เปิดความเชื่อเดือนปล่อยผี เทียบ 5 ข้อห้ามโบราณไทย-จีน วัฒนธรรมไหนแรงและหลอนกว่ากัน? เจาะลึกที่มาความเชื่อที่คนรุ่นใหม่ควรรู้ เพื่อความสบายใจและไม่ลบหลู่
เปิดประตูความเชื่อ เป็น "เดือนปล่อยผี"
เมื่อปฏิทินก้าวเข้าสู่เดือน 7 ตามคติจีน หรือเทศกาล วันสารทจีน และเดือน 10 ตามคติไทย ในช่วงประเพณี สารทเดือนสิบ ทั้งสองวัฒนธรรมมีความเชื่อร่วมกันว่าเป็น "เดือนปล่อยผี" ช่วงเวลาที่ประตูนรกเปิดให้ดวงวิญญาณกลับมาเยือนโลกมนุษย์ ความเชื่อที่สืบทอดมานี้ได้สร้างบรรทัดฐานและข้อห้ามต่างๆ เพื่อให้ผู้คนใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง
5 ข้อห้ามเดือนผี ไทย VS จีน
1. การส่งเสียงในยามวิกาล
- ความเชื่อจีน ห้ามผิวปากหรือร้องเพลงตอนกลางคืน เพราะเชื่อว่าเป็นการเรียกวิญญาณเร่ร่อน
- ความเชื่อไทย ห้ามขานรับเสียงเรียกชื่อกลางดึกหากไม่แน่ใจว่าใครเรียก เพราะอาจเป็นการเชิญวิญญาณเข้าบ้าน
2. ข้อควรระวังเรื่องการกิน
- ความเชื่อจีน ห้ามปักตะเกียบตั้งฉากในชามข้าว เพราะคล้ายการปักธูปไหว้ศพ วิญญาณอาจคิดว่าเรียกให้มากินด้วย
- ความเชื่อไทย ห้ามเคาะจานข้าวเวลาทานอาหาร เพราะถือเป็นการเรียกสัมภเวสีมาร่วมวง
3. การซักและตากผ้าตอนกลางคืน
- ความเชื่อจีนและไทย มีความเชื่อคล้ายกันว่า วิญญาณที่หนาวเหน็บอาจมาแฝงตัวหรือลองสวมเสื้อผ้าที่ตากทิ้งไว้ข้ามคืน
4. การเล่นน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ
- ความเชื่อจีน ห้ามว่ายน้ำในเดือนผีเด็ดขาด เชื่อว่า "ผีพรายน้ำ" จะมาดึงขาเพื่อหาตัวตายตัวแทน
- ความเชื่อไทย โบราณเตือนไม่ให้ลงเล่นน้ำในคลองช่วงค่ำมืด เพราะเสี่ยงต่ออันตรายและวิญญาณร้าย
5. การเก็บของตกหล่นบนพื้น
- ความเชื่อจีน ห้ามเก็บเหรียญหรือสิ่งของบนถนน เพราะอาจเป็นเงินปากผีหรือของเซ่นไหว้
- ความเชื่อไทย ห้ามเก็บของแปลกหน้าเข้าบ้าน เพราะอาจเป็นของที่มีอาคมหรือมีวิญญาณตามมา
แม้ข้อห้ามของจีนจะดูมีข้อจำกัดที่เคร่งครัดและผูกโยงกับช่วงเวลาเทศกาลอย่างชัดเจน แต่ข้อห้ามของไทยก็มีความหลอนและแฝงอยู่ในชีวิตประจำวันมากกว่า อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากนักคติชนวิทยาระบุว่า ข้อห้ามเหล่านี้คือ "กุศโลบาย" ของคนโบราณที่ต้องการเตือนให้ระมัดระวังอุบัติเหตุในยุคที่ยังไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างนั่นเอง