ทำไม “ภูมิคุ้มกัน” จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ยีสต์เบต้ากลูแคน ตัวช่วยคนใหม่ สำหรับคนใส่ใจสุขภาพ
เราอยู่ในโลกใบที่การสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายจำเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ความเจ็บป่วย ทั้งเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงความเจ็บป่วยร้ายแรง สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ทั้งจากปัจจัยภายนอกที่มาถึงเราในรูปแบบต่างๆ อย่างโรคระบาดตัวใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละปี หรือมลภาวะที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงปัจจัยอื่นที่นำไปสู่ความเจ็บป่วย ในขณะที่ปัจจัยภายในอันหมายถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราเอง ก็อาจเป็นตัวกระตุ้นความเสื่อมให้กับเซลล์ภายในร่างกายมากขึ้นทุกวันเช่นกัน วันนี้จึงมีหลายเหตุผลที่การดูแลตัวเองแบบเดิม อาจไม่เพียงพออีกต่อไป และการสร้างภูมิคุ้มกันภายในให้กับตัวเอง ก็ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่เราทุกคนต้องกระทำ เพื่อการมีชีวิตที่ดี มีสุขภาพที่แข็งแรง ภายใต้สภาวะแวดล้อม และวิถีการดำเนินชีวิตอย่างในปัจจุบัน
หลายพฤติกรรมกระตุ้นความเสื่อมของร่างกาย
หากวางปัจจัยภายนอกที่เป็นตัวกระตุ้นความเสื่อมของร่างกาย แล้วย้อนกลับมามองที่ตัวเอง จะพบว่าหลายครั้งเราเองก็ทำร้ายตัวเอง ทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ หลายพฤติกรรมต่อไปนี้จึงมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่มากมาย และอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคร้ายในอนาคตอันใกล้ อย่างเช่นมะเร็งที่ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย
1) “อาหารที่มีปริมาณไขมัน และน้ำตาลสูง” จากชานมไข่มุก กาแฟเย็น เบเกอรี่หวานๆ จนถึงอาหารปิ้งย่าง และเนื้อสัตว์ติดมันที่หลายคนโปรดปราน แม้จะเป็นความสุขอร่อยลิ้น แต่ก็อาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งลำไส้ในอนาคตได้ด้วย การได้รับน้ำตาลในปริมาณสูงเกินความจำเป็น นอกจากจะเป็นสาเหตุของโรคอ้วนแล้ว ยังอาจเป็นผลต่อเนื่องไปยังสมดุลของระบบไหลเวียนเลือดและสมดุลของฮอร์โมนในสมอง ในขณะที่การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็ง
2) “ความเครียดสะสม” นับเป็นสาเหตุหนึ่งของความเจ็บป่วย เนื่องจากความเครียดจะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเปรียบเสมือนพิษที่ออกมารบกวนสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย ยิ่งในสภาวะที่เศรษฐกิจย่ำแย่ การแข่งขันสูงแบบนี้ ความเครียดได้กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดโรคภัยได้มากกว่าที่คิด เนื่องจากเป็นสาเหตุหนึ่งในการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น จากการที่ระบบภูมิคุ้มกันลดลง เราจึงเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน โรคหัวใจ นอกจากนี้การศึกษายังพบว่าความเครียดที่เรื้อรังอาจส่งผลต่อการเกิดมะเร็งที่มีความเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อไวรัสได้ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานที่แน่นอนว่าความเครียดจะทำให้เกิดมะเร็งได้โดยตรง
3) “การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่” ไม่ต่างอะไรกับการนำ “พิษ” ภายนอกเข้าไปทำลายความแข็งแรงของระบบต่างๆ ทั้งในแบบที่รู้ตัว และไม่รู้ตัว แอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มเหล่านี้ส่งผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ ภายในร่างกาย การศึกษาในหลายครั้งยังพบด้วยว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งลำไส้ และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในขณะที่การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปอดอย่างชัดเจน
4) “การขาดการออกกำลังกาย” ส่งผลเสียให้กับร่างกายมากกว่าที่หลายคนคิด หากขาดการออกกำลังกาย ฮอร์โมนจำเป็นและสารเคมีที่ร่างกายควรจะได้รับ ก็ลดลง ในขณะเดียวกันก็ส่งผลต่อไปยังความเจ็บป่วยที่อาจเกิดได้ง่ายขึ้น เมื่อบวกกับการรับประทานอาหารที่ไขมันและน้ำตาลสูง ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงขึ้นเป็นทวีคูณ
5) “การพักผ่อนไม่เพียงพอ” ไม่ได้ทำให้แค่รู้สึกไม่สดชื่นเท่านั้น แต่นำไปสู่ปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคต่างๆ ทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง และเบาหวาน เนื่องจากการพักผ่อนสัมพันธ์กับระบบภูมิคุ้มกัน หากเรานอนหลับได้ดี ร่างกายก็จะผลิตแอนติบอดี (Antibody) ขณะหลับ ซึ่งมีความสามารถต้านเชื้อโรคได้ดี ตรงกันข้าม หากนอนหลับได้ไม่เพียงพอก็จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถผลิตสารเคมีที่ช่วยป้องกันเชื้อโรคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ความเจ็บป่วยจึงตามมานั่นเอง
พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการเกิดโรคที่ร้ายแรงขึ้นในอนาคตอย่างชัดเจน เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อการทำลายระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ และเร่งความเสื่อมถอยของร่างกาย ยิ่งเมื่อผนวกกับปัจจัยอื่นๆ ที่เราต้องเผชิญอย่างในวันนี้ด้วยแล้ว ความเจ็บป่วยต่างๆ นานา ก็จะตามมาง่ายขึ้น ถึงเวลาแล้วที่เราควรระลึกถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จัดการตัวเองอย่างลงตัว ทั้งการรับประทานอาหารที่มีโภชนาการที่ดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จัดการกับความเครียดอย่างเหมาะสม พักผ่อนให้เพียงพอ และหยุดพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำลายสุขภาพอย่างการดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ในขณะเดียวกันก็ควรเสริมด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งที่จำเป็นอย่างมากในยุคนี้เช่นกัน
ทางเลือกสุขภาพดี เสริมภูมิคุ้มกัน กับเบต้ากลูแคนจากยีสต์ (Yeast Beta-glucan)
การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย นับเป็นสิ่งจำเป็นสู่การมีสุขภาพที่ดี เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกัน หรือ Immune System สัมพันธ์กับขีดความสามารถของการทำงานของเม็ดเลือดขาว และกลไกการกำจัดสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่จะเข้าสู่ภายในร่างกาย จนก่อให้การอักเสบและติดเชื้อภายในเซลล์ กลายเป็นโรคร้ายแรงในอนาคต เหตุนี้เองวันนี้สารอาหาร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีบทบาทต่อการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและสมดุล จึงได้รับความสนใจอย่างมาก และหนึ่งในชื่อที่คนในแวดวงสุขภาพกำลังพูดถึง คือ “เบต้ากลูแคน” (Beta-glucan)
“เบต้ากลูแคน” (Beta-glucan) คืออะไร? “เบต้ากลูแคน” (Beta-glucan) คือสารอาหารประเภทใยอาหารชนิดแป้ง หรือ “โพลีแซคคาไรด์” (Polysaccharides) ซึ่งพบได้จากพืชพรรณธรรมชาติ เช่น เห็ด ยีสต์ ข้าวบาเล่ต์ ข้าวโอ๊ต ซึ่งการศึกษาวิจัยทำให้ได้พบความน่าสนใจว่า มีผลต่อการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ช่วยบำรุงเซลล์เม็ดเลือดขาว ทั้งช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวให้มากขึ้น และทำงานได้ดีขึ้น จึงส่งผลโดยตรงต่อกระบวนการกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย ลดการอักเสบและติดเชื้อภายในร่างกาย
“เบต้ากลูแคน” (Beta-glucan) จึงได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงสุขภาพ แต่ภายใต้แหล่งที่มาของ “เบต้ากลูแคน” (Beta-glucan) ที่หลากหลายเหล่านั้น “เบต้ากลูแคน” (Beta-glucan) ชนิด 1,3/ 1,6 ที่มีโครงสร้างเฉพาะซึ่งสกัดได้จากผนังเซลล์ยีสต์ เป็น “เบต้ากลูแคน” (Beta-glucan) ที่มีความโดดเด่นสูง จากการศึกษาที่ต่อเนื่องพบว่า มีคุณสมบัติที่ดีที่สุดในการกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย หรือ Immune System ส่งผลต่อเนื่องไปถึงการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว โดยช่วยกระตุ้นการทำงาน กำจัดสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ได้ดีขึ้น เมื่อเรามีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี ก็จะช่วยลดโอกาสในการเจ็บป่วย ที่เกิดจากการรุกรานของเชื้อโรค หรือแม้กระทั่งตรวจจับความผิดปกติของเซลล์ภายในร่างกายได้ดียิ่งขึ้น ก่อนจะลุกลามกลายเป็นโรคร้ายที่รักษาได้ยากในอนาคต
สารอาหารที่หลากหลาย จำเป็นต่อการทำงานของร่างกายอย่างเป็นระบบ
ไม่ต้องแปลกใจ หากวันนี้ “เบต้ากลูแคน” (Beta-glucan) ซึ่งสกัดจากผนังเซลล์ยีสต์ จะได้รับการเรียกขานว่ามีความสำคัญต่อการมีสุขภาพที่ดี เป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายภายใน เพื่อห่างไกลการเกิดโรคในอนาคต
แต่นอกจาก “เบต้ากลูแคน” (Beta-glucan) ที่สกัดจากผนังเซลล์ยีสต์ ซึ่งมีความโดดเด่นอย่างมากต่อการเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายแล้ว การทำงานประสานกับวิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ ที่ส่งผลสัมพันธ์ต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายก็มีความสำคัญอย่างมากเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มวิตามินจำเป็นที่ช่วยลดความเสื่อมถอยของเซลล์ไปพร้อมๆ กับส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน กลุ่มวิตามินและแร่ธาตุที่น่าสนใจเหล่านั้น อาทิ
๐ วิตามิน C ช่วยเสริมการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ในการกำจัดเชื้อโรค ต้านภูมิแพ้ ลดการระคายเคืองที่เยื่อบุลมหายใจ
๐ วิตามิน D3 ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (Immune System) เป็นวิตามินที่มีบทบาทในการเสริมการทำงานของวิตามินอื่นๆ ที่ช่วยป้องกันความเจ็บป่วยและการเกิดโรคร้ายแรงในอนาคต
๐ วิตามิน E เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็งแรงขึ้นและสามารถป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ได้
๐ Fish Oil หรือ กรดไขมันโอเมก้า 3 (DHA & EPA) จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดขาว และแอนติบอดี (Antibody) ขณะเดียวกัน EPA ยังเป็นสารที่ช่วยลดการอักเสบได้ด้วย
๐ ซีลีเนียม (Selenium) ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่จะเข้ามาทำลายเซลล์ หรือเปลี่ยนแปลงเซลล์ให้ผิดปกติ โดยช่วยเสริมการทำงานของวิตามิน C และวิตามิน E
วันนี้การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และเป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพที่ดีจากภายในออกสู่ภายนอก แต่ไม่ว่าสารสำคัญต่างๆ จะมีบทบาทต่อร่างกายมากแค่ไหน แต่การเสริมด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็ต้องทำควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีโภชนาการที่ดี สุขภาพจึงจะแข็งแรง ขณะเดียวกันการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน
เพราะ “สุขภาพดี”… เราเลือกได้เอง
*หมายเหตุ
-ผลิตภัณฑ์ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
-เด็กและสตรีมีครรภ์ ไม่ควรรับประทาน
-ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ปลาทะเลหรือน้ำมันปลา
-ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ เพื่อการมีสุขภาพที่ดี