ตั้งใจเลือกของขวัญอย่างดีแต่กลับจบลงด้วยการทะเลาะกัน? บางสิ่งของไม่ได้มีแค่ความหมายลี้ลับตามความเชื่อ แต่บางอย่างอาจบั่นทอนความสัมพันธ์โดยที่คุณไม่รู้ตัว

การเลือกของขวัญให้คนรักดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย แต่หลายคู่กลับต้องเลิกลากันเพียงเพราะความหวังดีที่ไม่ถูกที่ถูกเวลา ความเชื่อโบราณเรื่องสิ่งของต้องห้ามมักถูกมองว่าเป็นเพียงกุศโลบาย แต่เมื่อนำมาดูด้วยหลักจิตวิทยาการครองคู่ กลับพบเหตุผลที่สอดคล้องกันอย่างน่าตกใจ และนี่คือ 7 สิ่งของต้องห้าม ที่คนมีคู่ควรรู้ไว้ก่อนจะสายเกินไป


1. รองเท้า สัญลักษณ์ของการเดินจากไป

สายมูเชื่อกันมานานว่าการซื้อรองเท้าให้แฟนคือลางร้าย เพราะรองเท้ามีไว้สำหรับการก้าวเดิน ซึ่งเปรียบเสมือนการส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายก้าวเดินออกไปจากชีวิตของกันและกันในที่สุด

ในมุมมองทางจิตวิทยา ปัญหามักเกิดจากเรื่อง สรีระและไซส์ที่เฉพาะเจาะจง การซื้อรองเท้าให้พอดีและสบายเท้านั้นทำได้ยาก หากผู้รับใส่ไม่ได้แล้วต้องนำไปเปลี่ยน หรือฝืนใส่จนเจ็บเท้า ความรู้สึกเกรงใจจะเปลี่ยนเป็นความอึดอัด ส่วนผู้ให้ก็อาจรู้สึกน้อยใจที่อีกฝ่ายไม่ยอมใส่ จนกลายเป็นชนวนเหตุของความขัดแย้ง

2. นาฬิกา ลางบอกเหตุเวลาของเราหมดลง

นาฬิกาอาจดูเป็นของขวัญที่มีมูลค่า แต่สายมูถือว่าเป็นเครื่องวัดระยะเวลา หากนาฬิกาหยุดเดินหรือถอดทิ้งไว้ ก็เปรียบเสมือนเวลาของความสัมพันธ์ที่กำลังจะหมดลงตามไปด้วย

ขณะที่นักจิตวิทยามองว่า นาฬิกาเป็นของขวัญที่สร้าง ความกดดันทางอ้อม ผู้รับอาจรู้สึกเหมือนกำลังถูกควบคุมเรื่องเวลา ถูกจับผิดเรื่องการตรงต่อเวลา หรือหากดีไซน์ไม่เข้ากับสไตล์การแต่งตัว การต้องฝืนสวมใส่ไว้ตลอดเวลาเพื่อรักษาน้ำใจย่อมสร้างความอึดอัดใจอย่างต่อเนื่อง

3. น้ำหอม ความรักจืดจางระเหยตามกลิ่น

โบราณว่าไว้ การมอบน้ำหอมให้คนรักจะทำให้ความเสน่หาและความรู้สึกดีๆ ระเหยจรลีไปในอากาศอย่างรวดเร็ว เหมือนกับคุณสมบัติของน้ำหอมที่ระเหยไปตามกาลเวลา

เหตุผลทางจิตวิทยานั้นชัดเจนอย่างยิ่ง เนื่องจาก กลิ่นเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนบุคคล ที่มีความซับซ้อน กลิ่นที่เราชอบอาจเป็นกลิ่นที่อีกฝ่ายได้กลิ่นแล้ววิงเวียนศีรษะ การเลือกน้ำหอมผิดกลิ่นจึงสะท้อนว่าเราอาจยังไม่รู้จักตัวตนของเขาดีพอ และทำให้ผู้รับรู้สึกลำบากใจทุกครั้งที่ต้องใช้งาน

4. เสื้อผ้าโทนสีดำ สัญลักษณ์แห่งลางร้ายและความเศร้า

ตามความเชื่อในหลายวัฒนธรรม สีดำคือสีของการไว้ทุกข์และความโศกเศร้า การมอบเสื้อผ้าสีดำให้คนรักจึงเปรียบเหมือนการดึงดูดพลังงานลบและความหม่นหมองเข้ามาในความสัมพันธ์

ในทางจิตวิทยา สีโทนอึมครึมส่งผลต่อ mood & tone ของผู้สวมใส่โดยตรง นอกจากนี้ การซื้อเสื้อผ้าให้กันยังอาจถูกตีความได้ว่าคุณกำลัง พยายามเปลี่ยนแปลงสไตล์ หรือไม่พึงพอใจในรูปร่างและตัวตนที่เขาเป็นอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่กระทบกระเทือนความมั่นใจได้ง่ายมาก

5. ของมีคม และ เข็มกลัด สิ่งของตัดความสัมพันธ์

สิ่งของแหลมคม ไม่ว่าจะเป็นมีดพก กรรไกร หรือเข็มกลัดประดับ ต่างถูกจัดให้อยู่ในหมวดสิ่งของต้องห้ามอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นสัญลักษณ์ของการทิ่มแทงให้เจ็บปวด และการตัดขาดสายใยความผูกพันให้สะบั้นลง

จิตวิทยาอธิบายว่า สิ่งของเหล่านี้มี สัญลักษณ์ของความก้าวร้าวและความอันตรายในตัวเอง ไม่ได้สื่อถึงความอ่อนโยน การทะนุถนอม หรือความโรแมนติกที่ควรมีในความสัมพันธ์ การได้รับของขวัญลักษณะนี้จึงทำให้ผู้รับเกิดความรู้สึกเกร็งและเข้าถึงยากโดยไม่รู้ตัว

6. แก้วน้ำ เครื่องแก้ว ความสัมพันธ์ที่เปราะบางและแตกหักง่าย

เครื่องแก้วเป็นของขวัญยอดนิยมเพราะหาซื้อง่าย แต่สายมูเตือนว่าวัสดุแก้วนั้นเปราะบางและแตกหักง่าย หากวันใดทำตกแตก จะกลายเป็นลางร้ายที่ทำให้ความสัมพันธ์แตกร้าวและยากจะประสานให้เหมือนเดิม

ในเชิงจิตวิทยา การให้แก้วน้ำหรืออุปกรณ์ครัวมักถูกมองว่า ขาดความประณีตในการเลือกสรร หรือมองเป็นของขวัญไร้จินตนาการ ยิ่งไปกว่านั้น ของใช้ในบ้านบางชนิดอาจทำให้ผู้รับเชื่อมโยงไปถึงภาระงานบ้านที่น่าเบื่อหน่าย แทนที่จะรู้สึกถึงความพิเศษในโอกาสสำคัญ

7. รูปถ่ายเดี่ยวของตัวเอง ของที่ระลึกสั่งเสีย

การอัดรูปเดี่ยวของตัวเองใส่กรอบมอบให้แฟนอาจดูหวานในสายตาผู้ให้ แต่ตำราโบราณกลับมองว่าการมอบรูปถ่ายเดี่ยวเปรียบเสมือนการให้ของที่ระลึกสั่งเสียก่อนจากลา ซึ่งเป็นลางบอกเหตุว่าจะไม่ได้พบกันอีก

ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาชี้ว่า การให้รูปตัวเองเพียงอย่างเดียวอาจสะท้อนถึง ภาวะหลงตัวเอง (Narcissism) การเลือกของขวัญที่ดีควรมุ่งเน้นไปที่ความชอบและความต้องการของผู้รับ ไม่ใช่การยัดเยียดตัวตนของผู้ให้ การทำเช่นนี้อาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าคุณไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของเขาอย่างแท้จริง

วิธีแก้เคล็ดและทางออกเมื่อเผลอซื้อของต้องห้ามไปแล้ว

หากคุณเผลอซื้อของขวัญเหล่านี้เตรียมไว้แล้ว หรือเพิ่งมอบให้แฟนไป ไม่จำเป็นต้องตกใจหรือกังวลจนเกินไป เพราะเราสามารถปรับแก้สถานการณ์ได้ง่ายๆ ด้วย เทคนิคแก้เคล็ดเชิงจิตวิทยาดังนี้  

  • เปลี่ยนจากของขวัญเป็นการซื้อขาย ให้ผู้รับจ่ายเงินคืนให้คุณ 1 บาท หรือ 10 บาท เพื่อเปลี่ยนสถานะสิ่งของชิ้นนั้นให้กลายเป็นการซื้อขายตามดวงแก้เคล็ด
  • เปิดใจคุยกันอย่างตรงไปตรงมา บอกเล่าถึงความตั้งใจจริงในการเลือกซื้อ เพื่อลบล้างความเข้าใจผิดในเชิงจิตวิทยาที่อาจเกิดขึ้น
  • ยืดหยุ่นและเสนอทางเลือก หากพบว่าอีกฝ่ายใช้งานไม่สะดวก ให้เสนอพาไปเปลี่ยนสินค้า หรือเก็บไว้เป็นข้อมูลในการเลือกของขวัญครั้งถัดไป

ที่สุดแล้ว สิ่งของเป็นเพียงสื่อกลางในการแสดงความรู้สึก แต่ การสื่อสารและความใส่ใจ ต่างหากคือหัวใจสำคัญที่ช่วยประคบประคองความสัมพันธ์ให้ยั่งยืน หากไม่แน่ใจว่าแฟนอยากได้อะไร การเอ่ยปากถามตรงๆ หรือสังเกตสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อให้วันพิเศษเต็มไปด้วยความสุข และไม่ต้องมานั่งกังวลกับเรื่องขุ่นเคืองใจโดยไม่จำเป็น