ปฐมบทพุทธศิลป์มนต์ขลังแห่งโลก วัตถุมงคลเนื้อดินอันศักดิ์สิทธิ์ แห่งดินแดนสยาม...
ตำนานของผู้สร้างพระวิสุทธิกษัตรีย์ หรือ พระบรมเทวี (พระนามเดิม พระสวัสดิราชธิดา) เป็นพระอัครมเหสีในสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยา เป็นพระราชธิดาในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิและพระสุริโยทัย และเป็นพระราชมารดาในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช, สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระสุพรรณกัลยา เป็นสตรีที่สำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ไทยยุคกรุงศรีอยุธยาตอนต้น
พระนางพญา กรุวัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก
ซึ่งเป็นหนึ่งในพระชุดเบญจภาคี พุทธคุณของพระนางพญา เด่นด้านเมตตา เปี่ยมพร้อมด้านแคล้วคลาดและมหาอุดอีกด้วย พุทธคุณของพระนางพญาเป็นที่ประจักษ์มานาน
พระนางพญาเป็นพระศิลปะสุโขทัย อายุการสร้างประมาณ 400 ปี เป็นพระพุทธปางมารวิชัย ไม่มีฐาน ไม่มีซุ้ม ขอบตัดเป็นรูปสามเหลี่ยมชิดกับองค์พระประธาน หลังเรียบเป็นส่วนใหญ่ จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ของผิวหลังที่เรียบและมีส่วนผสมของกรวดที่ฝังอยู่ในเนื้อดิน ด้วยอายุยาวของพระนานกว่า 400 ปี เกิดการหดตัวของดินตามธรรมชาติ ทำให้เห็นดินที่หุ้มอยู่บนกรวดหดตัวลงด้วยเรียกว่าเม็ดผด และสีขององค์พระมี 4 สีคือ ดำ แดง เหลือง และเขียว ซึ่งเกิดจากดินที่ถูกเผาและได้รับความร้อนต่างกันในขณะวางเผาอยู่ในเตา อันเป็นที่มาของขนาดองค์พระด้วย ถ้าโดนความร้อนมากย่อมหดตัวมากที่สุดและขนาดจะเล็กที่สุดซึ่งก็คือสีเขียว
...
นางพญา กรุวัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก มีทั้งหมด 7 พิมพ์มาตรฐานที่วงการยอมรับดังนี้
1. นางพญา พิมพ์เข่าโค้ง (ถือเป็นพิมพ์ใหญ่และนิยมที่สุด)
2. นางพญา พิมพ์เข่าตรง (ถือเป็นพิมพ์ใหญ่ แบ่งเป็น 2 แม่พิมพ์คือ พิมพ์เข่าตรงธรรมดา และพิมพ์เข่าตรงมือตกเข่า)
3.นางพญา พิมพ์อกนูนใหญ่ (ถือเป็นพิมพ์ใหญ่)
4.นางพญา พิมพ์สังฆาฏิ (ถือเป็นพิมพ์กลาง)
5.นางพญา พิมพ์อกนูนเล็ก (ถือเป็นพิมพ์เล็ก)
6.นางพญา พิมพ์เทวดา หรือพิมพ์อกแฟบ (ถือเป็นพิมพ์เล็ก)
วัดนางพญา ตั้งอยู่ตรงข้ามกับ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ(วัดที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช) สันนิษฐานว่า พระวิสุทธิกษัตรีย์ พระมเหสีของพระมหาธรรมราชา และพระราชมารดาใน สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงสร้างพระนางพญาขึ้น ในคราวบูรณะปฏิสังขรณ์ วัดราชบูรณะ ราวปี พ.ศ. 2090 - 2100 ขณะนั้นพิษณุโลกเป็นเมืองลูกหลวง และ พระวิสุทธิกษัตรีย์ ดำรงพระอิสริยยศเป็น แม่เมืองสองแคว และพระมหาธรรมราชา ทรงพระอิสริยยศที่ พระอุปราชแห่งกรุงศรีอยุธยา
พระนางพญาแตกกรุจากการที่พระเจดีย์ซึ่งบรรจุพระนางพญาภายในวัดได้เกิดพังทลายลงมา พระได้กระจัดกระจายเกลื่อนไปทั่วบริเวณวัด และเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสหัวเมืองพิษณุโลกเมื่อปี พ.ศ.2444 เพื่อทอดพระเนตรการหล่อพระพุทธชินราชจำลอง และทรงเสด็จไปที่วัดนางพญาด้วย และทางวัดนางพญาได้ทูลเกล้าถวาย พระนางพญาให้กับพระองค์ท่าน และพระองค์ทรงแจกจ่ายพระนางพญาให้กับข้าราชบริพารและผู้ติดตามเสด็จทุกคน และยังมีพระเหลือจากการแจกจ่ายในครั้งนั้น ซึ่งพระองค์ทรงนำกลับมาที่พระนคร ได้บรรจุกรุไว้ที่วัดสังกัจจายน์และวัดปราสาทบุญญาวาสอีกด้วย (มีการค้นพบพระนางพญาพิษณุโลกที่วัดทั้ง 2 แห่งนี้ในกรุงเทพ หลักฐานตรงกับบันทึกการเสด็จประพาสของ รัชกาลที่ 5)