"เหตุผลที่หลวงพี่ไปบวชที่ศรีลังกาคือไปสร้างวัด ไปพัฒนา ไปเพื่อให้ที่นั่นมีความเปลี่ยนแปลง" ภิกษุณีสุทัสสนา หรือภิกษุณีปลาย พรายกระซิบ เปิดเผยชีวิตที่กำลังบวชเป็นภิกษุณีอยู่ในวัดศรีลังกาว่าในแต่ละวันต้องทำอะไรบ้าง ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา
"กิจวัตรก็เหมือนพระสงฆ์ทั่วไป ตื่นเช้ามาทำวัตร กวาดวัด และสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือทำอาหารฉันกันเอง เนื่องจากโยมที่นั่นไม่มีเงิน ไม่สามารถบิณฑบาตได้ เราเป็นวัดที่ต้องให้ บางทีโยมแถวนั้นก็มีมาขออาหารด้วย เราเหมือนเป็นโรงทานกลายๆ เราฉันเช้าและเพล ปฏิบัติกิจส่วนตัว สวดมนต์ และทำความสะอาดอีกรอบหนึ่ง เพราะที่นั่นฝุ่นเยอะ พอตกเย็นไฟดับ เราก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ไฟดับวันหนึ่ง 3 รอบ รอบละ 3 ชั่วโมงได้
อาหารการกินส่วนมากเราต้องซื้อเอง ต้องอุปัฏฐาก เรียกสามล้อไปตลาด หรือพวกมันพวกเผือกก็ปลูกกันเอง ขุดกันเองมาทำอาหาร เป็นภิกษุณีก็ต้องไปซื้อของมาทำอาหารเอง ไม่ได้สบาย มีโยมมาถวาย เวลาโยมมาถวายก็จะเป็นพวกกระเทียม ผักชี ซึ่งไม่พอกับการใช้ชีวิต และที่วัดไม่มีฆราวาส มีน้องหมาเป็นการ์ด
คิดนะว่าท่านยมฯ ตั้งใจส่งเราไปลำบาก จริงๆ หลวงพี่จะบอกว่า การเปลี่ยนดวงเราเปลี่ยนได้นะ
ถ้าเรารู้ว่าช่วงชีวิตนึงจะมีวิบากกรรมมาหนัก ท่านยมฯ สอนเสมออย่ารอวิบากกรรม
ให้เราไปสรรหาวิบากกรรมที่มันจะเกิดประโยชน์ให้กับตัวเราแทน มันจะชดเชยกันได้"
ดังนั้นพิธีกรจึงถามว่า กรรมที่เราเคยก่อ หรือกรรมจากอดีตชาติ เราสามารถแก้กรรมได้หรือไม่?
"ด้วยการที่เราเข้าไปอยู่ในพระพุทธศาสนาแบบเต็มตัว ถือว่ามีบุญมากแล้วส่วนนึง แต่ก็ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัวด้วยเหมือนกัน"
...