ไลฟ์สไตล์
100 year

พระสมเด็จ วัดระฆังฯ พระแท้ ดูง่าย สวย ฟอร์มทรง พิมพ์พระ เนื้อมวลสารรักทอง

สีกาอ่าง
28 มี.ค. 2564 05:07 น.
SHARE

เข้าสู่ สนามพระวิภาวดี อาทิตย์สุดท้ายของเดือนมีนาคม ด้วยคำสอนของ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ว่า “พระพุทธศาสนาเป็นสรณะ คือที่พึ่งของโลกได้ เพราะสอนให้ดับทุกข์ได้ ความดับทุกข์จึงเป็นผลที่มุ่งหมายสำคัญ ถ้าสอนให้ดับทุกข์ไม่ได้ คำสอนนั้นก็ไร้สาระ”

ต่อเข้าตลาดพระ วันนี้มีพระสวยๆระดับ ๕ ดาวมาส่งท้ายเดือนเต็มสนาม เริ่มที่ พระสมเด็จ พิมพ์ฐานแซม สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม เขตบางกอกน้อย กทม.

พอเห็นก็ตื่นเต้น เพราะเป็น พระสมเด็จ วัดระฆังฯ องค์แรกของปี และเป็น พระแท้ ดูง่าย สวย ฝั่งธนฯขนานแท้ ทั้งฟอร์มทรง พิมพ์พระ เนื้อมวลสาร รักทอง ไม่มีจุดไหนให้คาใจ ว่าเป็นพระย้ายวัดข้ามฟาก

สายสมเด็จบอกคุ้นๆว่าเคยเห็นมาก่อน จำไม่ได้ว่าพระของใคร แต่ ณ วันนี้ ผู้ครอบครองเจ้าของพระ คือ เสี่ยเอกชัย วิสาหะพานิช นักนิยมพระมีรสนิยม ตาถึง ใจถึง--อย่างที่เคยบอกว่า ไม่ต้องมีพระมากมาย ขอสวยๆเจ๋งๆองค์เดียว ก็สร้างชื่อได้ตลอดชาติ

พระนางพญา พิมพ์เทวดา เนื้อเขียว กรุวัดนางพญา พิษณุ-โลก ของ พรรค คู-วิบูลย์ศิลป์.
พระนางพญา พิมพ์เทวดา เนื้อเขียว กรุวัดนางพญา พิษณุ-โลก ของ พรรค คู-วิบูลย์ศิลป์.

องค์ที่สองเป็น พระนางพญา พิมพ์เทวดา เนื้อเขียว วัดนางพญา อ.เมือง จ.พิษณุโลก พระสกุลนางพญา หมวดพิมพ์เล็ก สภาพสมบูรณ์เดิมๆที่ สวยสุดๆ หาองค์เทียบยาก

เพราะฟอร์มทรงที่สมส่วน จากการตัดข้างอย่างพิถีพิถัน ได้องศาเสมอกันทั้ง ๓ ด้าน พิมพ์พระติดชัดลึกทั่วองค์ ชัดเจน ที่เรียก หู ตา กะพริบ ผ้าสังฆาฏิ เรียบหนา

สีเนื้อเขียว ที่แกร่ง หายากสุด มีคราบฝ้ารากรุ จับแน่นเข้าผิวเนื้อ บอกอายุความเก่าถึงยุคสมัย ได้อย่างชัดเจน เจ้าของคือ เสี่ยพรรค คูวิบูลย์ศิลป์ สายตรงพระเหนือ

พระนางพญา พิมพ์อกนูนเล็ก กรุวัดนางพญา พิษณุโลก ของ พิเชษฐ์ เกียรติเดชาวิทย์.
พระนางพญา พิมพ์อกนูนเล็ก กรุวัดนางพญา พิษณุโลก ของ พิเชษฐ์ เกียรติเดชาวิทย์.

อีกองค์ก็กรุ วัดนางพญา พิษณุโลก เป็น พระนางพญา พิมพ์อกนูนเล็ก ของ เสี่ยพิเชษฐ์ เกียรติเดชาวิทย์ ซึ่งความสวยไม่ยิ่งหย่อน สีเนื้อมาตรฐาน ที่ได้รับความนิยม

สมัยก่อนเป็นพระแถม เวลามีการซื้อขายพระพิมพ์ใหญ่ ราคาแพง จะมีการแถมพระในหมวดพิมพ์เล็กนี้ เป็น “พระน้ำจิ้ม พระน้ำใจ” ได้แล้วก็เอาไปแจกแม่ แจกเมีย หรือโบราณเอาใส่ตลับขี้ผึ้ง สีปาก หรือเลี่ยมให้เด็กห้อยคล้องคอ ทำให้องค์พระถูกสัมผัส จนลบเลือน

ปัจจุบันจึงยากจะได้เห็นพระในหมวดพิมพ์เล็ก ที่อยู่ในสภาพสวยเยี่ยม สมบูรณ์ยอด อย่างองค์นี้ของ เสี่ยพิเชษฐ์ เกียรติเดชาวิทย์ ที่คนมีพระนางพญา พิมพ์ใหญ่ แต่สวยน้อยกว่า ยังต้องอิจฉา

รูปเหมือน หล่อโบราณ พิมพ์ขี้ตา ๕ ชาย หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ของ พิเชษฐ์ เกียรติเดชาวิทย์.
รูปเหมือน หล่อโบราณ พิมพ์ขี้ตา ๕ ชาย หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ของ พิเชษฐ์ เกียรติเดชาวิทย์.

ตามมาด้วย พระรูปเหมือน หล่อโบราณ พิมพ์ขี้ตา ๕ ชาย หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร

พระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน พิมพ์ขี้ตา แยกเล่นเป็นพิมพ์มาตรฐาน แบ่งตาม จำนวนเส้นชั้นชายจีวร ๓ แบบ คือ แบบ ๓ ชาย ๔ ชาย

และ ๕ ชาย อย่างองค์นี้ของ เสี่ยพิเชษฐ์ เกียรติเดชาวิทย์ อีกแล้ว ซึ่งเป็นพิมพ์นิยมหายากสุด องค์งามๆ เนื้อจัดๆ สภาพสมบูรณ์เยี่ยม แบบนี้ ราคาอยู่ที่หลักล้านแน่นอน

พระพิมพ์เศียรโล้น สะดุ้งกลับ เนื้อผงยาจินดามณีจุ่มรัก หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ของ แจ๊ค สามพราน.
พระพิมพ์เศียรโล้น สะดุ้งกลับ เนื้อผงยาจินดามณีจุ่มรัก หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ของ แจ๊ค สามพราน.

ตามมาด้วย พระพิมพ์ปรกโพธิ์ เศียรโล้น สะดุ้งกลับ เนื้อผงยาจินดามณี หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ๑ ในพระพิมพ์นิยม หายากสุดๆในสกุล พระหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว

มีพบทั้ง เนื้อดิน เนื้อผง และเนื้อผงยาจินดามณี อย่างองค์นี้ของเจ้าถิ่น เสี่ยแจ๊ค สามพราน ที่ได้รับความนิยมสูงสุด

ยุคเฟื่องฟู เคยมีภาพพระองค์แชมป์ราคาหลักล้าน ให้ชมแล้ว ปัจจุบันแม้สถานการณ์ทรงๆ แต่ก็เป็นเพราะไม่มีพระให้เล่น ราคาพระองค์งามๆสภาพสมบูรณ์ รักเต็มร้อยแบบนี้ ราคายังวนๆอยู่ที่หลักล้านบวก ลบ

เพราะพระมีประสบการณ์ เลื่องลือ ด้านหนุนดวงชะตา ปกป้องคุ้มครองให้ผู้ใช้บูชา มีชีวิตเจริญรุ่งเรือง ร่มเย็นเป็นสุข บันดาลเรื่องร้ายกลายเป็นดี ทำให้มีผู้สนใจแสวงหา

แต่รักจะแสวงหา ต้องยกการ์ดสูง เพราะนอกจากจะมีพระเลียนแบบ มากมายหลายฝีมือ เจ็บแสบขนาด เซียนเสียน้ำตา มาแล้ว ยังต้องระวัง พระแท้ เนื้อดิน เนื้อผง ที่ถูกนำมา แปลงร่าง จุ่มรักเคลือบเก่า หลอกขายเป็น พระเนื้อผงยา ซึ่งราคาต่างกันเป็นแสนๆ

พระกริ่งบัวรอบ สุจิตโต พ.ศ.๒๔๘๗ วัดบวรนิเวศฯ ของ โต๊ด นาฬิกา.
พระกริ่งบัวรอบ สุจิตโต พ.ศ.๒๔๘๗ วัดบวรนิเวศฯ ของ โต๊ด นาฬิกา.

อีกสำนักเป็น พระกริ่ง สุจิตโต บัวรอบ พ.ศ.๒๔๘๗ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ชื่น นพวงศ์) วัดบวรนิเวศน์ กทม. เป็นพระกริ่งที่สร้างขึ้นเป็น รุ่นแรก ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ครองตำแหน่งเจ้าอาวาส ระหว่างปี พ.ศ.๒๔๘๘-๒๕๐๑

มีบันทึกการสร้างไว้ ๔ วาระ คือ วาระที่ ๑ พ.ศ. ๒๔๘๗ พระกริ่งสุจิตโต หรือ พระกริ่งบัวรอบ พระ องค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล เป็นแม่งานจัดสร้าง จำนวนราว ๔๐๐ องค์ เป็นที่ระลึกในงานพิธีฉลองพระชนม์ครบ ๗๕ พรรษา

วาระที่ ๒ พ.ศ.๒๔๙๑ สร้าง พระกริ่งพระประธาน หรือ พระกริ่งวัด ตรีทศเทพ ในคราวงานพิธีผูกพัทธสีมา วัดตรีฯ ประกอบพิธีเททองหน้าพระอุโบสถ วัดบวรฯ เมื่อวันที่ ๒๐ พ.ย.๒๔๙๑ ทำพิธีปลุกเสกในพระอุโบสถ วัดบวรฯ เมื่อวันที่ ๑ เม.ย.๒๔๙๒

วาระที่ ๓ พ.ศ.๒๔๙๖ พระกริ่งไพรีพินาศ (บัวเหลี่ยม-บัวแหลม) และมีการสร้าง พระบูชา พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ เหรียญ ครอบน้ำพระพุทธมนต์ ในวาระงานฉลองพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ทำพิธีสวดมนต์บริกรรมปลุก– เสก ณ พระอุโบสถวัดบวรฯ เมื่อ ๔ เม.ย.๒๔๙๖

วาระที่ ๔ พ.ศ.๒๔๙๙ พระกริ่ง ๗ รอบ พระภิกษุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ ทรงเททองหล่อ พระพุทธชินสีห์จำลองแทนสมเด็จพระสังฆราชซึ่งทรงประชวร ประกอบพิธีเททอง ณ ศาลาหน้าพระอุโบสถ ด้านทิศตะวันตก เมื่อวันที่ ๓ พ.ย.๒๔๙๙ มี พระบูชา พระกริ่ง ครอบน้ำพระพุทธมนต์ และเหรียญ

ทุกรุ่นมีชื่อเสียงได้รับความนิยม ราคาค่าความนิยมหลักหมื่น-หลักแสน โดยเฉพาะ พระกริ่งบัวรอบ อย่างองค์นี้ของ เสี่ยโต๊ด นาฬิกา ซึ่งถือเป็น พระกริ่งรุ่นแรก ที่สร้างชื่อเสียง สืบทอดถึงพระกริ่งรุ่นต่อๆมา ราคาค่าอยู่ที่หลักแสนกลาง

พระพุทธรูป พุทธศิลป์สมัยอยุธยาทรงเครื่อง หน้าตัก ๕ นิ้ว ของ ภัทรธนกวินท์ พงสินธนชนิชดา.
พระพุทธรูป พุทธศิลป์สมัยอยุธยาทรงเครื่อง หน้าตัก ๕ นิ้ว ของ ภัทรธนกวินท์ พงสินธนชนิชดา.

ต่อด้วยพระพุทธรูป พุทธศิลป์สมัยอยุธยา ทรงเครื่อง หน้าตัก ๕ นิ้ว องค์นี้ ของ ภัทรธนกวินท์ พงสินธนชนิชดา เป็นพระพุทธรูปที่มีอายุความเก่าถึงยุค พุทธศิลป์ถึงสมัย

เป็นพระพุทธรูป พุทธศิลป์สมัยอยุธยา มีกำเนิดในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๔ ระหว่างกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ที่มีอายุยืนยาวที่สุด ถึง ๔๑๙ ปี การหล่อพระพุทธรูป ได้รับอิทธิพลมาจากสมัยอู่ทอง สุโขทัย

แบ่งได้เป็น ๓ ยุคคือ ยุคต้น เริ่มแต่สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทองถึงสมัยพระบรมไตรโลกนารถ) ศิลปะในองค์พระ ได้แบบอย่างมาจากพระพุทธรูป อู่ทองบริสุทธิ์ เช่น หลวงพ่อพนัญเชิง ซึ่งในสมัยสมเด็จพระบรมราชา ธิราชที่ ๒ ได้มีการสร้างองค์จำลองขนาดย่อม ๓๕๖ องค์ บรรจุลงไว้ในพระปรางค์องค์ใหญ่ วัดราษฎร์บูรณะ

ยุคกลาง เป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยอยุธยาโดยแท้ กำเนิดในสมัยรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ ราว พ.ศ.๑๙๙๑-๒๐๓๑ พระพักตร์ พระรัศมี ตามแบบสุโขทัย ไรพระศกเล็ก ตามแบบอู่ทอง ปลายสังฆาฏิ เป็นเส้นตรงหรือทำเป็นสองแฉก ลงมาตามแบบอู่ทอง อย่าง องค์พระศรีสรรเพชร หุ้มด้วยทองคำหนัก ๒๘๖ ชั่ง (๒๒,๘๘๐ บาท) แต่ถูกพม่า ลอกเอาไปตอนเสียกรุง ครั้งที่ ๒

ยุคสุดท้าย เริ่มในสมัยพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ.๒๑๙๘ นิยมสร้างแบบทรงเครื่องใหญ่ และทรงเครื่องน้อย พระพุทธรูปแบบทรงเครื่องน้อยสันนิษฐานว่าได้แบบอย่างมาจากพระทรงเครื่องสมัยลพบุรี แต่เครื่องประดับเป็นศิลปะสมัยอยุธยา อย่างองค์นี้ แม้เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อย ขนาดเล็ก แต่ก็มีรายละเอียดพุทธศิลป์แห่งยุคสมัย ให้พิจารณาชัดเจน

พระราหู กะลาแกะ ศิลป์ลุงศรีใหญ่ หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง ของ ภูวศิษฐ์ ไชยอรุณโรจน์.
พระราหู กะลาแกะ ศิลป์ลุงศรีใหญ่ หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง ของ ภูวศิษฐ์ ไชยอรุณโรจน์.

สุดท้ายเป็น พระราหู กะลาแกะ หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ๑ ใน ๕ เบญจภาคี เครื่องรางของขลัง ของ เสี่ยภูวศิษฐ์ ไชยอรุณโรจน์

เป็นพระราหู กะลาแกะ ศิลป์นิยม มาตรฐาน ฝีมือช่างชื่อ ลุงศรี ที่สมบูรณ์ งดงามที่สุดของวงการ และมีขนาดใหญ่พิเศษ เนื้อกะลาแห้งจัด มีอายุความเก่าถึงยุคอย่างเป็นธรรมชาติ

ที่สำคัญ คือ ลายมือ จารอักขระ ที่คมชัดครบสูตร เด่นสุดคือ นะ ๑๒ โม ๒๑ กำกับด้วยหัวใจพระคาถา นะ มะ พะ ทะ ที่เป็นอักขระตัวเลข แทนมนต์บูชาคุณบิดา-มารดา ที่ หลวงพ่อน้อย เชื่อมั่นในอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ว่า ไม่มีมนต์คาถาบูชาใดจะมีความศักดิ์สิทธิ์เท่า มนต์คาถาบูชาบิดา-มารดา

ปัจจุบันนี้กล่าวได้ว่าเป็นเครื่องรางที่มีผู้ตามหามากสุด องค์สมบูรณ์พองาม ราคาอยู่ที่หลักแสนกลาง ส่วนองค์งามเลิศ ดูผ่านเหมือนใหม่ ดูใกล้จึงรู้ว่าเก่าเก๋ากึ้ก ระดับแชมป์แบบองค์นี้ เจ้าของบอกว่าซื้อมา ๑.๗ ล้าน--โอ้ มายก๊อด

มาถึงเรื่องปิดท้าย บ๊ายบายเดือนมีนากับเรื่องในบริษัทใหญ่ ย่านรัชดา ซึ่งพนักงานกลุ่มใหญ่กำลังคุยถึงละครดัง “วันทอง” ถึง ขุนแผน ว่าเป็นจอมคาถาอาคมมีเวทมนตร์ขลัง อยากได้อะไรก็เสกเป่าเอาได้ตามใจนึก กับความเป็นเศรษฐี อยากได้อะไรก็ใช้เงิน อย่าง “ขุนช้าง” ว่า ถ้าสมัยนี้ ใครจะเจ๋งกว่ากัน

เสี่ยนรินทร์ ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มนิยม “ขุนแผน” บอก เชื่อด้านพระเครื่องของขลัง ทุกวันนี้ ใช้ พระสิงห์ป้อนเหยื่อ ที่พ่อให้มา ทำให้มีโชค มีลาภ ตลอด ไม่เคยขัดสน สาวๆ ก็ไม่ซ้ำหน้า

อีกฝ่ายมี เสี่ยเลอพงศ์ เป็นผู้นำ ยืนข้าง “ขุนช้าง” เถียงว่า ยังไงเซียะ มีเงิน ก็ดีกว่ามีพระเครื่องของขลัง อยากได้อะไร ไม่ต้องมานั่งเสกนั่งเป่าภาวนา จ่ายปุ๊บได้ปั๊บ ดังคำโบราณว่า ใช้ผีตากผ้าอ้อมยังได้

ทั้งสองฝ่ายเลยเถียงไปมาจนเกือบชกกัน หัวหน้างานต้องเข้ามาห้าม และนำ ๒ หัวโจกมาอบรม ให้เคารพที่ทำงาน--และบอกว่า ถ้ามีเรื่อง ก็ต้องถูกไล่ออกจากงานทั้งคู่ ต่อให้ ขุนแผน หรือ ขุนช้าง ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สนามพระสีกาอ่างพระสมเด็จพระนางพญาพระพิมพ์หลวงพ่อเงินพระกริ่งพระราหู

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 22 เมษายน 2564 เวลา 14:37 น.