เปิดความเชื่อโบราณ พิธีบวงสรวงแม่ย่านางและพระภูมิเจ้าที่ก่อนอัญเชิญเรือพระราชพิธีลงน้ำ เจาะลึกพิธีผูกผ้าสี เจิมเรือ และอาราธนาเทพ 4 ทิศ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
เปิดความเชื่อ พิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือพระราชพิธี ขอพรเทพ 4 ทิศ เสริมมงคล
การจัดเตรียมความพร้อมสำหรับ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค นอกเหนือจากการซ่อมบำรุงเรือแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ตามคติความเชื่อโบราณคือ "พิธีบวงสรวง" เพื่อความเป็นสิริมงคล
บวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ อาราธนาท้าวจตุมหาราชทั้ง 4 ทิศ
การบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่เป็นพิธีกรรมเพื่อแสดงการยอมรับนับถือ และให้การคารวะบูชาต่อพระภูมิเจ้าที่ที่ปกปักรักษาและคุ้มครองสถานที่นั้นๆ
สิ่งที่น่าสนใจในมุมมองของความเชื่อคือ การประกอบพิธีจะมีการสวดอาราธนาบารมีพระพุทธานุภาพ พระธรรมานุภาพ พระสังฆานุภาพ ตลอดจนเทพพรหมเทวา รวมถึงมีการอัญเชิญ "ท้าวจตุมหาราช" ผู้เป็นใหญ่ในทั่วทิศทั้ง ๔ ให้ลงมาประทับ ณ สถานประกอบพิธี เพื่อเพิ่มความขลังและศักดิ์สิทธิ์
เปิดความเชื่อ "แม่ย่านาง" และพิธีมงคลผูกผ้าสี-เจิมเรือ
คนไทยมีความเชื่อสืบต่อกันมาแต่โบราณว่า เรือทุกลำมี "แม่ย่านางเรือ" สิงสถิตอยู่ เพื่อคอยปกปักรักษาและคุ้มครองป้องกันอันตรายทั้งปวง ก่อนออกเรือหรือนำเรือไปใช้งาน จึงมักต้องกระทำพิธีบูชาแม่ย่านางเรือก่อน เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลประจำเรือ
ในขั้นตอนของการเซ่นไหว้และบวงสรวงแม่ย่านาง ผู้บัญชาการทหารเรือได้ประกอบพิธีมงคลที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย ได้แก่
- การเจิมเรือและปิดทอง เพื่อความเป็นสิริมงคลสูงสุดแก่เรือพระที่นั่ง
- การผูกผ้าสีและคล้องพวงมาลัย ถือเป็นการถวายเครื่องสักการะและเครื่องประดับแด่แม่ย่านางเรือ
- การโปรยข้าวตอกดอกไม้ สัญลักษณ์ของการบวงสรวงบูชาแม่ย่านางเรือ
- การรำบวงสรวง มีการแสดงระบำกฤดาอวยพร โดยกรมศิลปากร เพื่อถวายความเคารพอย่างสมเกียรติ
อย่างไรก็ตามพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระราชพิธี เป็นการผสานความเชื่อทางศาสนาและการเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามคติโบราณ ทั้งการอาราธนาท้าวจตุมหาราชทั้ง 4 ทิศ และการประกอบพิธีเจิมเรือ ผูกผ้าสี เพื่อเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพล ก่อนเริ่มภารกิจสำคัญในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค