ศาสตร์วิชาพระสมเด็จวันนี้ไม่มีข้อสงสัย เรื่องแม่พิมพ์พระ ช่างตั้งใจแกะให้มีหน้าตา พระสมเด็จที่เห็นๆกัน หน้าตาเรียบรื่นกลืนหาย เพราะการยุบของเนื้อพระตอนแห้ง

ทบทวนกันดู หนังสือพระสมเด็จวัดระฆังร้อยปี (พ.ศ.2515) ที่ท่านผู้รู้ คัดสรรพระองค์งามๆ พิมพ์สี่สีขยายใหญ่ให้ดูเป็นองค์ครู (เสียดาย ไม่มีภาพด้านหลัง) อย่างทรงเจดีย์องค์เจ๊แจ๋ว

พิมพ์ปรกโพธิ์ บางขุนพรหม ติดพิมพ์ลึก จมูก ปาก ตา ชัด นี่คือ “ต้นแบบ” ให้รู้ว่า แม่พิมพ์พระสมเด็จ มีจมูกปากตา เพียงแต่โอกาสขององค์ที่ยุบน้อย มีน้อย

พิจารณาจากภาพพระ ที่วงการเปลี่ยนมือซื้อขาย ยี่สิบปีที่แล้ว เกศบัวตูม วัดระฆังมีจมูกปากตา ออกมาองค์หนึ่ง บางขุนพรหม พิมพ์ฐานสิงห์แคบ พิมพ์ฐานสิงห์กว้าง ออกมาอีกสองสามองค์

อ่านมาถึงตรงนี้ ท่านผู้อ่านคงดูภาพพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ทรงเจดีย์ องค์ในคอลัมน์วันนี้ ไปบ้างแล้ว...คราวนี้ หันไปเพ่งมองอีกสักที

ตุ่มเม็ดตาด้านขวา (องค์พระ) สูงกว่าด้านซ้าย จมูกป้านกลม สัณฐานปากสมบูรณ์ มองขึ้นบน เห็นเส้นขอบหน้าผาก ดูต่อไป เห็นเส้นหูสองข้าง พระเกศพุ่งตรงเบนขวาส่วนปลาย เส้นสังฆาฏิ เส้นขอบจีวร เข่าขวาซ้อนทับเข่าซ้าย...นี่คือน้ำหนักการติดพิมพ์พระที่กลมกลืนกับฐานสามชั้นและเส้นซุ้ม

เรื่องหน้าตาพระสมเด็จมีคำอธิบายในทรงเจดีย์พิมพ์ที่ 4 พิมพ์ย่อม (ปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่องเล่มพระสมเด็จ หน้า 304) สำนวนครูตรียัมปวาย ว่า

พระศิระและวงพระพักตร์ ส่วนมากเป็นแบบป้อม และแบบเสี้ยม บางองค์ที่คมชัดจริง จะปรากฏพระเนตรพระนาสิกและพระโอษฐ์เป็นตุ่มๆ และทิวๆ ที่คมชัด

คำครูข้อนี้ ชี้ว่า เรื่องพระสมเด็จมีจมูกปากตา ผู้รู้รุ่นโบราณ ถ่ายทอดกันมานานแล้ว

จบเรื่องพิมพ์พระมาถึงเนื้อหา เป็นพระที่มีผิวเดิมๆ เมือกผิวพระ (แป้งโรยพิมพ์) ปรากฏรอยเหนอะทั่วพื้นผิวด้านหน้า ปกคลุมเม็ดมวลสาร มีร่องรอยจากรักชิ้นเล็กที่ลอกออกแล้ว ในซอกใต้ฐานชั้นล่างกับเส้นปิดซุ้ม

...

ด้านหลัง...ริ้วรอยยุบแยก เป็นเส้นวงๆ ไม่คุ้นตา ขอบอกเพื่อให้เรียนรู้ไปด้วยกันว่า นี่คือแบบหลังสมเด็จวัดระฆังที่หาดูได้ยากที่สุด คือแบบ “รอยย่นตะไคร่น้ำ”

ดูแค่ภาพ ก็น่าจะพอ พระคมชัดสวยสุดระดับนี้ กว่าเจ้าของจะตัดใจยื่นรูปมาให้ก็ยากนัก เรื่องดูองค์จริง สงวนไว้ให้ผู้มีบุญเขาคุยกัน.

พลายชุมพล