เรื่องของวิชากำบังตน หรือ คาถาหายตัว เป็นหนึ่งในศาสตร์ความลี้ลับที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในตำนานชายชาตรี พ่อค้าวานิช หรือเหล่านักรบสมัยก่อนนิยมใช้
horoscope พาทำความรู้จัก คาถาหายตัว กำบังตน คาถาศักดิ์สิทธิ์ที่เคยได้รับความนิยม ของหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม คาถานี้ในสมัยนั้นเหมาะกับใคร และใครควรท่องใช้เมื่อใด ไปดูกัน
คาถา วิธีใช้ และตำนานความเชื่อ
ย้อนตำนาน "คาถากำบังตน" วิชานะจังงัง อำพรางกายให้พ้นภัย
ในสมัยโบราณที่บ้านเมืองยังเต็มไปด้วยอันตราย ทั้งจากสัตว์ร้าย โจรผู้ร้าย หรือในยามสงคราม วิชากำบังตน ถือเป็นสุดยอดวิชาที่ชายชาตรีปรารถนาจะมีไว้ครอบครอง ไม่ใช่เพื่อการล่องหนหายตัวแบบในภาพยนตร์ แต่เป็นการ พรางตา หรือทำให้ศัตรูมองเห็นเป็นอย่างอื่น หรือมองไม่เห็นเราในชั่วขณะหนึ่ง
คาถากำบังหายตัว (หลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร)
หนึ่งในคาถาที่ได้รับการยอมรับว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และนิยมใช้กันมาก คือสายของหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม
(ตั้งนะโม 3 จบ)
อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ
จากนั้นท่อง ว่า "นะกะระ กะระนะ" (3 จบ)
ท่องตอนไหน และท่องเพื่ออะไร?
ส่วนใหญ่จะใช้สมาธิเป็นตัวกำหนด โดยท่องในสถานการณ์
1. ยามคับขัน เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู หรือต้องเดินผ่านที่อันตรายแล้วไม่อยากให้ใครสังเกตเห็น
2. ก่อนออกจากบ้าน เพื่อเป็นการ "เปิดดวงกำบัง" ให้แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุหรือสิ่งชั่วร้าย
3. ขณะทำสมาธิ เพื่อฝึกจิตให้สงบนิ่ง จนเกิดพลังงานอำพรางกาย
...
แต่หลักๆเพื่อประโยชน์ของตัวผู้สวด อาทิ
- แคล้วคลาด ให้รอดพ้นจากสายตาผู้ที่คิดร้าย
- เมตตามหานิยม บางครั้งใช้เพื่อให้คนมองข้ามความโกรธแค้น (มองไม่เห็นความผิด)
- ป้องกันตัว ใช้หลบหลีกสัตว์ร้ายในป่า หรืออันตรายจากศาสตราวุธ
ส่วนใหญ่ใช้กับใคร?
- ทหาร ตำรวจ ในสมัยก่อนใช้ในการสอดแนมหรือออกรบ เพื่อไม่ให้ข้าศึกตรวจพบ
- คนเดินทาง พ่อค้าที่ต้องรอนแรมผ่านป่าดงดิบ ป้องกันตัวจากโจรปล้น
- ผู้ที่ต้องการความปลอดภัย ในปัจจุบันมักใช้ท่องเวลาต้องไปในที่ที่รู้สึกไม่ปลอดภัย
เรื่องเล่าย้อนตำนาน การหายตัวของ “ขุนพันธ์”
หากพูดถึงการหายตัว จะไม่พูดถึง ขุนพันธรักษ์ราชเดช ไม่ได้ มีตำนานเล่าว่าท่านได้รับวิชาจากสายเขาอ้อ ในยามที่ต้องเข้าจับกุมเสือร้ายหลายครั้ง ท่านมักจะใช้วิชาสะกดและกำบังกาย เดินผ่านลูกน้องของเสือร้ายเข้าไปถึงตัวหัวหน้าได้โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น หรือแม้แต่การยิงปืนที่ "ยิงไม่ออก" เพราะอำนาจบารมีของคาถากำบังที่ทำให้พิกัดเป้าหมายผิดเพี้ยนไป
ข้อควรระวัง : ครูบาอาจารย์มักสอนว่า คาถาจะสัมฤทธิ์ผลได้ ใจต้องนิ่งเป็นสมาธิ และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องไม่นำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การลักขโมย หรือการทำผิดศีลธรรม มิฉะนั้นวิชาจะเสื่อมถอยและเข้าตัวได้
อย่างไรก็ตามคาถานี้จะได้ผลดีที่สุดเมื่อเรา ไม่ได้มีเจตนาร้าย หรือไม่ได้ทำความผิดที่เบียดเบียนผู้อื่นอย่างรุนแรง พลังมหาเสน่ห์และกำบังจะช่วย "ผ่อนหนักเป็นเบา" ให้คนเอ็นดูและให้อภัยได้ง่ายขึ้น