ไลฟ์สไตล์
100 year

พระสมเด็จ พิมพ์เกศบัวตูม สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆัง

สีกาอ่าง22 พ.ย. 2563 05:15 น.
SHARE

ช่วงนี้อยู่ระหว่างหยุดยาว ชดเชยที่ไม่ได้หยุดสงกรานต์ ตจว.หลายแห่งก็คึกคัก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยว ส่วนข้าพเจ้าที่ไม่ได้หยุดกับใครเขา เพราะต้องเปิดสนามพระวิภาวดี รายงานเรื่องราวในวงการพระ แบบไม่มีวันหยุดเลย จึงร่อนเร่พเนจรอยู่ใน กทม. ซึ่งโล่งๆรถน้อย--ขอให้ท่านผู้ชม เที่ยวและพักผ่อนอย่างมีความสุข และเดินทางไปกลับปลอดภัย เจ้าค่ะ

วันนี้ เราเริ่มกันด้วย พระสมเด็จ พิมพ์เกศบัวตูม สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆัง กรุงเทพฯ ของนักสะสมรุ่นใหม่ ใจถึง เสี่ยนพพร บุญลาโภ CEO Thiplife

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม เป็นพิมพ์ที่พบน้อยหายาก และเป็นพระสมเด็จวัดระฆังที่ทุกองค์มีลักษณะทางกายวิภาคที่คล้ายมาก จนไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างได้ชัดเจนเหมือนพิมพ์อื่นๆ จึงมีพิมพ์เดียว ไม่มีการแบ่งเป็นพิมพ์ ย่อยๆตามลักษณะที่แตกต่างของแม่พิมพ์--ก็ดีไปอย่าง จำง่าย เพราะสีกาอ่าง เกยตื้นในตลาดพระมา ๒๔ ปี ขอสารภาพว่ายังไม่สามารถจำพิมพ์ย่อยๆยิบๆได้ครบเล้ย

พระสมเด็จ บางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ กรุวัดใหม่อมตรส ของเพชร อิทธิ.
พระสมเด็จ บางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ กรุวัดใหม่อมตรส ของเพชร อิทธิ.

องค์ที่สอง คือ พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ กรุวัดใหม่อมตรส เขตพระนคร กรุงเทพฯ สภาพงามพร้อม ทั้งฟอร์มทรง พิมพ์พระ เนื้อมวลสาร และคราบกรุที่มีเพียงบางเบา บอกความเป็น พระกรุเก่า ที่ถูกนำออกจากกรุ ก่อนพิธีเปิดกรุอย่างเป็นทางการ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๐

คราวนั้นได้ค้นพบพระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณ รูปทรงสี่เหลี่ยม แบบพระสมเด็จ รวม ๘ พิมพ์ คือพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เจดีย์ พิมพ์เกศบัวตูม พิมพ์ฐานแซม พิมพ์เส้นด้าย พิมพ์สังฆาฏิ พิมพ์อกครุฑ พิมพ์ปรกโพธิ์

ซึ่งมีพระที่ใช้ แม่พิมพ์วัดระฆังฯ และ พิมพ์เหมือนสร้างใหม่ ของวัดใหม่อมตรส อยู่ ๔ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์เจดีย์ พิมพ์เกศบัวตูม พิมพ์ฐานแซม

กับพิมพ์ที่สร้างขึ้นใหม่ เป็นพิมพ์ของวัดบางขุนพรหมโดยเฉพาะ คือ พิมพ์เส้นด้าย พิมพ์ฐานคู่ พิมพ์อกครุฑ พิมพ์สังฆาฏิ พิมพ์ไสยาสน์

มีข้อความบันทึกปรากฏในหนังสือประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) โดย มหาอำมาตย์ตรีพระยาทิพโกษา (สอน โลหะนันท์) ว่า พระพิมพ์ที่วัดบางขุนพรหมนั้น เสมียนตรา (ด้วง) ขอเอาพิมพ์ท่านไปพิมพ์ ปูนแลผง ทำตามวุฒิของ เสมียนตราด้วง ซึ่งในแต่ละพิมพ์ ยังมีแม่พิมพ์หลายตัวแยกย่อยตามความแตกต่างในรายละเอียด ได้อีกหลายแบบอย่าง

องค์นี้ของ เสี่ยเพชร-อิทธิ ชวลิตธำรง เป็นพระสมเด็จบางขุนพรหม ๑ ใน ๑๐ พิมพ์ใหญ่ แบบ อกวี แขนดิ่ง ที่ได้รับความนิยมมาตรฐาน องค์งามๆ ดูง่ายๆ สภาพสมบูรณ์เดิมๆแบบนี้ ราคาประมาณว่า ๑๐ ล้าน บวกลบ

พระปิดตา พิมพ์ว่าว จุฬาใหญ่ เนื้อผงคลุกรักจุ่ม รัก หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง นนทบุรี ของอ้วน ลอยฟ้า.
พระปิดตา พิมพ์ว่าว จุฬาใหญ่ เนื้อผงคลุกรักจุ่ม รัก หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง นนทบุรี ของอ้วน ลอยฟ้า.

องค์ต่อไป เป็น พระปิดตา พิมพ์ว่าวจุฬาใหญ่ เนื้อผงคลุกรักจุ่มรัก หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ของ เสี่ยอ้วน ลอยฟ้า ส่งมาพร้อมคำบรรยายอย่างภาคภูมิใจสุดฤทธิ์ว่า เป็น พระพิมพ์นิยมสุด หายากสุด และเนื้อก็พิเศษสุด

เป็นพระสร้างยุคแรกๆ ด้วยมวลสารที่เข้มข้น ละเอียดเนียนแน่น ด้วยความพิถีพิถัน อย่างที่เรียก เนื้อทุเรียนกวน ซึ่งมีคำยืนยันจาก “พี่ยัพ” พายัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมว่าเป็น พระพิมพ์นิยมเนื้อนิยม ที่หาชมได้ยากยิ่ง ตลอดอายุพบเจอแค่ ๖-๗ องค์ ผ่านมือ ๕ องค์

องค์นี้เจ้าของ ซื้อเข้า ๑๗ ล้าน ยังไม่ทันมีใครเห็นพระจริงรูปจริงกี่คน ก็มีคนแข่งกันเสนอราคา แต่เจ้าของยังเฉย เพราะยังปลื้มอยู่ จนไม่สนใจ ราคาที่ไหลไป ๒๒ ล้านแร้ว

พระปรกใบมะขาม เนื้อทองแดง ท่านเจ้าคุณ สนิทสมณคุณ (เงิน) วัดท้าย ตลาด ของอิทธิ ชวลิตธำรง.
พระปรกใบมะขาม เนื้อทองแดง ท่านเจ้าคุณ สนิทสมณคุณ (เงิน) วัดท้าย ตลาด ของอิทธิ ชวลิตธำรง.

ต่อด้วย พระปรกใบมะขาม เนื้อทองแดง ท่านเจ้าคุณสนิทสมณคุณ (เงิน) วัดท้ายตลาด เขตบางกอกใหญ่ กทม. พระหมายเลข ๑ ในสกุล พระปรกใบมะขาม ชุดเบญจภาคี

ที่มี ๑.พระปรกใบมะขาม พระสมณคุณ (เงิน) วัดท้ายตลาด ๒.พระปรกใบมะขาม หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ๓.พระปรกใบมะขาม เมฆพัตร หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ ๔.พระปรกใบมะขาม เจ้าคุณสนิท วัดกัลยาฯ ๕.พระปรกใบมะขาม วัดบรมฯ

พบมีทั้งชนิดเนื้อ ทองคำ เงิน และทองแดง อย่างองค์นี้ของ เสี่ยเพชร-อิทธิ ซึ่งเป็นพระในรังเก่า ของนักสะสมผู้มีชื่อเสียง มีประวัติเป็นพระแชมป์องค์จริง ที่ยากจะหาองค์เทียบได้

พระพิมพ์หนุมานทรง เครื่อง หลวงพ่อปาน วัดบาง-นมโค จ.พระนครศรีอยุธยา ของ วิสูตร เจริญยนต์.
พระพิมพ์หนุมานทรง เครื่อง หลวงพ่อปาน วัดบาง-นมโค จ.พระนครศรีอยุธยา ของ วิสูตร เจริญยนต์.

อีกสำนักเป็น พระพิมพ์หนุมานใหญ่ ทรงเครื่อง หลวงพ่อปาน โสนันโท วัดบางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา พระพิมพ์นิยมแถวหน้า ที่เชื่อกันว่ามีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ ด้านเสริมอำนาจ วาสนา บารมีสูง เป็นที่นิยมของข้าราชการชั้นสูง ผู้บริหาร เจ้าของกิจการ

องค์นี้ของ เสี่ยวิสูตร เจริญยนต์ ผู้มีรสนิยมในการแสวงหาสะสมพระเครื่องชั้นดี มีคุณภาพระดับพรีเมียม ดูง่าย ดีแน่ แท้ชัวร์ และต้องสวยแซ่บ เท่านั้น

อย่างองค์นี้ ที่เป็นพระสภาพสมบูรณ์สวยเดิม ทั้งฟอร์มทรงที่สมส่วน พิมพ์พระที่คมชัดแบบสุดพิมพ์ สีเนื้อที่นิยมสุด ที่สำคัญคือ ผงอุดเดิม ที่ หลวงพ่อปาน ท่านใจดีให้ไว้อย่างเยอะ จนล้น กลายเป็นลักษณะพิเศษอย่างที่เห็นแล้วต้องร้องโอ้โห

พระพิมพ์เศียรโล้นสะดุ้ง กลับ เนื้อผงยา หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครปฐม ศูนย์พระเครื่องธนบุรี.
พระพิมพ์เศียรโล้นสะดุ้ง กลับ เนื้อผงยา หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครปฐม ศูนย์พระเครื่องธนบุรี.

ตามมาด้วย พระพิมพ์เศียรโล้นสะดุ้งกลับ เนื้อผงยาจินดามณี พระพุทธวิถีนายก (บุญ ขันธโชติ) วัดกลางบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม พระพิมพ์ยอดนิยมแถวหน้า ในตระกูล “หลวงปู่บุญ” ที่สร้างไว้ทั้งชนิด เนื้อผงยาวาสนาจินดามณี เนื้อผงพุทธคุณ และ เนื้อดินเผา

ยอมรับกันว่ามีชื่อเสียงได้รับความนิยมสูง ด้วยอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ ด้านคุ้มครองป้องกันภัยชะงัดสุด เรื่องบันดาลให้เรื่องร้ายกลายเป็นดี องค์นี้ของ ศูนย์พระเครื่องธนบุรี เป็น พระเนื้อผงยา ที่มีฟอร์มทรงงดงาม พิมพ์พระชัดลึก ลักษณะหลังพระมีเนื้อขรุขระ ซึ่งมีการจุ่มรักเคลือบเนื้อไว้แบบเต็มร้อย--มีดีกรีเป็นพระแชมป์ สนามใหญ่แบบนี้ สายตรงคงไม่ปล่อยให้จำวัดเดิมนาน

ภาพสีซีเปีย เลี่ยม กระจกจับขอบเงิน หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท ของ คำรณ สัยยะนิฐี.
ภาพสีซีเปีย เลี่ยม กระจกจับขอบเงิน หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท ของ คำรณ สัยยะนิฐี.

ตามมาด้วยวัตถุมงคล หลวงปู่ศุข เกสโร วัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท แต่เป็น รูปถ่ายซีเปีย ซึ่งเป็นภาพพระเกจิอาจารย์ ที่ได้รับความนิยมแสวงหาสูงสุด

โดยเฉพาะองค์งามๆสภาพสมบูรณ์คมชัด อัดกระจก เลี่ยมจับขอบเงินเรียบร้อย รอยจารอักขระลายมือ ถูกต้อง ชัดเจน แบบองค์นี้ของ เสี่ยคำรณ สัยยะนิฐี ที่บอกได้ว่ามีสภาพสมบูรณ์เยี่ยมเท่าที่เคยเห็นมา กระจกเลี่ยมยังไม่มีรอยร้าวซักนิด

ผู้นิยมบูชารูปถ่ายพระเกจิอาจารย์ บอกกันว่าใครมีไว้บูชาให้ทำสมาธิ อาราธนา รำลึก จะเข้าถึงองค์ท่านได้รวดเร็ว ขออะไรก็มั่นใจว่าท่านรับรู้ และบันดาลให้ได้ตามคำขออย่างอัศจรรย์ เหมือนขอกับองค์ท่านโดยตรง รู้แบบนี้ใครอยากเป็นเจ้าของก็รีบเจรจาต้าอวย ป๋าคำรณ ว่าจะขายไหมและขายเท่าหล่าย ให้ช่วยบอกมาด้วย

พระนิรันตราย เนื้อเมฆสิทธิ์.
พระนิรันตราย เนื้อเมฆสิทธิ์.

ต่อไปเป็น พระนิรันตราย เมฆสิทธิ์ องค์นี้เจ้าของไม่ได้บอกว่าเป็นพระวัดไหน ระหว่าง พระนิรันตราย วัดบวรฯ หรือ พระนิรันตราย วัดอนงค์

เพราะเป็นพระที่สร้างด้วย วิธีถอดพิมพ์พระนิรันตราย วัดบวรฯ แต่ เนื้อโลหะ เป็น เมฆสิทธิ์สีเขียวปีกแมลงทับ อย่าง วัดอนงค์ฯ ซึ่งมีแสงเงาคราบขี้เบ้ารอยตะไบ บอกอายุความเก่าถึงยุค

ให้ผู้รู้สายตรงดูแล้ว บอกเป็นพระแท้ชัวร์ และยังฟันธงว่าเป็น พระวัดอนงค์ฯ แน่นอน เพราะมีพระถอดพิมพ์ จากองค์พระมีชื่อเสียง เป็นเนื้อเมฆสิทธิ์ ที่ได้รับความนิยมเล่นหาแพร่หลาย เป็นพระวัดอนงค์ฯ เช่น พระชัยฯหัวไม้ขีด พระกริ่ง วัดสุทัศน์ พระพุทธชินราช ฯลฯ

เหรียญรุ่นเมตตา พ.ศ.๒๕๑๗ เนื้อทองคำ หลวงปู่ สิม วัดถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่.
เหรียญรุ่นเมตตา พ.ศ.๒๕๑๗ เนื้อทองคำ หลวงปู่ สิม วัดถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่.

สุดท้ายเป็น เหรียญ รุ่นเมตตา เนื้อทองคำ พ.ศ.๒๕๑๗ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง จ.เชียงใหม่ พระเถราจารย์ สายพระป่า ที่มีชื่อเสียง ยุคเดียวกับ หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ จ.ลำปาง หลวงพ่อลี วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ ฯลฯ

ท่านเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๕๒ ในสกุล “วงศ์เข็มมา” ที่บ้านบัว ต.สว่าง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ก่อนเกิด มารดาท่านฝันเห็นพระสงฆ์มีรัศมีรอบกาย ลอยลงมาจากฟ้าสู่กระต๊อบ เล่าให้บิดาฟังจึงตั้งชื่อว่า “สิม” ซึ่งภาษาอีสานหมายถึง โบสถ์

อายุ ๑๗ ปีได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดศรีรัตนาราม ได้พบ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์สิงห์ ขัตยาคโม เดินทางนำคณะมาเผยแผ่พระธรรม เกิดศรัทธาจึงได้ขอบวช แปรญัตติจากมหานิกายเป็นธรรมยุต แล้วเดินทางร่วมคณะเผยแผ่พระธรรมไปทั่วแดนอีสาน และเหนือ

ถึงวันที่ ๑๖ ก.ค.๒๔๗๒ อายุครบบวชได้อุปสมบท ณ วัดศรีจันทรา–วาส ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดย พระเทพสิทธาจารย์ (จันทร์ เขมิโย) เจ้าคณะธรรมยุต จ.ขอนแก่น เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สิงห์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายา “พุทธาจาโร”

แล้วติดตาม พระอาจารย์สิงห์ ไปเผยแผ่พระธรรมจำพรรษาตามวัดต่างๆ โดยเน้นอุบายธรรม คำสอน อสุภกรรมฐาน เยี่ยมป่าช้าเป็นธุดงควัตร

โดยมีพระสหมิกธรรมร่วมรุ่นคณะธุดงค์ อาทิ หลวงปู่เทศก์ เทศรังสี หลวงปู่ขาว อนาลโย หลวงปู่ฝั้น อาจาโร หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ หลวงพ่อลี ธมฺมธโร และพระอาจารย์มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน

พ.ศ.๒๔๗๙ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส) ได้เดินทางไปเยี่ยมเยือน เห็นจริยวัตร อุปัฏฐากงดงาม จึงขอตัวมาอยู่ด้วยที่วัดบรมนิวาส

ถึงปี พ.ศ.๒๔๘๐ ท่านจึงได้ขอเดินทางกลับไปโปรดญาติโยมที่บ้าน จากนั้นได้ธุดงค์ขึ้นเมืองเหนือ จำพรรษาพัฒนาวัดต่างๆ โดยยึดอยู่จำพรรษาในถ้ำบนดอยสูงเป็นหลักเพื่อความสงบ สุดท้ายได้จำพรรษาที่ถ้ำผาปล่อง ถึงมรณภาพ

ตลอดอายุท่าน มีธรรมะเป็นของดีสอนให้ศิษย์ พึงรำลึกถึงความตายเป็นมรณานุสสติ มีวัตถุมงคล พระเครื่องเหรียญรูปเหมือน ที่ศิษย์ขออนุญาตจัดสร้างเป็นที่ระลึกบ้างไม่มากนัก อย่าง เหรียญรุ่นเมตตา นี้ เป็น ๑ ในเหรียญรุ่นที่ได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะ เนื้อทองคำ อย่างเหรียญนี้ของ เสี่ยโจ๊ก ลำพูน ที่สร้างน้อย ตามจำนวนสั่งจอง จึงหายากมาก ราคาสูงถึงหลักแสนแล้วเชียว

ลากันด้วยเรื่องปิดท้ายของ ลุงละม้าย เป็นเศรษฐี นักเลงท้องถิ่นที่ราชบุรี เพราะเป็นคนใจใหญ่ใจนักเลง มีพวกมาก (และเจ้าชู้) แกจึงชอบแสวงหาพระเครื่องของขลังมาสะสม โดยเฉพาะที่มีชื่อเสียงด้านเมตตามหาเสน่ห์

ลุงม้าย ที่ถึงจะวัย ๗๕ จึงเนื้อหอม เพราะมีมรดกที่ดิน ๑๐๐ ไร่ ที่พ่อตายกให้ ตอนแต่งเมียเมื่ออายุ ๓๕ ปี โดยให้คำมั่นสัญญากับพ่อตาว่าจะเลิกเที่ยวเตร่ เลิกเกเร เลิกเจ้าชู้ มีเมียคนเดียว ดูแลอย่างดีตลอดไป--ซึ่งแกก็ทำตามสัญญา อยู่ใช้ชีวิตคู่มาถึงอายุ ๗๓ ปี จนเมียลาโลก แกก็จัดงานศพอย่างดี มีหนัง มีลิเก ให้ชาวบ้านดู

หลังเสร็จงาน ก็เริ่มมีเพื่อนสนิทมิตรสหายเก่าๆแวะมาเยี่ยมเยียนมากขึ้น โดยเฉพาะ ลุงขำ เพื่อนสนิทสมัยวัยรุ่นมาเป็นขาประจำทุกวัน วันหนึ่งก็พูดหยอก ลุงละม้าย ว่า ชาวบ้านชื่นชมเอ็งใหญ่ว่าจัดงานศพเมียได้ดี มีหนัง มีลิเก ให้ชาวบ้านได้ดู น่าจะเป็นเพราะเมียชอบ ลุงม้าย ก็บอกว่า นั่นก็ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งข้าฉลองที่จะได้อิสระ หลุดพ้นคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อตา

แล้วบอก เกลอขำ ว่า ถ้าถึงเวลาอยากหาเมียใหม่สักคน เอ็งต้องช่วยข้านะ และกระซิบบอกว่าเล็ง เจ๊สมพร แม่ม่ายผัวตาย วัย ๔๐ ที่เพิ่งกลับมาอยู่บ้านใกล้ๆ กันไว้

ลุงขำ ฟัง ก็ทำท่าอิดออด ถามว่าเอ็งจะให้ช่วยยังไง ลุงม้าย รีบบอกทันทีว่าช่วยดูต้นทางให้ข้าที ข้าจะขึ้นหามันคืนนี้เลย แต่ ลุงขำ แย้งว่าจะดีหรือ เดี๋ยวมีเรื่อง ข้าจะซวยไปด้วย ลุงม้าย ว่าเชื่อข้า ถ้ามีปัญหา ข้ารับผิดคนเดียว ลุงขำ ก็ว่า งั้นเอ็งต้องใช้ความละมุนละม่อม อย่ากระโตกกระตากให้ชาวบ้านรู้นะ ลุงม้าย ก็ว่าไม่ต้องห่วง และคุยว่าข้าว่านางก็ส่งตาหวานส่งยิ้มให้บ่อยๆ คงชอบข้าอยู่เหมือนกัน น่าจะเคลียร์กันได้ และให้ชัวร์ข้าจะใช้พระขุนแผนอาราธนาตอนไปหา รับรองเงียบกริบ--ลุงขำ ฟังแล้วเบาใจ ยิ้มรับ เออๆ

ถึงกลางดึก ปฏิบัติ การก็เริ่ม ลุงขำ มาดูต้นทางให้ ลุงม้าย จนขึ้นบ้านสาวเรียบร้อย แกก็รอดูเหตุการณ์อยู่ครู่ใหญ่ เห็นไม่มีอะไรผิดปกติ ทุกอย่างเงียบกริบดังเพื่อนว่า ก็นึกในใจว่า พระขุนแผน ของเพื่อนศักดิ์สิทธิ์จริงวุ้ย จึงกลับบ้าน

รุ่งเช้ารีบมาหาเพื่อน เพื่อฟังผล พบเพื่อนนอนระบมอยู่ในบ้านก็ตกใจ ถามว่าเกิดอะไร ก็ได้ความว่าพอขึ้นบ้านผู้หญิงได้ กำลังอาราธนา พระขุนแผน แต่ไม่ทันจบ ก็เจอไม้ฟาดกลางกบาล ดีที่หลบทัน แต่ก็ถูกท้ายทอย ต้องรีบหนีกลับไม่กล้าไป
หาหมอ

เล่าจบ ลุงม้าย บอก เอ็งมาก็ดีแล้ว ข้ามีเรื่องให้ช่วย ลุงขำ ถามว่าให้ช่วยพาไปหาหมอเหรอ แต่ ลุงม้าย ส่ายหน้ากูไม่กล้าไป แต่จะให้มึงช่วยไปเอา พระขุนแผน ที่ข้าทำตกไว้ในบ้านนางสมพรให้หน่อย--ไม่เอาชี-she แล้วก็ได้ แต่เสียดายพระมากกว่า เจ้าค่ะ

อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สนามพระสีกาอ่างพระสมเด็จพระสมเด็จบางขุนพรหมพระปิดตาพระปรกใบมะขามพระพิมพ์หนุมานใหญ่

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 3 ธันวาคม 2563 เวลา 02:02 น.