หากถือหลักมาตรฐานการซื้อพระของระดับเซียน พระแท้พิมพ์ต้องใช่ และเนื้อก็ต้องใช่ พระสมเด็จวัดระฆัง องค์ในคอลัมน์ พิมพ์แค่คล้ายๆไปทาง “พิมพ์ทรงเจดีย์” แต่ไม่เข้ากับแม่พิมพ์ใด ...ก็ถือว่า “พิมพ์ไม่ใช่”
พระแม่พิมพ์สภาพนี้ วงการเมิน ไม่ส่อง ไม่ดู แน่นอน การซื้อขายก็ไม่มี
แต่สำหรับคนเป็นพระ...รุ่นครู เนื้อพระลอกรักแล้ว เหลือเส้นรักในร่องแตกลายงา รอยพรุนด้านหลัง ขอบข้างปริร่อยธรรมชาติของเนื้อพระสมเด็จวัดระฆังแท้ ครบถ้วนสมบูรณ์ทุกประการ
พระสภาพซึ้งตาอย่างนี้ ปฏิเสธไม่ได้
เมื่อเนื้อพระปรากฏกับสายตา ซึ้งจัดดูง่าย...จึงต้องหันไปพิจารณาประเด็นของ “พิมพ์” กันใหม่
แม่พิมพ์ทรงเจดีย์ กี่พิมพ์ หากจะว่ากันไปก็ยังไม่ยุติเสียทีเดียว
ทฤษฎี “ตรียัมปวาย” มีสี่พิมพ์ พิมพ์เขื่อง พิมพ์ชะลูด พิมพ์สันทัด พิมพ์ย่อม
ทฤษฎีสำนักท่าพระจันทร์ ถ่ายทอดผ่านนิตยสารพรีเชียส ของอาจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ พิมพ์ 1-2-3-4 แต่ที่ตีพิมพ์ในหนังสือพระเครื่องของวงการ แสดงว่าเซียนซื้อเซียนขายก็ยังมีพิมพ์แปลกตาเพิ่มอีกหลายพิมพ์
แต่ที่ยอมรับกันได้ พิมพ์แปลกที่เพิ่มเติม เส้นสายลายศิลป์ ออกจากมือครูผู้แกะแม่พิมพ์ คือ “หลวงวิจารณ์เจียระไน” ช่างทอง ราชสำนักสมัย ร.4 คนเดียวกัน
ดูสมเด็จวัดระฆังองค์ในคอลัมน์อีกที เส้นสายองค์พระกลมกลืนเหมือนทรงเจดีย์มาตรฐาน พระเกศตอนกลางมีเค้าป่องเล็กน้อย วงแขนกลมมนกว่าจนดูแปลกตาไปบ้าง
โดยเฉพาะช่วงพระอุระค่อนเรียวบาง เส้นพระเพลาแยกออกจากกันชัดเจน
ไล่สายตาไปถึงฐานสามชั้น ไปถึงเส้นซุ้มทิ้งโค้งได้สัดส่วน ทุกเส้นประสานกลมกลืน ไม่ทิ้งเค้าฝีมือ “ช่างหลวง”
...
อธิบายภาษาชาวบ้าน ดูผิวเผินพิมพ์ไม่เหมือน แต่เมื่อดูให้ซึ้งๆ “ฝีมือถึง”
หลักการดูเส้นสายลายศิลป์นี้ ถ้าเป็นวงการเทวรูปเขมรโบราณ ไม่ว่าจะเรียกศิลปะลพบุรี หรือศิลปะขอม ที่จริงก็ฝีมือเดียวกัน เทวรูปทุกองค์หล่อแบบปั้นด้วยหุ่นเทียน ทุกองค์แม้ตั้งใจให้เหมือน ก็ไม่เหมือนกัน
ก็หลักเดียวกับ การหล่อพระปิดตาวัดหนัง วัดทอง นั่นแล
เอาหลักดูศิลปะ หรือฝีมือช่าง เทวรูปขอมโบราณ เอามาใช้กับการดูพระสมเด็จองค์นี้ ก็จะเทียบได้เป็น “ทรงเจดีย์” แน่นอน ไม่มีข้อสงสัยประการใดเลย
เมื่อเข้าใจหลักเส้นสายศิลปะ ก็ต้องตัดสินได้ว่า “พิมพ์ใช่”
ย้อนไปดูเรื่องเนื้อหา ธรรมชาติ สัญลักษณ์ สมเด็จวัดระฆังครบสูตร ก็ต้องยอมรับอีกว่า “เนื้อใช่”
สำหรับคนเป็นพระ ที่ชื่นชอบเนื้อซึ้งจัด สมเด็จพิมพ์ทรงเจดีย์วัดระฆัง สภาพนี้ ขึ้นคอเดินถนนได้สบายๆ
ข้อแรก อุ่นใจในความเป็นพระแท้ ข้อต่อมา เมื่อเป็นพิมพ์ทรงแปลกตา การตลาดไม่ลื่นไหล ราคาก็ไม่แรง ก็ยิ่งสบายใจ ไม่ต้องห่วงกังวลเรื่องโจร
ผมเคยมีประสบการณ์ตรง คนระดับอตร.อย่าไปเอ่ยชื่อท่านเลย ตอนปีน้ำท่วม เจอกัน ผมถาม “ท่านแขวนพระอะไร” “ปกติแขวนสมเด็จวัดระฆัง” ท่านตอบ “แต่น้ำท่วมกลัวตกน้ำ จึงไม่ได้แขวนมา”
จึงพอประมาณการได้ว่า “ท่านหวงกลัวพระหาย”
มารู้ทีหลัง สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่องค์นั้น ท่านซื้อมา 12 ล้าน ก็จึงเข้าใจ พระราคาขนาดนั้น ใช่ว่าคนจะนิมนต์ท่านแขวนคอง่ายๆ ปัญหาการแขวนพระสมเด็จวัดระฆังของคนไทยในยุคสมัยนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเหมือนสมัยเดิมๆอีกแล้ว.
พลายชุมพล