“ความสำเร็จไม่ได้วัดที่ของไหว้ราคาแพง แต่อยู่ที่ วิธีการไหว้ให้ถูกหลัก” วันนี้จะพาทุกคนไปเสริมสิริมงคลกันที่ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ หัวหน้าพราหมณ์หลวงคนปัจจุบัน สังกัดกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง เผยเคล็ดลับการบวงสรวงแบบเจาะลึก เทคนิคมูแต่ละจุด อะไรต้องทำเพื่อเสริมดวงสุดปังรับปี 2569
ประวัติศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร
“ศาลหลักเมือง” สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1) หลังทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธียกเสาหลักเมืองขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 ซึ่งเสาหลักเมืองทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ โดยมีไม้แก่นจันทน์ประกับนอก ยอดเสามีลักษณะเป็นรูปบัวตูม
ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ได้โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเสาหลักเมืองต้นใหม่ เนื่องจากต้นเดิมชำรุดทรุดโทรม โดยใช้เสาไม้สักเป็นแกนอยู่ด้านใน ทำยอดเม็ดทรงมัณฑ์ และประกับด้วยไม้ชัยพฤกษ์ เพื่อเสริมความรุ่งเรืองให้เป็นที่สถิตแห่งองค์พระหลักเมือง
...
หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เสด็จพระราชดำเนิน ณ ศาลหลักเมือง ในพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบรอบ 200 ปี ใน พ.ศ. 2525 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ศาลหลักเมืองให้สวยงามสมบูรณ์
ปัจจุบันบริเวณศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร ยังมีการสร้างศาลเทพารักษ์ล้อมรอบ เพื่อให้เป็นที่สถิตของทั้ง 5 เทพรักษ์ ที่เชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองบ้านเมือง ได้แก่ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าเจตคุปต์ และเจ้าหอกลอง และอาคารหอพระพุทธรูป
สถานที่ตั้ง ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร
ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บริเวณมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของท้องสนามหลวง ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ใกล้ๆ กับกระทรวงกลาโหม เป็นศาลที่สร้างขึ้น พร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ (กรุงเทพมหานครในปัจจุบัน) เป็นราชธานีในสมัยรัชกาลที่ 1 ในวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2325 โดยศาลหลักเมืองได้ประกอบพิธีตามธรรมเนียมของพราหมณ์ ซึ่งเชื่อว่าก่อนที่จะสร้างเมือง จะต้องทำพิธียกเสาหลักเมืองไว้ในที่อันเป็นชัยภูมิสำคัญ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองที่จะสร้างขึ้น แต่เดิมเสาหลักเมืองใช้เป็นเสาไม้ชัยพฤกษ์ มีไม้แก่นจันทน์ประกับนอก ยอดเสารูปบัวตูม
สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร มีเสาหลักเมือง 2 เสา ด้วยกัน เนื่องมาจากเสาเดิมมีการชำรุดลงอย่างมาก ทำให้ในสมัยรัชกาลที่ 4 จึงโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเสาหลักเมืองต้นใหม่แทนต้นเดิมที่ชำรุดไป เสาหลักเมืองใหม่นี้ทำมาจากไม้สัก เป็นแกนอยู่ภายในประกับด้วยไม้ชัยพฤกษ์ยอดเม็ดทรงมัณฑ์ และผูกดวงชาตาพระนครขึ้นใหม่ เพื่อให้ประเทศชาติและประชาชนชาวไทยทั้งหลาย ประสบความเจริญรุ่งเรืองถาวรยิ่งขึ้นนั่นเอง
วิธีไหว้ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ครบทั้ง 5 จุด มีอะไรบ้าง
ก่อนอื่นมาซื้อเครื่องสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ประกอบด้วย ดอกไม้ ธูป เทียน ทองคำเปลว ผ้าแพรสามสี น้ำมันตะเกียง โดยจะมี จุดไหว้ ทั้งหมด 5 ที่ด้วยกัน
จุดที่ 1 หอพระพุทธรูป สักการะพระพุทธรูปในหอนี้ ด้วยดอกบัว 1 ดอก
...
จุดที่ 2 ไหว้องค์พระหลักเมืองจำลอง วางธูปและเทียนโดยไม่ต้องจุด กล่าวคำบูชาและปิดทองคำเปลว กับองค์พระที่นับถือ และเดินออกมาผูกผ้าแพรสามสีที่องค์พระหลักเมืองจำลอง ผูกพร้อมกันทั้ง 3 ผืนห้ามแยกผ้าออกจากกัน
จุดที่ 3 ไหว้องค์พระหลักเมืององค์จริง กราบสักการะบูชาและถวายพวงมาลัย
จุดที่ 4 หอเทพารักษ์ทั้ง 5 ไหว้เทพารักษ์ผู้คุ้มครองบ้านเมือง 5 องค์ ได้แก่ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าเจตคุปต์ และเจ้าหอกลอง จะถวายพวงมาลัยที่ซื้อมาเพิ่มเติมจากตอนแรกก็ได้ ขึ้นอยู่กับความศรัทธา
จุดที่ 5 เติมน้ำมันตะเกียงประจำวันเกิด เลือกพระประจำวันเกิดเทน้ำมันตะเกียงลงไป เพื่อเสริมดวงชะตา
ก่อนกลับ แวะยกพระเสี่ยงทายที่หอพระพุทธรูป เป็นการขอพรและทำนายดวง ใครสะดวกไปเติมความปัง ที่ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร โดยเปิดทุกวันเวลา 06.30-18.30 น.
...