พระไพรีพินาศช่วยเรื่องหลักคือ การขจัดศัตรูและภัยอันตรายทั้งปวง ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น ช่วยป้องกันผู้คิดร้าย ผู้ไม่หวังดี และเสริมดวงด้านความสำเร็จ โชคลาภ ความสงบสุข และเมตตามหานิยม โดยผู้บูชาเชื่อว่าจะช่วยให้คนร้ายพินาศไปเองด้วยกรรมชั่วของเขา และทำให้ตนเองปลอดภัยและมีสติ

พระไพรีพินาศเป็นพระพุทธรูปที่มีความสำคัญมากที่สุดองค์หนึ่ง ในประวัติศาสตร์ชาติไทยด้วยเหตุที่มีความเกี่ยวพันกับองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและเหตุการณ์สำคัญในขณะทรงผนวช เมื่อต้องทรงเผชิญกับผู้แสดงตนเป็นอริไพรีกับพระองค์

พระไพรีพินาศเป็นพระพุทธรูปหินศิลาขนาดหน้าตัก 1 คืบ 4 นิ้ว ความสูงตลอดพระรัศมี 1 ศอก ประทับนั่งปางประธานพร พุทธลักษณะคล้ายกับปางมารวิชัย แต่หงายพระหัตถ์ขวาขึ้น ประทับเหนือฐานบัวบัลลังก์สองชั้นแบบบัวคว่ำบัวหงายครับ


...


ศิลปกรรมคล้ายกับพระพุทธรูปแบบชวาซึ่งได้รับอิทธิพลศิลปะอินเดียแบบปาละ พระพักตร์ค่อนข้างกลม, พระนลาฏใหญ่, พระขนงโก่ง, พระเนตรเหลือบต่ำ, พระนาสิกโด่ง, พระโอษฐ์อมยิ้มน้อยๆ, พระกรรณยาวจรดพระอังสา, พระเศียรมีขนวดพระเกศาเป็นก้นหอย, มีเปลวรัศมีอยู่ด้านบนและมีประภามณฑลอยู่ด้านหลัง, พระวรกายอวบล้ำสัน, เส้นพระสังฆาฏิมีขนาดสั้นพาดอยู่บนพระอังสาซ้ายครับ โดยรูปลักษณ์ประติมากรรมทำให้แปลความหมายได้ว่า“พระไพรีพินาศเป็นองค์จำลองของพระธยานิพุทธเจ้า”ซึ่งประจำอยู่ทิศใต้ตามความเชื่อในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ประวัติของพระพุทธรูปองค์นี้ มีผู้นำมาถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในขณะทรงผนวชที่วัดบวรฯ

เมื่อปีพ.ศ. 2391 ซึ่งประจวบกับระหว่างนั้นหม่อมไกรสรได้แสดงเจตนาเป็นอริกับพระองค์ทั้งที่ทรงอยู่ในสมณะเพศ แต่แล้วหม่อมไกรสรก็มีอันเป็นไปแพ้ภัยตนเองเหมือนสิ้นเสี้ยนหนามศัตรู จึงโปรดให้ตั้งพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่าพระไพรีพินาศครับ

และต่อมาในปีฉลูพ.ศ. 2396 ซึ่งเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศล“ผ่องพ้นไพรี”ดังความในประกาศพระราชพิธิจร จะเป็นด้วยอภินิหารความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปองค์นั้นหรือเป็นนิมิตหมายอันดีก็ตาม หลังจากนั้นไม่นานพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดฯให้เอาผิดหม่อมไกรสรในข้อหาพยายามซ่องสุมพรรคพวกเพื่อก่อกบฏและให้สำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ตามราชประเพณีประหารชีวิตเจ้านายเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2394

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสมือนหนึ่ง พระพุทธรูปองค์นั้นแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ช่วยให้พระองค์รอดพ้นภัยจากไพรีที่มุ่งร้าย พระองค์จึงทรงสถาปนาพระนามพระพุทธรูปว่า“พระไพรีพินาศ”และได้ทรงจารึกพระราชหัตถ์ไว้ใต้ฐานพระ ปัจจุบันพระไพรีพินาศประดิษฐานอยู่ภายในวัดบวรนิเวศวิหารหรือในซุ้มปรางค์บนทักษิณชั้นสองของพระเจดีย์ใหญ่ ในปีพ.ศ. 2507 ได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ซุ้มปรางค์โดยใส่เหล็กที่ช่องหน้าต่างปิดโมเสคที่ฝาผนัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จปิดทองพระไพรีพินาศเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2508

พ.ศ. 2488 สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ วัดบวรนิเวศทรงได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชเจ้าสกลมหาสังฆปริณายก ครั้นถึงปีพ.ศ. 2495 สมเด็จพระสังฆราชมีพระชนมายุครบ 80 พรรษาบริบูรณ์ในเดือนพฤศจิกายน, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวาย



และเมื่อฉลองพระชนมายุผ่านไปแล้วได้มีการประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธรูปปฏิมาเพื่อเป็นฑีฆายุมหามงคลแด่สมเด็จพระสังฆราชเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2496 มีขนาดหน้าตักประมาณ 3 คืบ นำขึ้นประดิษฐานที่มุกตะวันออกพระวิหารเก๋ง และในโอกาสอันสำคัญมหาฤกษ์นี้ ได้จัดสร้างพระบูชาและพระเครื่องชุดไพรีพินาศ ประกอบด้วย 

...

1. พระบูชาไพรีพินาศ 

2. พระกริ่งไพรีพินาศ พิมพ์บัวเหลี่ยม

3. พระกริ่งไพรีพินาศ พิมพ์บัวแหลม

4. พระชัยวัฒน์ไพรีพินาศ 

5. เหรียญพระไพรีพินาศ 

6. หม้อน้ำมนต์ 

วัตถุมงคลชุดไพรีพินาศที่ได้จัดสร้างในครั้งนั้น พระชุดไพรีพินาศยังเป็นองค์จำลองของพระพุทธรูปที่เปี่ยมด้วยพุทธบารมีอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพสักการะขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะคำ “พระไพรีพินาศ” ปัจจุบันเป็นที่นิยมบูชาของผู้สนใจในพระเครื่องเป็นอย่างสูง ผู้สร้างเป็นถึงสมเด็จพระสังฆราชผู้เป็นประมุขแห่งสงฆ์ และนอกเหนือจากความเป็นพระเครื่องที่สร้างในโอกาสมงคลอันสำคัญ บริบูรณ์ด้วยพิธีกรรมและพิธีพุทธาภิเษกแล้ว เชื่อกันว่าผู้ที่ได้บูชาจะเปี่ยมด้วยสิริมงคล ชีวิตร่มเย็นผาสุก รอดพ้นพิบัติภัย เอาชนะอุปสรรคได้นานาประการ ตลอดจนหมู่อริศัตรูผู้คิดร้าย ก็จะพินาศแพ้ภัย ไม่สามารถทำอะไรผู้บูชาพระไพรีพินาศได้เลยครับ


พุทธคุณหลัก

* ป้องกันภัย: ขจัดศัตรู, ป้องกันผู้คิดร้าย, ปกป้องคุ้มภัยจากสิ่งไม่ดีทั้งปวง. 

* เสริมดวง: เมตตามหานิยม, ความสำเร็จ, โชคลาภ, ความเจริญรุ่งเรือง. 

* ความสงบ: ช่วยให้จิตใจสงบ มั่นคง และมีสติ.

...