอกไม้ (วัดสร้อยทอง) ๓.เนื้อผสมปูนแห้ง (สีแดง)--ทั้งหมดเรียกว่า“พระสมเด็จอรหัง” ตามอักขระด้านหลังทุกองค์

...

ยอมรับกันว่าเป็นต้นแบบพระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณ รูปทรงสี่เหลี่ยม (ชิ้นฟัก) ที่เรียกว่า “พระสมเด็จ” องค์นี้ ของ “โป๊ยเสี่ย” ไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์ เป็นพิมพ์สังฆาฏิ เนื้อขาวละเอียดแน่นแกร่ง แบบของวัดมหาธาตุ ที่งามสมบูรณ์สภาพเดิมๆ ถือเป็น “องค์ครู” เพราะทั้งพิมพ์พระที่คมชัด เนื้อพระที่อุดมด้วยมวลสารครบสูตร และสภาพคราบผิวที่เกิดจากการบรรจุกรุตามอายุอย่างเป็นธรรมชาติ

พระหูยาน หน้ายักษ์พิมพ์ใหญ่ กรุวัดพระศรีรัตน มหาธาตุ ลพบุรี ของแมน ศรีสมบูรณ์.
พระหูยาน หน้ายักษ์พิมพ์ใหญ่ กรุวัดพระศรีรัตน มหาธาตุ ลพบุรี ของแมน ศรีสมบูรณ์.

องค์ถัดไป เป็น พระหูยาน พิมพ์ใหญ่หน้ายักษ์ เนื้อชินเงิน วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อ.เมือง จ.ลพบุรี ๑ ใน ๕ พระยอดขุนพลพิมพ์นั่ง ที่มีประวัติว่าพบที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี ครั้งแรกราวปี พ.ศ.๑๖๐๐-๑๗๐๐ เรียกว่า “กรุเก่า”

และเวลาต่อมา ได้จากพระเจดีย์องค์เล็ก ในวัดพระศรีฯ เรียกว่า “พระกรุใหม่” และยังมีการค้นพบพระพิมพ์เดียวกัน เนื้อเดียวกัน ในกรุพระต่างๆ ของเมือง ลพบุรีอีกหลาย ครั้ง

ที่มี ชื่อเสียง อย่างที่วัดปืน วัดอินทราราม เป็น พระพุทธศิลป์สมัยลพบุรียุคต้น เป็น พระเนื้อโลหะ เทหล่อแบบครึ่งซีก องค์พระนั่งปางมารวิชัยเหนือฐานบัวเฉพาะด้านหน้า ด้านหลังเป็นแอ่งเรียบลายผ้า พิมพ์พระแยกได้หลายแบบ เช่น พิมพ์บัวสองชั้น พิมพ์ใหญ่ (หน้ายักษ์) บัวชั้นเดียว พิมพ์เล็ก

องค์นี้ของ เสี่ยแมน ศรีสมบูรณ์ เป็น พิมพ์ใหญ่หน้ายักษ์ ที่นิยมสูงสุด สภาพสมบูรณ์งามเยี่ยมเดิมๆ เนื้อมีสนิมดำ (ตีนกา) จับแน่นเข้าเนื้อแบบนี้ มีผู้แสวงหากันมาก ราคาได้ยินว่าปัจจุบันเจรจากันที่หลักล้าน

พระรูปเหมือนจำลอง หล่อโบราณ พิมพ์ นิยม หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ของกิตติสัณห์ ศรีประเสริฐ.
พระรูปเหมือนจำลอง หล่อโบราณ พิมพ์ นิยม หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ของกิตติสัณห์ ศรีประเสริฐ.

...

องค์ถัดไป เป็น พระรูปเหมือนจำลอง หล่อโบราณ พิมพ์นิยม หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร ซึ่งเป็นดารามีภาพในตำราพระเครื่องมาแต่อดีต สายตรงเห็นปั๊บจำได้

สวยซะอย่าง พระจึงหมุนเวียนเปลี่ยนเจ้าของบ่อย ล้วนเป็นนักนิยมพระชั้นแนวหน้า ทุกครั้งราคาสูงขึ้นๆ จนได้ชื่อว่าเป็นองค์ทำราคา พระรูปเหมือนหลวงพ่อเงินขึ้นสูงถึงหลักสิบล้านองค์แรกๆ--วันนี้ เจ้าของล่าสุด ชื่อ เสี่ยกิตติสัณห์ ศรีประเสริฐ แต่ราคานิมนต์มาเท่าไหร่ขอคุยนอกรอบ ไม่อยากให้เมียกรี๊ด

พระคงกรุเก่า รักเก่า วัดพระคง ลำพูน ของเบญจวรรณ ไกรสวัสดิ์.
พระคงกรุเก่า รักเก่า วัดพระคง ลำพูน ของเบญจวรรณ ไกรสวัสดิ์.

อีกรายการ เป็น พระคง กรุเก่า รักเก่า วัดพระคง อ.เมือง จ.ลำพูน ของ คุณพี่เบญจวรรณ ไกรสวัสดิ์ เห็นชื่อเป็นหญิง ก็ชื่นชมว่ามีรสนิยมในการสะสมพระ เพราะทุกองค์เป็นพระยอดนิยมองค์งามๆ อย่างพระคงองค์นี้ เป็นพระสภาพสมบูรณ์ สวยงาม โดดเด่นด้วยพิมพ์ทรงที่ลงตัว พิมพ์พระติดเต็มคมชัดเสมอกันทั่วองค์ ไม่มีบิดงอแอ่นโค้ง

...

ซึ่งไม่ง่ายที่จะหาพบ เพราะพระสกุลนี้ส่วนใหญ่มีตำหนิที่องค์พระจะบิดงอแอ่นโค้งไม่มากก็น้อย ในจุดใดจุดหนึ่งขององค์พระ แสดงว่าเจ้าของพระมีความรู้และพิถีพิถันการสะสม ที่สำคัญเป๋าตุงแน่นอน

พระวัดพลับ พิมพ์พุงป่องใหญ่ สมเด็จพระญาณสังวร (สุก ไก่เถื่อน) ของแจ๊ค สามพราน.
พระวัดพลับ พิมพ์พุงป่องใหญ่ สมเด็จพระญาณสังวร (สุก ไก่เถื่อน) ของแจ๊ค สามพราน.

ต่อด้วย พระวัดพลับ พิมพ์พุงป่องใหญ่ สมเด็จพระญาณสังวร (สุก ไก่เถื่อน) วัดราชสิทธาราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ พระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณ สมัยรัตนโกสินทร์ แบบเรียบง่าย

เป็นพระพิมพ์เนื้อผงขาวละเอียด แน่นหนึก ทรงกลม ด้านหน้าเป็นองค์พระนั่งปางสมาธิ ด้านหลังเนื้ออูมหนา พบแตกกรุ จากองค์พระเจดีย์ ของวัดพลับโดยบังเอิญ จากการไล่ล่าตามจับกระรอกเผือกที่วิ่งหนีเข้าไปในโพรงเจดีย์ พอเอาไม้กระทุ้งไล่กระรอกเผือกออกมา แต่กลับเป็นมีองค์พระพิมพ์เนื้อผงขาวทรงกลม ไหลทะลักทลายลงมากองเป็นพันองค์ ชาวบ้านชาวสวนใกล้วัดจึงกอบโกยนำไปใช้บูชา พอพบประสบการณ์คงกระพัน ป้องกันเขี้ยวงา ชนิดนั่งให้หมากัดจนหมาเหนื่อย เพราะเขี้ยวไม่เข้าเนื้อ จึงมีชื่อเสียง และฮอตมาจนถึงปัจจุบัน

...

องค์นี้ ของ เสี่ยแจ๊ค สามพราน เป็น ๑ ในพิมพ์นิยมแถวหน้า--สภาพสวยแจ่ม ขั้นแชมป์ แบบนี้ ราคาอยู่ที่หลักแสนกลางๆมานานแล้ว

พระหลวงพ่อกวย พิมพ์แหวกม่านอกใหญ่ ของ Mark BMC.
พระหลวงพ่อกวย พิมพ์แหวกม่านอกใหญ่ ของ Mark BMC.

อีกสำนักเป็นพระกลางเก่ากลางใหม่ เพราะอายุการสร้างไม่ถึง ๑๐๐ ปี แต่มาแรงกว่าพระเก่าอีกหลายสำนัก น่าตื่นเต้นมากคือ พระหลวงพ่อกวย ชุตินธโร วัดโฆสิตาราม

องค์นี้ เป็น สมเด็จแหวกม่าน อกใหญ่ สร้างราวปี พ.ศ.๒๕๐๐ ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษ ตรงที่หลวงพ่อท่านทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่แกะบล็อก หามวลสารวิเศษ ทำผงวิเศษ(นะปถมัง, อิทธิเจ, ตรีนิสิงเห, มหาราช, พุทธคุณ) พร้อมของวิเศษอาถรรพณ์หลายชนิด กดมือ และเสกแล้วเสกอีกเสกกระหน่ำ

จึงเป็นรุ่นสุดยอดประสบการณ์ ที่ใครๆก็ใฝ่ฝันอยากมี เพราะร่ำลือว่าใครมีก็รวย ทำให้ตอนนี้ องค์สวยๆเปลี่ยนมือกันเกิน ๑.๓ ล้าน ไปแร้ว

องค์นี้ เสี่ย Mark BMC หนุ่มนักเรียนนอก จบปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองจากซานฟรานฯ แล้วมาช่วยคุณพ่อ ฤทธิรงค์ บุญมีโชติ ประธานไทยยูเนี่ยนฟู้ดส์ ทำงานพอได้เงินเดือนก็เอาไปเช่าพระ แต่ละองค์สวยเด็ด เพราะคุณพ่อ เสี่ยอู๊ด ไทยยูเนี่ยน ก็เล็งแต่ของสวย

พระพุทธรูปบูชา เชียงแสนสิงห์สาม ของฤทธิรงค์ บุญมีโชติ แห่งไทยยูเนี่ยนฟู้ดส์.
พระพุทธรูปบูชา เชียงแสนสิงห์สาม ของฤทธิรงค์ บุญมีโชติ แห่งไทยยูเนี่ยนฟู้ดส์.

ดูอย่าง พระพุทธรูปบูชา ศิลปะยุคเชียงแสน สิงห์สาม องค์นี้ สวยสมบูรณ์ สัดส่วนงามตามยุคสมัย หน้าตักราวๆ ๑๒-๑๓ นิ้ว และเป็นพระหน้าตาเมตตายิ้มแย้มกว่าศิลปะเชียงแสนทั่วไป เพราะ เสี่ยอู๊ด บอกดูพระหน้าตาใจดี แล้วสบายใจ

แถมเกร็ดโบราณคดีนิดนึงว่า พระบูชาเชียงแสน กำเนิดเป็นครั้งแรกราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๒๑ ที่เมืองเชียงแสน แบ่งเป็น ๒ ยุค คือ เชียงแสนยุคแรก มีพุทธลักษณะคล้ายๆ พระพุทธรูปอินเดียปาละ องค์จะอวบอ้วนล่ำ หน้ากลม อกนูน ชายสังฆาฏิสั้น ตรงปลายเป็นชายธงม้วนเข้าหากันแบบเขี้ยวตะขาบ ส่วนใหญ่นั่งขัดสมาธิเพชร บนฐานบัว มีทั้งบัวคว่ำบัวหงาย และฐานเขียง (ไม่มีบัว)--พระพุทธรูปเชียงแสนที่งามที่สุด คือ พระ พุทธสิหิงค์

กับ เชียงแสนยุคหลัง มีอิทธิพลแบบลังกาวงศ์จากสุโขทัยปะปน รูปองค์จึงสะโอดสะองขึ้น หน้ายาวเป็นรูปไข่มากขึ้นไม่กลมแบบผลมะตูมเหมือนยุคแรก ชายสังฆาฏิยาวลงมาจดท้อง

ตะโพนงาแกะ หลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์ อ่างทอง ของเบญจวรรณ ไกรสวัสดิ์.
ตะโพนงาแกะ หลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์ อ่างทอง ของเบญจวรรณ ไกรสวัสดิ์.

สุดท้ายเป็นเครื่องรางของขลัง ที่เรียกว่า ตะโพนงาแกะ หลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์อ.เมือง จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นชิ้นที่มีชื่อเสียง เป็นสุดยอดเครื่องรางของขลังที่มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ด้านเมตตามหานิยมสูงสุดของเมืองอ่างทอง และวงการพระเครื่อง สายของ ขลัง

สร้างไว้โดย หลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์ พระเกจิฯในอดีต ที่มีชื่อเสียงด้านวิชาพุทธาคมอยู่แถวหน้าของเมืองอ่างทอง โดยใช้งาช้าง แกะเป็นรูปกลองตะโพน ที่ใช้ในวงดนตรีปี่พาทย์ของไทย นิยมใช้ในคณะลิเก เพื่อตี “โหมโรง” เรียกคนดูให้อยากดู

โบราณาจารย์จึงถือเป็นเคล็ด เอามาสร้างเป็นวัตถุมงคล ที่มีอานุภาพทางเมตตามหานิยม ใช้บูชาแล้ว จะมีผู้คนสนใจเข้าหา ถือเป็นเครื่องราง-ของขลัง ที่มีผู้แสวงหากันมาก แต่หายาก โดยเฉพาะชิ้นงามๆ ดูง่ายๆ สภาพสมบูรณ์ เดิมๆ แบบชิ้นนี้ ของ คุณพี่เบญจวรรณ ไกรสวัสดิ์ ซึ่งได้ยินว่ามีคนสู้ราคาเป็นแสน

มาถึงเรื่องปิดท้ายลาเดือนกันยายนในวงสนทนาของนักนิยมพระเดินสาย ๔-๕ คน ที่นัดมากินข้าวคุยปรับทุกข์ถึงสถานการณ์ซื้อ-ขายพระ ที่โดนผลกระทบจากโควิดหลายรอบ ซึ่งรอบล่าสุดทุกคนบอกว่าแทบแย่ ตลาดพระซบเซา ซื้อ-ขาย ลำบาก

ไม่เหมือนซีซันแรกกับสอง ยังพอมีการซื้อ-ขาย มีรายได้พออยู่ได้ แต่ครั้งนี้สาหัส ตั้งแต่สนามพระถูกปิดยังซื้อ-ขายพระไม่ได้สักองค์ ไม่มีรายได้มาจะครึ่งปีแล้ว

คุยถึงตรงนี้ นายสมคิด ที่อายุมากกว่าทุกคน บอกว่า แต่ผมยังพอมีรายได้สม่ำเสมอ ครอบครัวพออยู่ได้ เพื่อนๆ ฟังแล้วหันขวับถามอย่างสงสัยว่า เฮียขายพระอะไรถึงมีรายได้สม่ำเสมอ เฮียสมคิด ส่ายหน้า ป่าว อั๊วก็ขายพระไม่ได้เหมือนพวกลื้อแหละ แต่ที่ยังมีรายได้พออยู่ได้เพราะถอดตลับทองใส่พระไปขายทีละอันสองอันต่างหากเจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง