ไลฟ์สไตล์
100 year

พระสมเด็จ เกศไชโย ฟอร์มทรงดีเยี่ยม พิมพ์พระงามเด่น เนื้อพระแห้งแกร่ง

สีกาอ่าง
11 เม.ย. 2564 05:06 น.
SHARE

พระสมเด็จ เกศไชโย พิมพ์ ๗ ชั้น หูประบ่า วัดไชโยวรวิหาร ของ อ้วน ลอยฟ้า.

วันนี้ สีกาอ่าง เข้าสนามพระฯอย่างสุดเซ็ง เพราะจากที่กำลังดีใจ ว่าบ้าน เมืองเริ่มคลี่คลายจากโควิด บรรยากาศการค้าการลงทุน เริ่มกลับมาให้มีช่องทำมาหาเงินกันแล้ว และสงกรานต์นี้ คนจะได้ฉลองปีใหม่ไทย ได้รื่นเริงกันบ้าง แต่ก็ทำท่าจะพับเพียบต่อแบบเดิม กับการแพร่ระบาดรอบสาม--ซึ่งคราวนี้มาจากธุรกิจค้าเรือนร่าง ไม่ใช่ธุรกิจค้าอาหารทะเลแบบรอบสอง

ก็ขอให้ทุกคนผ่านพ้นด้วยดี และจดจำว่า เราต้องเผชิญกับโรคภัยสารพัดกันไม่สิ้นสุด ตัวนี้ไปตัวใหม่มา ดังนั้น ท่านผู้ชมอย่าการ์ดตก

ไปดูพระเครื่องที่มารับปีใหม่ไทย เพื่อความเป็นสิริมงคล กันต่อเจ้าค่ะ องค์แรกคือ พระสมเด็จ เกศไชโย พิมพ์นิยม ๗ ชั้น หูประบ่า วัดไชโยวรวิหาร อ.ไชโย อ่างทอง เห็นปุ๊บ ก็คลิกเลย เพราะพระสมเด็จองค์นี้ของ เสี่ยอ้วน ลอยฟ้า ฟอร์มทรงดีเยี่ยม พิมพ์พระงามเด่น เนื้อพระแห้งแกร่ง

และมีคราบรัก เหลือพองาม เป็นแบ็กกราวด์อยู่หลังองค์พระ ที่เป็น พิมพ์ใหญ่นิยม หมายเลข ๒ หรือพิมพ์ใหญ่ B ซึ่งได้รับความนิยม เล่นหาในราคาที่เป็นรองพิมพ์ใหญ่ A พอประมาณ แต่ใช้ดี โชว์ได้ ยิ่งงามเยี่ยม สมบูรณ์ยอด อย่างองค์นี้ วางเทียบพิมพ์นิยม A องค์สวยน้อย ได้สบาย

พระนางพญา พิมพ์เทวดา วัดนางพญา พิษณุโลก ของ ต่อ ดวงวิชัย.
พระนางพญา พิมพ์เทวดา วัดนางพญา พิษณุโลก ของ ต่อ ดวงวิชัย.

องค์ที่สอง คือ พระนางพญา พิมพ์เทวดา วัดนางพญา อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่ค้นพบจากองค์พระเจดีย์ วัดนางพญา ซึ่งเดิมอยู่ในอาณาเขตวัดราษฎร์บูรณะ พอมีการสร้างถนนตัดผ่าน จึงแบ่งเขตเป็น ๒ วัด

ฝั่งที่มีองค์พระเจดีย์ ได้พบพระพิมพ์เนื้อดินเผา พุทธศิลป์สมัยอยุธยา รูปทรงสามเหลี่ยม มากแบบหลายขนาด แตกกรุ ลงมากองรอบเจดีย์มากมาย ทางสมภารได้บูรณะเจดีย์ และนำพระบรรจุคืน แต่คงไม่หมด เหลือฝังอยู่ตามดิน

จนเมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองพิษณุโลก มีการปรับพื้นที่ ขุดหลุมฝังเสา สร้างปะรำพิธี ก็ได้พบพระนี้ในดินบริเวณนั้น

สันนิษฐานตามหลักฐาน ประวัติความเป็นมา เชื่อได้ว่าเป็นพระที่สร้างบรรจุไว้โดย พระวิสุทธิกษัตรีย์ อัครมเหสีของสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช ซึ่ง สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ให้ไปครองเมืองพิษณุโลก และพระราชทานพระวิสุทธิกษัตรีย์ พระราชธิดาใน สมเด็จพระมหาจักรพรรดิและพระศรีสุริโยทัย เป็นพระอัครมเหสี มีพระราชโอรสและพระราชธิดา ๓ พระองค์ คือ พระสุพรรณกัลยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ

พระนางพญา กำเนิดเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๐๙๐-๒๑๐๐ หรือประมาณสี่ร้อยกว่าปีก่อน เป็นพระรูปทรงสามเหลี่ยมทุกพิมพ์นั่งมารวิชัย รูปทรงงดงาม บริเวณอกที่ตั้งนูนเด่น และลำแขนอ่อนช้อย จึงเรียกว่าพระพิมพ์ “นางพญา” อีกประการหนึ่ง คือผู้ที่สร้างเป็น นางพญามหากษัตริย์

แยกพิมพ์พระได้เป็น ๗ พิมพ์ คือ ๑.พิมพ์ใหญ่เข่าโค้ง ๒.พิมพ์ใหญ่เข่าตรง ๓.พิมพ์อกนูนใหญ่ ๔.พิมพ์สังฆาฏิ ๕.พิมพ์เทวดา (อกแฟบ) ๖.พิมพ์อกนูนเล็ก ๗.พิมพ์พิเศษ เช่นพิมพ์เข่าบ่วงหรือพิมพ์ที่มีขนาดองค์ใหญ่ พิเศษ

ต่อมายังมีการค้นพบพระสกุลนางพญา อีกหลายครั้ง เช่น พื้นที่บ้าน “ตาปาน” พบพระจมน้ำ ผิวพระเปิด เห็นเม็ดกรวดเม็ดทราย เรียกว่า พระกรุน้ำ

ปี พ.ศ.๒๔๗๙ พบพระบรรจุในพระเจดีย์เล็ก วัดอินทรวิหาร กรุงเทพฯ ต่อมาได้พบที่วัดเลียบ วัดสังข์กระจาย และครั้งสุดท้าย ปี พ.ศ.๒๕๓๒พบที่วัดราษฎร์บูรณะ พิษณุโลก ซึ่งเชื่อว่าพระที่พบระยะหลังๆ เป็นพระที่พบจากกรุวัดนางพญา ที่มีผู้นำมาบรรจุไว้

พระองค์นี้ของ เสี่ยต่อ ดวงวิชัย ที่แม้เป็นพระในหมวดพิมพ์เล็ก แต่ก็สภาพสมบูรณ์--สวยเดิม ระดับแชมป์ แบบนี้ ถึงไม่มีพิมพ์ใหญ่ ก็ไม่แพ้

พระพุทธชินสีห์ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก ของ ปรีดา คูวิบูลย์ศิลป์.
พระพุทธชินสีห์ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก ของ ปรีดา คูวิบูลย์ศิลป์.

ตามมาด้วย พระพุทธชินสีห์ เนื้อชินเงิน กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ขุนพลพระกรุ พระเก่า เนื้อชินเงิน พุทธศิลป์สมัยสุโขทัย แบบตะกวน ที่สร้างไว้โดยพระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย ครั้งไปครองพิษณุโลก ซึ่งโบราณถือเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญ

เล่านิด ให้นึกภาพออก ว่าทำไม “พิดโลก” ถึงสำคัญ คือ การปกครอง ยุคสุโขทัย กษัตริย์จะปกครองแบบกระจายอำนาจไปสู่หัวเมืองต่างๆ ซึ่งแบ่งเป็น ๔ ชั้น ชั้นหนึ่ง คือ เมืองหลวง คือกรุงสุโขทัย เป็นราชธานี ซึ่งเป็นที่ประทับของพระมหา กษัตริย์ ชั้นสองเรียกว่า เมืองลูกหลวง เป็น เมืองหน้าด่าน ที่ตั้งอยู่รอบราชธานี ทั้ง ๔ ทิศ ทิศเหนือ คือ เมืองศรีสัชนาลัย (สวรรคโลก) ทิศใต้ คือ เมืองสระหลวง (พิจิตรเก่า) ทิศตะวันตก คือ เมืองนครชุม (กำแพงเพชร)

ส่วนทิศตะวันออก คือ เมืองสองแคว หรือพิษณุโลก ซึ่งกษัตริย์จะส่งพระราชโอรส หรือเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงไปปกครองดูแลเมืองลูกหลวงเหล่านี้

พบพระพุทธชินสีห์ พร้อมพระพุทธชินราชใบเสมา ลักษณะเป็นรูปจำลองพระพุทธชินสีห์ องค์พระปฏิมานั่ง ปางสะดุ้งมาร อยู่ในซุ้มเรือนแก้ว เหนือฐานบัวสองชั้น เหมือน พระพุทธชินราช แต่แตกต่าง ที่พระพุทธชินสีห์ไม่มีเม็ดไข่ปลาคั่นระหว่างชั้น และลวดลายของซุ้มที่แคบกว่า และเปลวที่สูงกว่า

พิมพ์พระแยกได้เป็น ๒ แบบคือ พิมพ์เกศตรง พิมพ์เกศแฉก เนื้อพระ ๒ เนื้อคือ เนื้อชินเงิน กับเนื้อสำริด องค์นี้ของ เสี่ยปรีดา คูวิบูลย์ศิลป์ เป็นพิมพ์เกศแฉก เนื้อชินเงิน องค์แชมป์ ที่สมัยนี้ หาได้ยากสุด

เป็นพระดีมีคุณค่า เหนือราคา มีอานุภาพพุทธคุณทั้งแคล้วคลาดคงกระพันชาตรี เมตตา มหานิยม ให้มีความเจริญก้าวหน้า ในหน้าที่การงาน--จะลงทุนเช่าไว้ ก็ได้กำไรเกินคุ้ม

เล่าอีกนิดว่า สำหรับ พระพุทธชินสีห์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวพิษณุโลกที่เราไปสักการะ เป็น องค์จำลอง เพราะวิหารที่ประดิษฐาน พระพุทธชินสีห์ ในยุคนั้น ชำรุดทรุดโทรม ต้องบูรณะ สมเด็จพระบวรราชเจ้า มหาศักดิพลเสพ จึงให้อัญเชิญพระพุทธชินสีห์องค์จริง ไปประดิษฐานที่มุขหลังของพระอุโบสถ จัตุรมุข วัดบวรฯ เมื่อปี พ.ศ.๒๓๗๒

มีตำนานว่า ตอนอัญเชิญพระพุทธชินสีห์ลงมาประดิษฐานยังกรุงเทพฯ ชาวพิษณุโลก ต่างเศร้าเสียใจมาก และเกิดอาเพศ ฝนทิ้งช่วงที่เมืองพิษณุโลกกว่า ๒ ปี และหลังจากนั้นแค่ปีเดียว สมเด็จพระบวรราชเจ้าฯ ก็ประชวรและสิ้นพระชนม์

ราษฎรจึงเชื่อเป็นเพราะพระองค์อัญเชิญพระพุทธชินสีห์ออกไปจากพิษณุโลก--คนโบราณก็ยังเชื่อเรื่องแบบนี้อยู่ แต่ประวัติศาสตร์ก็บันทึกว่า หลังจากสงครามอะแซหวุ่นกี้ เมืองพิษณุโลกถูกเผาทำลาย วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ได้รับความเสียหายมาก รวมถึงพระวิหารที่ พระพุทธชินสีห์ ก็ชำรุดทรุดโทรม จึงย้ายไปวัดบวรฯ

วันนี้ เรียนประวัติศาสตร์สุโขทัย พิษณุโลกฉบับย่อๆ จนสัมปทานจะหมดแล้ว รีบต่อกันด้วย พระปิดตา พิมพ์กลีบบัว เศียรแหลม หลวงปู่จีน วัดท่าลาดเหนือ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ๑ ใน ๕ พระปิดตาเนื้อผงคลุกรักชุดเบญจภาคี

หลวงปู่จีน ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าตำรับสร้างพระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก แห่งภาคตะวันออก ที่มีบันทึกการสร้าง เริ่มราว ปี พ.ศ.๒๔๔๐

ระยะแรก พิมพ์ทรงยังไม่เป็นมาตรฐาน แต่มีจุดสังเกตที่เหมือนกัน คือด้านหลังองค์พระ จะมีเนื้อนูนอูม แบบหมากหรือไข่ผ่าซีก พอท่านสร้างพิมพ์พระ เพื่อมอบสมนาคุณ ผู้ร่วมกุศลสร้างวัด จึงมีการจัดแบ่งพิมพ์พระมาตรฐาน

คือ ๑.พิมพ์แข้งหมอนใหญ่ องค์พระนั่งปางสมาธิราบ มีเส้นซุ้มนูนหนาใหญ่ องค์พระล่ำ พระพาหา พระหนุ กลมกลืนเป็นเนื้อเดียว เป็นที่มาของชื่อ พิมพ์แข้งหมอนใหญ่ ๒.พิมพ์เม็ดกระบกใหญ่ รูปทรงองค์พระทรงกลมรี อย่างเม็ดกระบก พระ เศียรกลมใหญ่ เส้นซุ้มแนบชิดติดองค์กว่าพิมพ์แข้งหมอน ๓. พิมพ์กลีบบัว เศียรแหลม จุดเด่นอยู่ที่พระเศียรด้านบนจะมีลักษณะเรียวแหลม ชัดเจน พระหัตถ์เรียวเล็ก คล้ายพนมมือ ฟอร์มองค์กลมมน อย่างกลีบบัว ๔.พิมพ์กลีบบัว องค์พระล่ำสัน พระเศียรกลมใหญ่ ฟอร์มองค์อย่างกลีบบัว แต่ไม่มีเส้นซุ้มรอบองค์

๕.พิมพ์เส้นด้าย (ไม้ค้ำเกวียน) เส้นศิลป์บอบบาง พระเศียรกลมเล็ก พระกรเป็นเส้นบาง วิ่งขึ้นปิดพระพักตร์ ด้านในองค์มีเส้นพระพาหา วางขวางลอยอยู่ ๑ เส้น จินตนาการคล้ายไม้ค้ำล้อเกวียน ๖.พิมพ์เศียรปลาไหล เป็นพระพิมพ์เดียวกับพิมพ์กลีบบัวเศียรแหลม ต่างกันที่พระเศียรเป็นทรงกลม และเส้นซุ้มด้านบนเรียวแหลมกว่า ๗.พิมพ์แข้งหมอนเล็ก ๘.พิมพ์เม็ดกระบกเล็ก

องค์นี้ของ เสี่ยเพชร-อิทธิ ชวลิตธำรง เป็นพระพิมพ์กลีบบัว เศียรแหลม สภาพสมบูรณ์ สวยเดิมๆ ราคาอยู่ที่หลักแสนปลายถึงหลักล้านต้นๆ สายตรงเห็นแล้วบอกว่า หาพระ ยากกว่าหาเงินเยอะ

เหรียญยันต์สี่ ๓ จุด เนื้อเงิน พ.ศ.๒๔๖๗ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนังฯ ของ “โป๊ยเสี่ย”.
เหรียญยันต์สี่ ๓ จุด เนื้อเงิน พ.ศ.๒๔๖๗ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนังฯ ของ “โป๊ยเสี่ย”.

อีกรายการ เป็น เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.๒๔๖๗ ยันต์สี่ ๓ จุด เนื้อเงิน พระภาวนาโกศลเถระ (หลวงปู่เอี่ยม) วัดหนังฯ เขตภาษีเจริญ กทม. เหรียญพระเกจิ อาจารย์ อันดับ ๒ ในชุดเบญจภาคี

สร้างไว้ด้วยบล็อกด้านหน้าแบบเดียว บล็อกด้านหลัง ๒ แบบ แยกเป็นสามจุดกับสี่จุด เนื้อเหรียญมีเงินกับทองแดง ได้รับความ นิยม ระดับหลัก ล้าน เหรียญแรกๆ ที่มีผู้แสวงหาไม่ขาดสาย โดยเฉพาะเหรียญดัง สมบูรณ์ งดงาม ระดับแชมป์องค์จริง อย่างเหรียญนี้ ที่มีหลายคนเฝ้ารอ เป็นมานานนับสิบปี ขอเพียงบอกราคา แต่คงยาก เพราะเจ้าของชื่อ “โป๊ยเสี่ย” ไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์

เหรียญยันต์ห้า รุ่นแรก เนื้อสัมฤทธิ์ พ.ศ. ๒๔๖๙ หลวงปู่เอี่ยม วัด หนังฯ ของ “โป๊ยเสี่ย”.
เหรียญยันต์ห้า รุ่นแรก เนื้อสัมฤทธิ์ พ.ศ. ๒๔๖๙ หลวงปู่เอี่ยม วัด หนังฯ ของ “โป๊ยเสี่ย”.

อีกสำนักเป็น เหรียญรุ่นแรก ยันต์ห้า พ.ศ.๒๔๖๙ เนื้อสัมฤทธิ์ พระภาวนาโกศลเถระ (หลวงปู่เอี่ยม) วัดหนังฯ เขตภาษีเจริญ กทม. สร้างเป็นเหรียญรุ่น ๒ ด้านหน้า เป็นองค์หลวงพ่อ นั่งทำสมาธิ เต็มองค์ แบบเหรียญรุ่นแรก แต่เปลี่ยนยันต์ด้านหลัง เป็นยันต์ ๕

สร้างและเสก เสร็จก่อนท่านมรณภาพ ๒ เดือน ได้รับความนิยมในราคาหลักล้านเช่นกัน เหรียญนี้ก็ของ “โป๊ยเสี่ย” ซึ่งเป็นองค์แชมป์ตลอดกาล ที่แพ็กคู่กับ เหรียญยันต์ ๔ มานานนับสิบปี

วัตถุมงคลรุ่นมูลนิธิเพิ่มวิทยา พ.ศ.๒๕๑๘ หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว ของ พ้อต นครชัยศรี.
วัตถุมงคลรุ่นมูลนิธิเพิ่มวิทยา พ.ศ.๒๕๑๘ หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว ของ พ้อต นครชัยศรี.

อีกสำนักเป็นรูปเรือสุพรรณหงส์ จัดเรียงด้วยวัตถุมงคลรุ่นมูลนิธิ เพิ่มวิทยา พ.ศ. ๒๕๑๘ หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

จัดเป็นวัตถุมงคลชิ้นพิเศษ ซึ่งการนำวัตถุมงคล รุ่นมูลนิธิเพิ่มวิทยา ทุกชนิด ทั้งเหรียญ รูปเหมือน พระกริ่ง-พระชัย ล็อกเกต พระพิมพ์ ๒๒๗ องค์ มาจัดวางเรียง เป็นรูปเรือสุพรรณหงส์ ใส่กรอบขนาดใหญ่ มีเพียง ๑ รูป ประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดกลางบางแก้ว โดย หลวงปู่เพิ่ม

พระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงแห่งยุค ที่ไปเสก อาทิ หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม หลวงปู่เขียว วัดหรงบน หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม หลวงพ่อนำ วัดดอนศาลา ฯลฯ เป็นวัตถุมงคลสร้างพิเศษ ที่มีเพียงชิ้นเดียว ปัจจุบันเป็นของ เสี่ยพ้อต นครชัยศรี ราคาหลักล้าน

พระกริ่งน้อย หลวงพ่อโสธร พ.ศ.๒๕๐๘ เนื้อทอง คำ ของ สุธีร์ นาคกลาง.
พระกริ่งน้อย หลวงพ่อโสธร พ.ศ.๒๕๐๘ เนื้อทอง คำ ของ สุธีร์ นาคกลาง.

สุดท้าย คือ พระกริ่งน้อย หลวงพ่อโสธร พ.ศ.๒๕๐๘ เนื้อทองคำ วัดโสธรวรวิหาร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จัดสร้างเป็น พระกริ่ง รูปจำลององค์หลวงพ่อพุทธโสธร ต่อจากพระกริ่งรุ่นแรก พ.ศ.๒๕๐๐ ในสมัยพระราชพุทธิรังสี (เจียม จิรปุญโญ กุลละวณิชย์) เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ ๑๒

มีพิมพ์แยก ๓ แบบ คือ ๑.หน้าใหญ่ ๒.หน้ากลาง ๓.หน้าเล็ก มีเนื้อทองแดงรมดำ ทองเหลืองรมดำ และทองคำ แบบองค์นี้ของ เสี่ยสุธีร์ นาคกลาง

ถึงสงกรานต์จะหงอยๆจ๋อยสนิท แต่ก็อย่าลืมสรงน้ำพระ และรดน้ำขอพรญาติผู้ใหญ่ วันนี้ขอลากันด้วย เรื่องปิดท้าย ในวงนักนิยมพระเครื่องสายขลัง ๕ คน ที่คุยกันโขมงในร้านก๋วยเตี๋ยว ใกล้สนามพระใหญ่

ต่างแสดงทัศนะ เปรียบเทียบ ถึงคุณค่าของ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว พิมพ์ปั้น ยุคแรก รุ่น “แลกเกวียน” กับ พระปิดตา พิมพ์มาตรฐาน ใหญ่หลังแบบ ที่มีราคาค่าถึงหลักสิบล้าน ว่ารุ่นไหนจะเหนือกว่ากัน

คนแรกว่า พิมพ์ปั้น น่าใช้กว่า เพราะเป็นพระที่หลวงพ่อแก้ว สร้างเป็นรุ่นแรกๆ ทีละองค์ สร้างไปเสกไป ต้องขลังกว่าแน่ๆ คนที่ ๒ ก็สนับสนุน เห็นด้วยทันควัน บอกยังไงของรุ่นแรก ย่อมเจ๋งกว่าแน่นอน

แต่คนที่ ๓ ค้านว่า พระพิมพ์มาตรฐานน่าจะมีภาษีกว่า เพราะพิสูจน์ทราบเปรียบเทียบพระเก๊-พระแท้ ได้ง่ายกว่า ซึ่งได้เสียงหนับหนุนจากคนที่ ๔ ว่า เล่นพิมพ์มาตรฐานไว้ก่อน สบายใจสุด

คนที่ ๕ ซึ่งอาวุโสสุด บอกว่า น่าใช้ทั้ง ๒ แบบ ขอเพียงเป็นพระแท้ เพราะหายากพอกัน พูดจบอาแปะ เจ้าของร้าน ที่เดินไปเดินมาส่งก๋วยเตี๋ยวทีละชาม เลยได้ยินการถกกันกระท่อนกระแท่น บอกว่า ขออนุญาตออกความเห็นว่า พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว พิมพ์มาตรฐาน มีคุณค่ากว่า เพราะราคาปัจจุบัน แลกบ้าน แลกรถ ได้สบาย แต่ รุ่นแรก แลกได้แค่เกวียน--คิดง่ายๆ ไม่เห็นต้องเถียงกัน เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สนามพระสีกาอ่างพระสมเด็จเกศไชโยพระนางพญาพระพุทธชินสีห์พระปิดตาเหรียญยันต์ห้าเหรียญยันต์สี่พระกริ่งน้อย

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 10:47 น.