ใครที่กำลังมองหาเครื่องรางเสริมดวง ที่มาคู่กับความสวยงาม แมน การิน นักแสดงผู้เชี่ยวชาญด้านเลขศาสตร์และการดูดวงมาแนะนำเครื่องรางที่พกไว้มีแต่รุ่ง
สิ่งที่พกไว้เพื่อเสริมดวงและสวยงามนั่นก็คือ “หยก” คนจีนเชื่อกันว่าหยกเป็นอัญมณีที่สามารถสื่อถึงสวรรค์ได้ เป็นอัญมณีที่ศักดิ์สิทธิ์สามารถเสริมสิริมงคล และความรุ่งเรืองของชีวิตคุณได้ เวลาที่เราสัมผัสกับหยกเราจะรู้สึกว่าเย็นสบาย หยกเป็นตัวหนึ่งที่สามารถล้างพลังงานชี่ (QI) ที่อยู่ในร่างกายให้เป็นปกติได้
โดยหากใครอยากนำหยกไปตกแต่งบ้านก็สามารถทำได้ แต่ไม่ควรวางไว้ที่ทิศเหนือกับทิศใต้ เพราะเป็นตำแหน่งของธาตุน้ำและธาตุไฟ และนอกจากนี้สีของหยกยังมีความเกี่ยวข้องกับคนแต่ละวันอีกด้วย
เครื่องรางคนเกิดวันอาทิตย์
คนเกิดวันอาทิตย์เป็นคนธาตุไฟ เหมาะกับหยก สีแดง สีขาว สีเขียว และสีม่วง สีเหล่านี้สามารถเสริมในเรื่องของความร่ำรวย ความมั่งคั่ง และความอุดมสมบูรณ์ให้กับคุณได้เป็นอย่างดี
เครื่องรางคนเกิดวันจันทร์
คนเกิดวันจันทร์เป็นคนธาตุดิน ถือว่าเป็นคนที่มีความโชคดี และสามารถใส่หยกได้เกือบทุกสี การใช้หยกเสริมดวง จะช่วยเสริมในเรื่องของอำนาจบารมีและวาสนาให้กับคนเกิดในวันนี้
เครื่องรางคนเกิดวันอังคาร
เหมาะกับสีเขียวสีดำและสีน้ำผึ้ง ช่วยเสริมในเรื่องของอายุยืนยาวและช่วยเสริมดวงให้สุขภาพแข็งแรง รวมถึงดึงดูดพลังงานที่ดีดเข้าหาตัวคุณได้
เครื่องรางคนเกิดวันพุธกลางวัน
ให้ใส่สี สีม่วง สีเขียว สีขาว ช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับคนรอบข้าง
เครื่องรางคนเกิดวันพุธกลางคืน
สามารถใส่หยกได้ทุกสี จะช่วยเสริมคุณในด้านการงานความขยันและความอดทน
...
เครื่องรางคนเกิดวันพฤหัสบดี
เหมาะกับหยกสีเขียว สีน้ำผึ้ง และสีดำ 3 สีนี้ช่วยเสริมให้ผู้ใหญ่เมตตาช่วยเหลือค้ำชู
เครื่องรางคนเกิดวันศุกร์
สามารถใส่ได้เกือบทุกสี สามารถเสริมในเรื่องของการเงินและความร่ำรวย
เครื่องรางคนเกิดวันเสาร์
คนเกิดวันเสาร์สามารถใส่ได้ 5 สี สีดำ สีม่วง สีขาว สีน้ำผึ้ง และสีแดง สามารถใส่ได้ช่วยเสริมเรื่องสุขภาพอายุยืนยาว แต่คนเกิดวันเสาร์ห้ามพลาดเอาหยกสีเขียวมาใช้ เพราะสีเขียวส่งผลไม่ดีกับคนเกิดวันเสาร์
ผมเชื่อว่าหลายๆ คนสงสัยว่า คนเกิดบางวันทำไมใส่ได้ทุกสี จริงๆ แล้วนะครับตามธรรมชาติ ของสีของหยก จะเป็นสีที่ค่อนข้างไม่ได้ฉูดฉาดมาก ก็สามารถเลือกใส่ได้ และสีของหยกเองนะครับก็สามารถส่งเสริมให้คนเกิดแต่ละวัน ได้เรื่องราวตามที่ผมพูดไปทั้งหมดนี้ ลองไปหาใส่กันดูนะครับ
ผู้เขียน : แมน การิน