- ล้วงลึกชีวิต ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ จากที่พบหน้าในหน้าสื่อทุกวัน ทุกวันนี้หายไปไหน?
- 59 ปี กับประสบการณ์ในหลายบทบาทชีวิต ทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ นักข่าว หรือแม้กระทั่งนักโทษ
- ตอบชัดอนาคตการเมืองของชูวิทย์ จะไปต่อหรือพอแค่นี้?
วินาทีที่บุรุษนามว่า ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เปิดประตูเข้ามาในห้องที่เราจัดเตรียมเพื่อนั่งคุยออกรายการ ทีมงาน Thairath Talk สัมผัสได้ถึงความเก๋าเกมของคนกรำศึกชีวิตมายาวนาน วัย 59 ปี กับประสบการณ์ครบทุกด้านที่จะมีสักกี่คนที่ได้ลองทำ
"ผมถามจริงว่าคุณเคยติดคุกเหรอ คุณไม่รู้สึกถึงความรู้สึกตรงนั้นหรอก คุณเคยทำธุรกิจสีเทา หรืออาบอบนวดคุณเคยไปเห็น
คุณเคยไปสัมผัสด้วยตัวเองหรือเปล่า เพราะสิ่งที่ดีมันควรเป็นสิ่งที่คุณสัมผัสด้วยตัวเอง"
ประโยคนี้หากใครมาพูดกับคุณก็คงหงายเงิบเพราะน้อยคนจะได้ผ่านช่วงชีวิตแบบนี้ แต่ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผ่านมาหมดแล้ว การสัมภาษณ์ EP.นี้จึงการันตีได้ว่าลึกสุด เปิดเผยสุด และสนุกสุดๆ ถ่ายทอดประสบการณ์ช่วงชีวิตตลอด 59 ปีที่ผ่านมา บทบาทนักธุรกิจ นักการเมือง หรือแม้แต่สื่อมวลชน รับรองไม่เคยได้ยินที่ไหน Thairath Talk ที่แรก
ชูวิทย์หายไปไหน - ผมไม่ต่อยมั่ว
Thairath talk : ที่คุณชูวิทย์หายไปเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ สุขภาพเป็นยังไงบ้างในปัจจุบัน ผมเจอคุณชูวิทย์ตอนที่อ้วนท้วน หล่อเหลามากกว่านี้เยอะ แต่ว่าปัจจุบันก็หล่อนะตามวัย
...
เข้าใจ คุณเคยอยากจะกินอาหารอะไรสักอย่าง แล้วคุณไม่ได้กินไหม เช่น คุณอยากกินขาหมู แต่กินแล้วความดันขึ้น แต่คุณยังคิดถึงรสชาติของขาหมูไหม คุณจะกินพร้อมกับอะไร กินที่ไหน ฉันใดฉันนั้นก็เหมือนผม ผมต้องการให้ทุกคนคิดถึงผม ยังไม่ได้กิน ยังคิดถึง แต่กินกับผมแล้วความดันมันจะขึ้นนะ ถ้าผมออกมาเนี่ย เพราะฉะนั้นผมจะไม่ออกมาบ่อย เพราะการออกมาบ่อย มันไม่มีอะไรจะพูด มันพูดออกทะเลไปแล้ว มึงไม่มีอะไร รำคาญมึงเหลือเกิน พูดทุกวัน พูดทุกเรื่อง มึงรู้ทุกเรื่องเลยนะเนี่ย
มึงรู้เรื่องนี้ มึงรู้เรื่องใต้เตียง บนเตียง ในประเทศ ต่างประเทศ ทำไมมึงรู้เยอะแบบนี้ มันน่าจะผิดสังเกตหน่อยแล้วนะ มันจะมีคนแบบนี้ รู้แล้วนะ รู้รู้รู้ รู้ไปหมดทุกเรื่องเลย มึงไม่ให้กูพูดบ้าง เพราะฉะนั้นเราให้คนเขาคิดถึงมั่งดีกว่า ไม่จำเป็นต้องออกบ่อยหรอก ออกเฉพาะที่มันมันส์ๆ เรื่องสำคัญ แล้วชกตู้ม แม่งล้มเลย
Thairath talk : พออายุเยอะ คำว่าโฟกัสสำคัญกับเรามาก
ใช่ เพราะสิ่งที่พูดมันมาจากประสบการณ์ สื่อบางคนเขาอาจจะยังอยู่ในช่วงเรียนรู้ อ่านข่าวไปเรื่อยๆ แต่ผมถามจริงๆ เถอะคุณเคยเจอกับตัวเองไหม ถ้าผมถามสื่อคนนึงพูดเรื่องในคุก ผมถามจริงว่าคุณเคยติดคุกเหรอ คุณไม่รู้สึกถึงความรู้สึกตรงนั้นหรอก คุณเคยทำธุรกิจสีเทา หรืออาบอบนวด คุณเคยไปเห็น คุณเคยไปสัมผัสด้วยตัวเองหรือเปล่า เพราะสิ่งที่ดีมันควรเป็นสิ่งที่คุณสัมผัสด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเรียนรู้คือความจริง และความจริงก็คือประสบการณ์ ประสบการณ์มันคือความรู้ ความรู้มันก็คือความฉลาด เป็นไปตามสเตป ไม่มีทางที่คุณจะข้ามสเตปได้ เพราะฉะนั้นช่วงนี้เป็นช่วงความฉลาดของผมแล้ว
Thairath talk : ตกผลึกมาหมดแล้ว ผ่านมาหมดแล้ว
ทั้งประสบการณ์ทางการเมือง เรื่องที่ 2 ติดคุก เรื่องที่ 3 เจ้าพ่ออ่าง เรื่องที่ 4 เป็นผู้สื่อข่าว พิธีกร เรื่องที่ 5 เป็นนักธุรกิจ เรื่องที่ 6 ผมซื้อที่ดิน ผมพังนู่นพังนี่ ผมไม่ได้บอกว่าประสบการณ์ผมเยอะ ไม่ใช่ ผมไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าผมจะเป็นอย่างงี้ มีคนมาบอกผมว่าผมวางแผนไว้หมดแล้ว กูวางแผนได้ขนาดนั้นเลยเหรอ ถ้าผมวางแผนได้ขนาดนั้นผมวางแผนเป็น ลีกาซิงดีกว่ามั้ง ลีกาซิงรวยกว่าเป็นแสนล้าน ผมไม่เคยวางแผน เพราะฉะนั้นใครถามผมว่าผมวางแผนไว้ ผมถามจริงๆ ว่าหลายปีก่อนที่ผมไปเลือกตั้งแล้วมีคนมาชกผม แล้วมีคนบอกว่าชูวิทย์วางแผนไว้ โอ้โห คิดดูละกันนะ ว่าเป็นนักแสดงมืออาชีพยังต้องเทคตั้งหลายครั้ง แต่อันนี้ผมเทคเดียวแล้วผ่านเลย เพราะมีกล้องมา 20 ตัวส่องผมอยู่ ผมเดินไปนี่เทคเดียวผ่านเลยนะ ถ้าผมตั้งใจที่จะทำแบบนั้น คือมันไม่มีใครทำได้หรอก
Thairath talk : เขาบอกว่าคุณชูวิทย์อุ้มตัวเองสมัยก่อน
ใช่เมื่อปี 2546 ผมถามจริงๆ เถอะ มันเป็นอย่างงั้นได้ยังไง มันต้องวางแผนเยอะเลยนะ มันไม่ใช่ว่าวางแผนน้อยนะ มันจะต้องให้ข่าวอย่างไร มันจะต้องให้คนไปแจ้งความ แจ้งความเสร็จจะต้องหายไป หายไปเสร็จจะต้องอยู่ข้างทาง จะต้องขึ้นรถบรรทุก โบกมือ ไปแจ้งความ ผมว่ามันเป็นสตอรี่เลยนะ สำหรับคนคนนึง เพราะก่อนหน้านั้นผมไม่เคยขึ้นโรงพัก ยกเว้นไปต่อใบอนุญาตอาบอบนวด ผมไม่เคยทำอย่างอื่นมาก่อนนะ คดีศาลผมก็ไม่มี แต่ตั้งแต่นั้นมา คนบอกว่าผมว่า ชูวิทย์ตั้งแต่นี้ต่อไป นั่งก็ไม่ได้ ยืนก็ไม่ได้นะ ต้องวิ่งอย่างเดียว
...
ชีวิตต้องมี 3 เก่า
คุณชูวิทย์เล่าแบบถึงพริกถึงขิงประเด็นสนิทสนมกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ (อดีต) ผู้บัญชาการทหารบก ว่ามีคนมาต่อว่ามาด่าบนโซเชียลมีเดียว่าชูวิทย์เข้าข้างใคร อยู่ฝ่ายไหน
"ผมไม่เคยลบคอมเมนต์นะ อยากด่าพ่อล่อแม่ ก็ตามสบายเพราะผมถือว่ามันเก่งแค่ในคอมเมนต์ ไม่ได้มาเจอหน้าผม เพราะถ้ามันเจอหน้าผม
ผมก็ต้องชก มันเป็นเรื่องปกติ เพราะผมเป็นนักเลงโบราณ"
แต่ว่าเรื่องนี้ผมถามคุณนิดนึง ผมเป็นเพื่อนกับท่านอดีต ผบ.ทบ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผมเป็นเพื่อนกับท่านมาตั้งแต่พันตรีจนตอนนี้เป็นพลเอก ถามว่ามิตรภาพตรงนี้ ตั้งแต่พันตรีจนเป็น ผบ.ทบ. คุณคิดว่ามันกี่ปี คงไม่ใช่ 5 ปี 10 ปี 20 ปี มัน 30 ปี ผมถามว่าผมจะเอาสิ่งตรงนี้มาทำลายเพื่ออะไร ผมเป็นเพื่อนกันไม่ได้มานั่งทะเลาะกันเพราะเรื่องการเมือง ผมแทบจะไม่ได้คุยกันเรื่องการเมืองเลย นั่งปุ๊บเจอกัน กินเหล้า ถามเป็นไงบ้าง สบายดีหรือเปล่า ถามกันแต่เรื่องแบบนี้ ไม่ได้มาคุยการเมืองว่าอย่างงู้นอย่างงี้ ไม่เคยเลย นี่คือกัลยาณมิตร คือเพื่อน
...
เขาบอกว่า แก่แล้วก็ต้องมีอยู่ 3 เก่า อย่างแรกสุขภาพเก่า คุณต้องมีสุขภาพเก่ามันไม่มีทางที่หมอจะมาบอกคุณว่าคุณสุขภาพไม่ดี หัดออกกำลังกายบ้าง โห หมอ (ทำหน้าขำ) คือผม 60 ปีแล้ว มันต้องออกกำลังกายมาตั้งแต่หนุ่มๆ หรือเปล่า เพราะสุขภาพมันต้องสะสม มันไม่ใช่ว่าวันนี้คุณไม่กินนู่น ไม่กินนี่ พอไม่กินแล้วจะหายเลย มันก็ไม่ใช่
อันที่สองที่คุณต้องมีคือเงินเก่า ถามว่าคุณ 60 คุณยังต้องไปทำงานหาเงินอีกเหรอ ไม่ไหวแล้ว คุณต้องเก็บเงินมาพอสมควรแล้ว ผมแบ่งออกมาเป็น 4 รุ่นด้วยกัน 20-30 ในรุ่นแรกคุณคงเรียนรู้มั้ง คงไม่ได้หาเงินเป็นกอบเป็นกำมั้ง ช่วงที่สอง 30-40 คุณต้องเจริญเติบโต คุณต้องจับทางถูกแล้ว ช่วงที่สาม 40-50 ถ้าคุณเก็บไม่ได้แล้วหวังไปเก็บตอน 50-60 มันก็ลำบากหน่อยนะ ตอนนั้นลูกหลานคุณก็คงจะโตหมดแล้ว ลูกคุณก็ต้องใช้เงิน คุณต้องหาอะไรมาส่งเสริมกับวัยตัวเองแล้ว คุณต้องมีรถ คุณจะไปนั่งรถเมล์หรืออะไร มันก็ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นคุณมีวัยในการหาเงินอยู่
ข้อสุดท้ายคือคุณต้องมีเพื่อนเก่า ถ้าคุณไม่มีเพื่อนเก่ามันจบเลยนะ เพื่อนเก่าในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคุณต้องมีเพื่อนเลี้ยงรุ่น เพื่อนเลี้ยงรุ่นหมายถึง มาคุย มาฝอยกันชั่วคราวแล้วก็ต่างคนต่างกลับมันไม่ใช่ เพื่อนเก่าคือเพื่อนที่มีจำนวนไม่เยอะ อาจจะมีคนเดียว มีสองคน แต่เป็นเพื่อนที่พร้อมจะคุยกับคุณ
...
คำเรียนรู้
3 ครั้งเรื่องลับคุก
Thairath Talk : คุณวนเวียนอยู่ในคุก 3 ครั้ง เราได้อะไรจากตรงนั้นบ้างครับ
คุกเป็นสถานที่ที่ไม่มีใครอยากจะเข้า เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมให้ไว้คือ 3 คำ อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ และรอให้ได้ การที่เข้าไปในคุก การใช้ชีวิตในคุก มันไม่ได้เป็นสิ่งที่คุณปรารถนาแต่ว่าคุณถึงทางตันแล้ว หรือว่าคุณอาจจะไม่ถึงทางตัน เพียงแค่คุณสู้ผิดวิธี
"อย่างกรณีนายบอสที่สู้ผิดวิธี ซึ่งจริงๆ แล้วนายบอสสามารถรอดได้อย่างสบายๆ เลย เพราะคุณไม่ได้ไปฆ่าใครตาย มันเป็นอุบัติเหตุ คุณไม่ได้ไปไล่ชนเขา คุณเยียวยาแล้ว และครอบครัวเขาไม่ติดใจคุณ เพียงแค่มีคนที่เขาไม่อยากให้ไปขึ้นศาล ไม่อยากให้มีประวัติเลย ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เพราะเมื่อคุณชนคนไปแล้ว คุณก็สารภาพผิด และเยียวยาแล้ว และมันเป็นความผิดครั้งแรก ศาลไม่ได้โหดร้ายขนาดที่จะจับคุณติดคุกติดตาราง คุณทำบุญทำกุศลสร้างโบสถ์ด้วยซ้ำ นี้คือการสู้แบบผิดวิธี"
คุณจะสังเกตได้ในคุก เขาจะบอกว่าเขาไม่มีคนผิด เขาไม่ยอมรับผิด แต่เมื่อศาลตัดสินแล้วมันจบ คุณก็จะไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้นแล้ว เพราะฉะนั้นทุกอย่างมันจบอยู่ที่ศาล
คุณเข้าไปในคุก วันแรกผมเข้าไปด้วยชุดนี้ มันไม่มีทางที่คุณติดคุกแล้วขอออกไปเปลี่ยนชุดในแบบฟอร์มที่เป็นคุก มันทำไม่ได้
แล้วคนในคุกเห็นก็จะพูดว่าแต่งตัวแบบนี้มีเงินแน่ๆ แล้วก็จะมีคนมาถามว่า “พี่ๆ พี่จะอยู่ตรงไหน พี่จะนอนไหน พี่มีที่นอนหรือยัง แล้วสบู่ ยาสระผม อาหารการกินพี่กินอย่างไร พี่จะซักผ้ายังไง” เอาละไง เราก็ชักยุ่งแล้ว คนมาใหม่มันไม่เคยติดคุก จะทำยังไง จะไปนั่งซักผ้าต้องเอาแฟ้บที่ไหน กินข้าวยังไง ไม่มีใครสอนว่าเข้าคุกแล้วต้องกินข้าวเวลาไหน
Thairath Talk : ไม่มีคู่มือให้ด้วยใช่ไหม
มี แต่เป็นคู่มือแบบง่ายๆ คนที่เข้าคุกมาใหม่ๆ ก็พูดว่า “ผมไม่มีเงินมาเลยนะ เขายึดเงินผมไปหมด” คนที่อยู่มาก่อนก็จะบอกว่า “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวน้องจัดให้ ออกให้ก่อนเลย ไปกินข้าวกับวงผมเลย ผมนั่งอยู่ตรงนี้ พี่ไม่ต้องจ่าย ไม่มีไม่เป็นไร วันหลังมีค่อยให้ก็ได้” เห็นไหมว่าพอเจอแบบนี้ คุณต้องเริ่มเข้าไปสังกัดในซุ้มใดซุ้มหนึ่งแล้ว แต่ถ้าบางคนบอกว่า ผมไม่ขอยุ่งกับใครนะ คุณไม่ยุ่งกับใครไม่เป็นไร เพราะเดี๋ยวหลังจากนั้นมันจะมีคนมายุ่งกับคุณเอง
Thairath Talk : คุณกำลังจะบอกว่าในคุกมันมี VIP เหรอ
ไม่ได้บอกว่ามี VIP ผมกำลังจะบอกว่า ถ้าคุณไม่ยุ่งกับใคร มันจะมีคนมายุ่งกับคุณ คุณจะไปนั่งตรงไหน ตรงนี้มีคนนั่งแล้ว ตรงนั้นนั่งไม่ได้ ไปนั่งกลางแดดนู้น
คือในคุกมันแน่น ที่ผมกำลังจะพูด อย่างแดนหนึ่งเรือนจำพิเศษมีเนื้อที่ 4 ไร่ มีคนอยู่ร่วมกันกว่าพันคน เปรียบเทียบบ้านเศรษฐี 4 ไร่อยู่ร่วมกัน 2-3 หลัง แต่ 4 ไร่ในคุกคุณอยู่ร่วมกันกว่าพันคนจะไปนั่งตรงไหน เพราะทุกที่มันมีคนจับจองหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นซุ้มอีสาน ซุ้มใต้ ซุ้มสมเด็จ ซุ้มวีไอพี เขานั่งมาก่อนและเขาอยู่มาก่อน เพราะฉะนั้นคุณก็ต้องรู้กฎเกณฑ์ภายในคุก ซึ่งคุณอาจจะเคยเห็นในหนังฝรั่งมาบ้างแล้ว ตรงนี้เขานั่งกันมาก่อนแล้ว
"โลกในนั้นมันแคบ มันแคบเลย เนื้อที่ 4 ไร่ คุณจะไม่เคยไม่เจอใคร คุณจะไปหลบใครได้ มันจะไม่มีความลับในคุกด้วย ไม่ว่าคุณจะไปไหนหรือทำอะไรมันมีคนคอยจับจ้องมองคุณอยู่ตลอด อย่างอันนี้คุณทำได้แล้วทำไมฉันทำไม่ได้ล่ะ ฉันต้องร้องเรียนแล้วอย่างนี้ เช่น เขาห้ามสูบบุหรี่ คุณไปยืนสูบบุหรี่มีคนเดินมาเห็น ก็จะเกิดคำถามว่าทำไมคนนั้นทำได้ คุณเชื่อคนไทยชอบร้องเรียนไหมล่ะ เพราะฉะนั้นคุณต้องอยู่ให้เป็น คุณต้องไม่ร้องเรียนใคร คำแรกที่คุณอยากรู้เรื่องคุกก็คือ คุณต้องอยู่ให้เป็น"
ข้อที่สองคือ เย็นให้พอ คุณต้องทำตัวเองให้เย็นมากๆ ถ้าเย็นได้ไม่มากพอ คุณจะเสียตังค์เพิ่ม เพราะจะมีคนมากระซิบถามคุณว่าติดคุกเพราะคดีอะไร ทำไมประกันตัวไม่ได้ เดี๋ยวติดต่อให้มันประกันตัวได้ ซึ่งเขาหลอกคุณไง
อันสุดท้ายคือคุณต้องรอให้ได้ ถ้าศาลตัดสินแล้วคุณรอไม่ได้คุณจะไปไหนเหรอ สถานะคุณคือนักโทษ บางคนไม่เข้าใจในสถานะตัวเอง ยึดว่าตัวเองเคยใหญ่โต เช่น ฉันเคยเป็นอธิบดีมาก่อนนะ แต่อย่าลืมว่าตอนนี้คุณเป็นนักโทษนะครับ
ทักษะในวิกฤติ
เศรษฐกิจลงเหว
Thairath Talk : ในฐานะที่เราทำธุรกิจเราจะรับมือกับวิกฤติโควิด-19 อย่างไรตอนนี้เศรษฐกิจประเทศซบเซา GDP ติดลบ
อย่างที่ผมบอก คุณมีเงินเก่ากันหรือเปล่าล่ะ ผมมีสุภาษิตของผมเลย บ้านที่ผมอยู่อาศัย ผมจะไม่จำนองเด็ดขาด ผมสอนลูกสอนหลานไว้เหมือนที่พ่อสอนผม ถ้าเอาบ้านที่อาศัยอยู่ไปจำนอง นั้นมันก็แสดงว่าเราไม่ไหวแล้ว คุณไม่ได้ทำการค้าแต่นั่นมันทำการเสี่ยงแล้ว มันคือการเล่นการพนันแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าคุณเคยมีเงินเก่า คุณก็คงจะต้องมีเก็บไว้บ้างมั้ง
"ภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นมันทำให้เห็นว่าใครที่มีเงินแท้ ใครที่มีเงินกู้ และใครที่มีเงินเทียม ในภาวะเศรษฐกิจที่ดีมันอาจทำให้คุณเห็นคนขับรถเบนซ์ รถเฟอร์รารี่ และคิดว่าคนนี้รวย ซึ่งถ้าเป็นในภาวะเศรษฐกิจดีคุณก็ทำได้ เพราะคุณไปกู้เงินเขาก็ให้ แต่ในสถานการณ์แบบนี้เศรษฐกิจไม่ดี คุณไม่มีเงินแท้คุณก็ต้องล้ม คนที่อ่อนแอก็ต้องเดินออกไปจากวงจรธุรกิจ"
สิ่งที่พิสูจน์ได้ดีที่สุดคือธนาคาร เพราะสามารถบอกได้เลยว่าคนนี้เก๊ คนนี้ไม่ไหวแล้ว คนนี้ต้องขายของกิน ส่วนคนที่เขาต้องขายธุรกิจของเขา เขาจำเป็นต้องขาย เพราะเขาไม่มีเงินเก่าเก็บ
คือวันนี้เหมือนคุณเล่นหุ้น คุณก็ต้องถือไว้ให้นานที่สุด เพราะถ้าคุณขายวันนี้คุณขาดทุน ถ้าคุณยอมถือไว้สักปีหนึ่ง คุณอาจจะรอด เพราะฉะนั้นอยู่ที่ว่าคุณได้ถือมันไว้นานที่สุดเท่าไร นักธุรกิจในวันนี้ทุกคนอยู่ที่ว่าอึดได้แค่ไหน
เส้นวงกลม
วิธีเลี้ยงลูก
ผู้ชายวัย 59 ปี ผู้นี้นิ่งคิดเล็กน้อยก่อนตอบคำถามเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกในสไตล์ชูวิทย์ โดยเขาไม่อยากบงการชีวิตของใครแม้กับลูกของตัวเองก็ตาม เขาสมมุติว่าการกำหนดขอบเขตก็เหมือนการให้เส้นวงกลมใหญ่ๆ กับเขาไว้เส้นหนึ่ง อย่างเขาเรียนหนังสือ ก็อย่าไปเล่นไพ่ อย่าไปเล่นการพนัน อย่าไปเล่นยานะ นอกนั้นเขาจะไปทำอะไร เขาก็ต้องรู้จักดูแลตัวเอง
"การเลี้ยงลูกเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าไม่มีเลยมันก็ดีแต่ถ้ามีแล้วเขาเชื่อฟังคุณมันก็โอเค หรือเชื่อฟังคุณบ้าง อาจจะไม่เชื่อฟังคุณทั้งหมดก็ไม่เป็นไร แต่เขาไม่ได้เป็นคนเลวร้าย อันนี้แหละสำคัญ ถ้าเลวร้ายเมื่อไหร่นั้นแหละคุณต้องไปรับผิดชอบว่าคุณจะสอนเขาอย่างไร
เอาอย่างนี้ดีกว่า ผมสอนหมายังลำบากเลย ให้มันนั่ง ให้มันลุก ปาลูกบอลแบบฝรั่งให้วิ่งไปเก็บมาซิ มันยังทำไม่ได้เลย
เพราะฉะนั้นลูกเนี้ย จริงๆ แล้วผมสอนเขาด้วยความตั้งใจของความเป็นพ่อ พอผมรู้ตัวแล้วว่าผมไม่สามารถจะทำอย่างนั้นได้แบบ 100% ผมก็เพียงจะใหเส้นกว้างๆ แก่เขาอยู่เส้นหนึ่ง และบอกเขาว่าอย่าออกจากเส้นนั้น"
Thairath Talk : นี่เป็นสิ่งเดียวที่คุณขอลูก
คือมันเป็นการปกป้อง เหมือนในวันนี้ทำธุรกิจ ผมไม่ได้ออกหน้า ผมไม่ได้ทำอะไรแล้ว ลูกผมทำ และผมจะเป็นเกราะป้องกันให้คุณ เพราะถ้าคุณไปกู้มากเกินไป คุณไปมีหุ้นส่วนที่เป็นคนไม่น่าเชื่อถือ หรือคุณไปทำอะไรที่ลงทุนมากเกินไป ผมก็จะป้องกันคุณไว้
59 ปี ฝันสูงสุด
'ผมไม่เล่นการเมือง'
Thairath talk : วันนี้อายุ 59 ความทะยานอยากของชูวิทย์ในเรื่องของการเมือง มีสักครั้งไหมที่อยากจะถอยหลังกลับไปเล่นอีกครั้ง
ไม่มีและไม่เล่นด้วยครับ ถ้าคุณพูดเรื่องของการเมือง คุณต้องมีแรงบันดาลใจ คุณถึงจะไปทำงานการเมืองได้ การเมืองไม่ใช่อาชีพที่ให้กำไรกับคุณ มันเป็นอาชีพที่ให้กำไรตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้าคุณคิดว่าคุณเล่นการเมืองแล้วจะร่ำรวย ถ้าอย่างนั้นคุณไปทำธุรกิจซิครับ (ยิ้ม)
Thairath talk : แต่ผมเห็นคนที่ร่ำรวยจากการเล่นการเมืองเยอะนะ
ก็นี่ไงล่ะ นี่คือปัญหาไง ความคิดของเขากับความคิดของผมมันไม่เหมือนกัน ในความคิดของผมคุณก็ควรไปเล่นการเมืองด้วย Volunteer เป็นอาสาสมัครใช่ไหม แล้วการเล่นการเมืองมันก็ไม่ใช่ว่าคุณจะทำยันตาย อายุ 80-90 จะทำถึงป่านไหน ขนาดเขาเกษียณ 60 เขายังเกษียณเลย
Thairath talk : แต่ก็เห็นว่าเขายังอยู่นะ
ก็นั่นนะซิครับ คือสิ่งที่ผมพูดนั่นแหละ เพราะจริงๆ แล้ว อายุสัก 65 ก็พอแล้ว ไปอยู่เบื้องหลังหรือไปเป็นที่ปรึกษาดีกว่า แต่มันก็ไม่ใช่แบบนั้น
ผมถึงต้องบอกว่าการเมืองสำหรับผมมันเป็นแค่ภารกิจชั่วคราว ซึ่งผมไปเล่น เล่นเสร็จผมเพียงพอผมก็หยุดเล่น เพราะว่าเป็นงานอาสาสมัคร
ทำไมผมต้องไปทำล่ะ ผมก็เหนื่อยซิ เพราะว่างานการเมืองเป็นงานส่วนรวม เป็นงานของประเทศ ไม่ใช่งานของบ้านผม
มันไม่ใช่งานของครอบครัวผม ไม่ใช่ว่าพอทำเสร็จแล้วผมจะได้เงินทั้งหมดไป เอากลับมาเลยครับ ส่งมอบต่อให้ลูกเลยครับ นั่นมันเงินผม ผมทำธุรกิจมา แต่งานการเมืองคุณส่งให้ลูกเป็นเรื่องอะไร
"สมมติประยุทธ์มีลูก ประยุทธ์บอกเอาให้ลูกเลย มันไม่ได้ มันเป็นการบริหารสาธารณะ มันไม่ใช่การบริหารเอกชนแบบผม เพราะฉะนั้นการเมือง ถ้าผมบอกว่าพอผมก็พอ ผมก็ไม่เอา เพราะผมไม่ได้อะไร ผมพอแล้ว คุณทำซิ บ้านเมืองมันไม่ใช่ผมคนเดียว"
Thairath talk : เพราะฉะนั้นเราจะไม่เห็นชูวิทย์เล่นการเมืองตลอดชีวิตเลยเหรอครับ ผมเสียดายนะครับ
ไม่เห็นและไม่ต้องเสียดาย เพราะอะไรรู้ไหม เดี๋ยวก็มีคนใหม่ๆ มา รุ่นใหม่ๆ มา รุ่นเก่าอย่างผมก็ต้องไป
ผู้เขียน : Bouquet Talk
ภาพ : Supassara Taiyansuwan