กระเป๋าสตางค์ ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งของสำหรับเก็บเงินสดและบัตรต่างๆ เท่านั้น แต่ตามความเชื่อสายมูและหลักฮวงจุ้ย ยังเปรียบเสมือนพื้นที่เก็บรักษาทรัพย์สินและพลังงานแห่งความมั่งคั่ง หากเก็บสิ่งของที่ไม่เหมาะสมไว้ในกระเป๋า อาจเชื่อกันว่าเป็นสาเหตุให้การเงินติดขัด เก็บเงินไม่อยู่ หรือมีรายจ่ายเข้ามาไม่หยุด

5 สิ่งของไม่ควรเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ ตามความเชื่อเรียกทรัพย์

1. ใบเสร็จเก่าๆ

ใบเสร็จเป็นสัญลักษณ์ของการใช้จ่ายและเงินที่ไหลออก หากเก็บใบเสร็จจำนวนมากไว้ในกระเป๋าสตางค์ จึงเชื่อว่าอาจส่งผลให้เงินรั่วไหล เก็บเงินไม่อยู่ ควรนำใบเสร็จที่ไม่จำเป็นออก และแยกเก็บใบเสร็จสำคัญไว้ต่างหาก

2. บิลค้างชำระหรือเอกสารทวงหนี้

บิลค้างชำระและเอกสารเกี่ยวกับหนี้สินถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของภาระทางการเงิน จึงไม่ควรเก็บรวมกับเงินสด เพราะอาจสื่อถึงพลังงานแห่งความกังวลและความติดขัด ควรแยกไว้ในที่เหมาะสมเพื่อสะดวกต่อการจัดการหนี้

3. บัตรหมดอายุหรือบัตรที่ไม่ได้ใช้งาน

บัตรสมาชิก บัตรสะสมแต้ม หรือบัตรต่างๆ ที่หมดอายุแล้ว อาจเปรียบได้กับพลังงานเก่าที่หยุดนิ่ง ทำให้โชคลาภไม่หมุนเวียน อีกทั้งยังทำให้กระเป๋าสตางค์แน่นและไม่เป็นระเบียบ จึงควรคัดแยกออกให้เหลือเฉพาะบัตรที่จำเป็น

4. กระดาษหรือเศษขยะที่ไม่จำเป็น

เศษกระดาษ ซองขนม หรือเปลือกห่อลูกอม ไม่ควรนำมาเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ อาจเป็นสัญลักษณ์ของพลังงานที่ติดขัด ส่งผลให้โชคลาภไม่ไหลเวียน การรักษาความสะอาดจึงเปรียบเสมือนการเปิดพื้นที่ต้อนรับสิ่งดีๆ

5. ธนบัตรเก่าที่ชำรุด

ธนบัตรที่ฉีกขาดหรือชำรุดมาก บางความเชื่อมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความไม่สมบูรณ์ทางการเงิน จึงนิยมเก็บธนบัตรให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ไม่พับยับหรือยัดรวมกัน ทั้งนี้ ธนบัตรชำรุดที่ยังมีมูลค่าสามารถนำไปขอแลกตามหลักเกณฑ์ของธนาคารได้

นอกจากหลีกเลี่ยงสิ่งของทั้ง 5 อย่างแล้ว ยังมีเคล็ดลับที่เชื่อว่าช่วยเสริมโชคลาภด้านการเงิน ได้แก่ การจัดเรียงธนบัตรให้เป็นระเบียบ แยกเหรียญและบัตรให้เหมาะสม หมั่นทำความสะอาดกระเป๋าสตางค์ และไม่ปล่อยให้กระเป๋าชำรุดจนเกินไป ทั้งนี้ถือเป็นความเชื่อและวิจารณญาณส่วนบุคคล