ในสนามแข่งขันระดับนานาชาติ นอกจากแท็กติกการเล่นที่เข้มข้นและการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่า "ขวัญและกำลังใจ" คืออีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ดันให้ทัพนักกีฬาไทยก้าวข้ามขีดจำกัด
ล่าสุด ภาพของ "โค้ชอ๊อต" นายเกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ที่ยืนถือเครื่องรางสวดมนต์อยู่ริมสนามในศึกชิงแชมป์เอเชียวันชิงชนะเลิศ ได้กลายเป็นกระแสไวรัลที่เรียกเสียงฮือฮาจากทั้งแฟนกีฬาและสายมูยุคใหม่ไปเต็มๆ
เปิดที่มา “ประคำไม้มงคล” โค้ชอ๊อต ไอเทมลับเสริมพลังใจวันชิง
โค้ชอ๊อต เล่าให้ผูสื่อข่าวฟังว่า เป็นไอเทมคู่กายที่นำติดตัวไปในการแข่งขันคือ "ลูกประคำไม้พุทธะ" ซึ่งได้รับมาจากการเดินทางไปทำบุญสวดมนต์ที่ประเทศเนปาล ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งเทือกเขาหิมาลัย นำมาผสานรวมกับลูกประคำไม้มงคลจากประเทศไทย การพกประคำติดตัวไว้ตลอดทัวร์นาเมนต์นี้ มีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ช่วยรวบรวมสมาธิให้แน่วแน่ และดึงสติให้อยู่กับเกมการแข่งขันในจังหวะที่กดดันที่สุด
ทำไมต้อง “พระนเรศวร-พระเจ้าตาก” เปิดเหตุผลที่นักกีฬาไทยสวดขอพรเรื่องชัยชนะ
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการที่ โค้ชอ๊อต เปิดเผยว่าได้ตั้งจิตอธิษฐานขอพรถึง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
หากมองในมุมของบริบททางประวัติศาสตร์และความเชื่อ (Historical Context) ทั้งสองพระองค์ทรงเป็น "กษัตริย์นักรบ" ผู้ยิ่งใหญ่ที่กอบกู้แผ่นดินและนำทัพไทยคว้าชัยชนะในยามวิกฤติ การกราบไหว้บูชาหรือสวดขอพรจากทั้งสองมหาราช จึงเป็นกุศโลบายทางจิตวิทยาที่ฝังรากลึกในสังคมไทย โดยเฉพาะในแวดวงกีฬาที่มีการแข่งขันสูง
การอัญเชิญบารมีของพระองค์ท่านจะช่วยปลุกจิตวิญญาณนักสู้ สร้างความฮึกเหิม และเสริมความมั่นใจว่าไม่มีอุปสรรคใดที่ไม่อาจก้าวผ่าน
คาถาแห่งวีรกษัตริย์ ปลุกพลังนักรบ
สำหรับสายมูหรือผู้ที่ต้องการสวดขอพรเพื่อชัยชนะในการแข่งขันหรือฝ่าฟันอุปสรรค สามารถสวดบูชาบารมีของทั้ง 2 พระองค์เพื่อความเป็นสิริมงคลได้ดังนี้
คาถาบูชาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ตั้งนะโม 3 จบ แล้วสวด
"อิติจิตตัง เอหิ เทวะตาหิ จะมหาเตโช นะระปูชิโต โสระโส ปัจจะยา ทิปปะติ นะเรโส จะ มหาราชา เมตตา จะ กะโรยังมหาลาภัง จะทาโสถี ภะวันตุเม"
คาถาบูชาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (เพื่ออัญเชิญดวงพระวิญญาณปราบศัตรู)
ตั้งนะโม 3 จบ แล้วสวด
"โอม สิโน ราชาเทวะ ชะยะตุ ภะวัง สัพพะศัตรู วินาสสันติ" (3 จบ)
พรจากกษัตริย์นักรบ เคล็ดลับเสริมกำลังใจที่คนไทยนำไปปรับใช้ได้
ความเชื่อและศรัทธานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสนามแข่งขัน แต่คนไทยทั่วไปและคนรุ่นใหม่สามารถนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่ว่าจะเป็นการสอบ การทำธุรกิจ หรือการฝ่าฟันอุปสรรคในที่ทำงาน การมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่พึ่งทางใจ ช่วยลดความวิตกกังวลและเพิ่มพลังบวก