พระภาวนาโกศลเถระ เจ้าคุณเฒ่าหรือหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง เป็นพระเกจิอาจารย์ที่พระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงให้ความเคารพนับถือ พระองค์เคยเสด็จมาที่วัดและถ่ายภาพหลวงปู่เอี่ยมด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เองเลยครับ
หลวงปู่เอี่ยมสร้างวัตถุมงคลไว้หลายอย่าง เช่น ตะกรุด เหรียญ พระชัยวัฒน์ พระปิดตาเนื้อไม้แกะกับพระปิดทวารโลหะ แต่สำหรับเครื่องรางแล้ว “หมากทุย” ของหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง เป็นเครื่องรางที่มีชื่อเสียงที่สุดครับ
หลวงปู่เอี่ยม เกิด พ.ศ. 2375 บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดหนังเมื่ออายุ 19 ปีและอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดราชโอรสในปี พ.ศ. 2397 แล้วย้ายไปอยู่ที่วัดนางนอง กับอาจารย์หลวงปู่รอด วัดนางนอง
ในรัชกาลที่ 4 ย้ายไปอยู่วัดโคนอนกับหลวงปู่รอด เมื่อหลวงปู่รอดมรณภาพ (ประมาณ พ.ศ. 2410 ถึง 2413) จึงเป็นเจ้าอาวาสครองวัดโคนอนต่อจากหลวงปู่รอดครับ
ปี พ.ศ. 2441 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ย้ายไปครองวัดหนัง ท่านอยู่ที่วัดหนังประมาณ 28 ปีได้รับพระราชทานสมณศักดิ์สุดท้ายเป็น “พระภาวนาโกศล” อีกทั้งได้รับพระราชทาน “พัดงาสาน” ซึ่งเป็นพัดสำหรับผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิปัสสนาธุระ มีพระภิกษุไม่กี่รูปที่ได้รับพระราชทานพัดนี้ หลวงปู่เอี่ยม มรณภาพ ในวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2469 อายุ 94 ปี พรรษาที่ 72 ครับ จะเห็นได้ว่าการทำหมากทุยนั้นค่อนข้างยุ่งยาก โดยเฉพาะการหาหมากทุยที่ตายพราย (ยืนต้นตาย) จำนวนการสร้างจึงมีน้อยกว่า พระเครื่องมาก ขนาดของหมากทุยนั้นไม่แน่นอน แต่ส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก เพราะทำจากลูกหมากที่ตายพราย ลูกจึงแคระแกรน บางลูกออกลีบๆ เมื่อทำเสร็จแล้วเจ้าของจึงนำไปถักเชือกลงรักเพื่อความคงทนและนำไปแขวนติดตัวครับ หมากทุยแบบเปลือยไม่มีการถักและลงรักก็มี ต้องสังเกตความเก่าของชันนะโรงที่อุดนะครับ
หมากทุยมีกรรมวิธีการสร้างและขั้นตอนเช่นเดียวกับการสร้างพระเครื่อง จึงคงมีความขลังเช่นเดียวกับพระเครื่องและเครื่องรางอื่น ๆ ของหลวงปู่เอี่ยม นับว่าของดีที่น่ามีไว้ติดตัวเป็นอย่างมาก เพราะขนาดเบา พกติดตัวง่าย ไม่ต้องกลัวว่าจะหล่นแตก มีอยู่กับผู้ใด ถือว่าเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งครับ


