เมื่อเริ่มทำความรู้จัก พระสมเด็จพิมพ์ฐานแซม ก็ต้องรู้ต่อไป ในจำนวนพิมพ์ฐานแซม ที่ครู “ตรียัมปวาย” ท่านจำแนกไว้ 8 แม่พิมพ์ พิมพ์เขื่อง พิมพ์โปร่ง พิมพ์ชะลูด พิมพ์ป้อม พิมพ์สันทัด พิมพ์ย่อม พิมพ์อกร่องหูยานฐานเส้น และพิมพ์อกร่องหูยานฐานบาง

6 แม่พิมพ์แรก สมเด็จพระพุฒาจารย์โต ท่านสร้างที่วัดระฆัง ฝั่งธนบุรี เริ่มเมื่อปี 2409 สร้างไปเรื่อยๆ จนถึงปี 2413 ท่านเอาแม่พิมพ์ไปใช้ ในการสร้างพระสมเด็จชุดที่บรรจุกรุบางขุนพรหม (วัดใหม่อมตรส) ฝั่งพระนคร

การสร้างพระชุดนี้ มีเป้าหมายจะให้ครบ 84,000 องค์ ต้องทำ แม่พิมพ์อกร่องหูยานฐานบาง และพิมพ์อกร่องหูยานฐานเส้น เพิ่ม เจอสองแม่พิมพ์นี้ ไม่ต้องพิจารณามาก ตัดสินได้เลยว่าเป็นกรุบางขุนพรหม

ส่วนพิมพ์ฐานแซม 6 แม่พิมพ์นั้น...เห็นแม่พิมพ์แล้ว ถ้าเจอองค์คราบกรุเกรอะกรัง หรือคราบฝ้าบางๆเหมือนฟองเต้าหู้ ที่แสดงว่าเป็นพระออกจากกรุ ก็เป็นกรุบางขุนพรหม

แต่เมื่อเจอองค์ผิวเกลี้ยงเกลา ปรากฏ

แป้งโรยพิมพ์นุ่มนวลตา เนื้อหาส่วนที่ถูกสัมผัสสึกช้ำ ปรากฏความหนักแน่นจากเงาสว่างสดใส เห็นมวลสาร กากดำ เม็ดแดง ก้อนขาวประปราย... อย่างองค์ในคอลัมน์วันนี้

นี่ล่ะ...สมเด็จวัดระฆัง

ส่วนแม่พิมพ์นั้น...เนื่องจากพิมพ์ฐานแซม มีหลายแม่พิมพ์ เคยมีผู้รู้ชี้ตำหนิเส้นสาย มีชื่อแบบพิมพ์ไว้ แต่ดูเหมือนวงการไม่นิยม...เจอพิมพ์ฐานแซม ก็ว่ากันแต่ว่า ฐานแซม พิมพ์ไหน เน้นความสำคัญ กันแต่เรื่องเก๊ แท้

องค์ในคอลัมน์ ถือเอาแบบอย่างแบบพิมพ์ จากหนังสือ ครูตรียัมปวาย เทียบได้กับพิมพ์ฐานแซม แบบสันทัด

สภาพพระโดยรวม...สึกช้ำกำลังงาม เส้นซุ้มเขื่องหนากลมกลืนไปกับเส้นสายองค์พระ เส้นซุ้มส่วนบนด้านขวา ไปถึงพระเกศ ร่อยหรอตามธรรมชาติ ไม่มีวี่แววเสแสร้งขูดแต่ง เป็นข้อเสริมเสน่ห์ให้พระดูง่าย

...

ในพื้นผนัง ที่ปูลาดด้วยผิวฝ้านุ่มนวลตา ปรากฏร่องรอยแตกลายงาบางๆ ขยับแว่นขยายส่องให้ดีๆ จะเห็นเส้นรักสีดำแกมน้ำตาลยาไว้ ถ้าเป็นหลุมยุบ หรือรอยแยกหนา จะเห็นชิ้นรักหนา

สภาพเหล่านี้ ชี้ว่า พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ฐานแซมองค์นี้ เคยลงรักปิดทอง แต่รักทองลอกไปหมดแล้ว ทิ้งคราบฝ้ารารักฉาบผิวขาวอมเหลืองสว่างใส ให้หม่นคล้ำ

พลิกด้านหลัง ขอบพระทั้งสี่ด้านร่อยหรอตามธรรมชาติ ไม่คมเกินไป ไม่มีรอยขัดแต่ง ตลอดผิวพื้นหลัง มีริ้วคลื่นสูงต่ำ ไม่ราบเรียบเหมือนหน้ากลอง เหมือนหลังของเก๊

เจาะด้วยแว่นขยายสิบเท่า ก็ยิ่งเจอความหนึกนุ่มชุ่มตา หาจุดสะดุดใจ ไม่มีเลย

คราวนี้ลองมองพิมพ์ฐานแซม ในเชิงศิลปะ ครูตรียัมปวายว่า เป็นพิมพ์ที่มีความงดงามที่สุด อีกแบบหนึ่ง ในลักษณะความโปร่งบาง และลีลาพุทธลักษณะอันขึงขัง

พิจารณาแนวเส้นวงนอกจากปลายพระเกตุลงมาถึงหัวฐานชั้นล่าง จะได้รูปทรงกรวยที่เรียวชะลูด เปรียบได้กับลักษณะพระเจดีย์ทรงข้าวบิณฑ์สุโขทัย เป็นพุทธศิลป์อิทธิพลสุโขทัยอีกแบบหนึ่ง

เนื่องจากเป็นพิมพ์ทรงที่มีอาสนะ อันกอปรด้วย เส้นขีดแซม 2 เส้น เด่นชัดกว่าของพิมพ์ทรงอื่นๆ

จึงมีนามว่าพิมพ์ฐานแซม เรียกรวมพุทธลักษณะพระอุระ ที่ปรากฏร่องรางพระสังฆาฏิ และพระกรรณอันห้อยระย้า ว่า พิมพ์อกร่องหูยานฐานแซม นักพระเครื่องรุ่นบุกเบิก นิยมเป็นอันดับหนึ่ง

ใช้กันตามเคล็ดชื่อ ในกรณีต้องการตัวช่วย เมื่อเจออุปสรรคปัญหา ฐานแซม หรือเสริมฐาน ตั้งใจให้มั่น ใครมีวาสนาได้ไว้แขวนคอ ขอคุณพระสมเด็จท่านช่วย ท่านว่า จะผ่านพ้นเภทภัยไปได้ไม่ยาก.

พลายชุมพล