เคยได้ยินคำเตือนที่ว่า “อย่าเพิ่งบอกใครว่ากำลังจะทำอะไร จนกว่าจะทำสำเร็จ” แนวคิดนี้ถูกนำมาเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่อง Evil Eye หรือ “ดวงตาปีศาจ” ที่เชื่อว่าสายตาแห่งความอิจฉาริษยาหรือความไม่หวังดีจากผู้อื่น อาจส่งผลกระทบต่อโชคลาภ ความสำเร็จ และสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในชีวิต

ไทยรัฐออนไลน์ ชวนทำความรู้จัก Evil Eye คืออะไร มีที่มาจากไหน ทำไมจึงมีความเชื่อว่าไม่ควรเปิดเผยแผนชีวิตให้คนอื่นรับรู้ก่อนลงมือทำ พร้อมทำความเข้าใจเรื่องนี้ผ่านมุมมองความเชื่อและจิตวิทยา

เปิดความหมาย Evil Eye คืออะไร? รู้จักความเชื่อเรื่องสายตาพลังลบ

Evil Eye แปลตรงตัวว่า “ดวงตาปีศาจ” หรือ “สายตาชั่วร้าย” เป็นความเชื่อโบราณที่พบได้ในหลายวัฒนธรรม โดยเฉพาะแถบเมดิเตอร์เรเนียน ตะวันออกกลาง และเอเชียบางพื้นที่ ซึ่งเชื่อว่าสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา ความริษยาในโชคดีของผู้อื่น หรือความไม่หวังดี อาจนำพาเคราะห์ร้ายมาสู่ผู้ที่ถูกจ้องมองได้

ตามความเชื่อนี้ พลังด้านลบอาจเกิดขึ้นได้ทั้งจากความตั้งใจและไม่ตั้งใจ เช่น หากเราบอกแผนการอะไรบางอย่างให้คนอื่นรู้ โดยที่ยังไม่สำเร็จ เมื่อมีคนรู้แล้วรู้สึกอิจฉา ไม่ว่าจะเรื่องการงาน ความรัก ทรัพย์สิน หรือชีวิตที่กำลังไปได้ดีของเรา ก็อาจมีพลังลบบางอย่างมาขัดขวางความสำเร็จได้ ซึ่งพลังลบนั้นเรียกว่า Evil Eye

อย่างไรก็ตาม Evil Eye เป็นความเชื่อทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมายาวนาน ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าสายตาของมนุษย์สามารถส่งพลังงานลบไปทำให้ผู้อื่นโชคร้ายหรือประสบความล้มเหลวได้จริง

เปิดที่มาความเชื่อ Evil Eye ทำไมต้องเป็นดวงตาสีฟ้า?

ความเชื่อเกี่ยวกับ Evil Eye มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี ปรากฏในอารยธรรมโบราณหลายแห่ง รวมถึงกรีกและโรมัน ก่อนแพร่หลายไปยังวัฒนธรรมต่างๆ โดยมีเครื่องรางรูปดวงตาเป็นสัญลักษณ์สำคัญในการป้องกันเคราะห์ร้าย

หนึ่งในเครื่องรางที่ได้รับความนิยมคือ Nazar Boncuğu ของตุรกี มีลักษณะเป็นดวงตาสีฟ้า น้ำเงิน ขาว และดำซ้อนกันเป็นวงกลม โดยเชื่อว่าสามารถปกป้องผู้สวมใส่จากสายตาแห่งความอิจฉาริษยาได้

ปัจจุบันสัญลักษณ์ Evil Eye ถูกนำมาออกแบบเป็นเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ กำไล แหวน และของตกแต่งบ้าน รวมถึงอีโมจิ 🧿 ที่หลายคนใช้สื่อถึงการปกป้องตนเองจากพลังงานด้านลบตามความเชื่อ

ทำไมทฤษฎี Evil Eye จึงเชื่อว่าไม่ควรเล่าแผนชีวิตให้ใครฟัง?

หนึ่งในแนวคิดที่ได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์ คือการนำความเชื่อ Evil Eye มาเชื่อมโยงกับคำแนะนำที่ว่า “อย่าเพิ่งประกาศแผนชีวิต จนกว่าจะทำสำเร็จ” เพราะเชื่อว่าการเปิดเผยเป้าหมายเร็วเกินไป อาจทำให้ต้องเผชิญกับสายตาแห่งความอิจฉา คำวิจารณ์ หรือพลังงานด้านลบจากคนรอบข้าง

ตัวอย่างเช่น การบอกคนอื่นว่ากำลังจะเริ่มธุรกิจใหม่ เตรียมเปลี่ยนงาน วางแผนซื้อบ้าน หรือกำลังมีความสัมพันธ์ที่ดี อาจทำให้เกิดความกังวลเมื่อได้รับความคิดเห็นเชิงลบ หรือรู้สึกกดดันที่จะต้องทำตามสิ่งที่เคยพูดไว้ให้สำเร็จ

แม้แนวคิดดังกล่าวจะถูกเชื่อมโยงกับ Evil Eye แต่ไม่ได้หมายความว่าการเล่าแผนชีวิตให้ผู้อื่นฟังจะทำให้เกิดโชคร้ายจริง เพราะความสำเร็จหรือความล้มเหลวยังขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ทั้งการเตรียมตัว การลงมือทำ และสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง