คุยลึกมุมมองชีวิต กวาง ฐิติรัตน์ เฮงสกุล สาวไฮโซตระกูลดัง ผู้มีความเชื่อเรื่องบุญบาป สาวสวยผู้เชื่อในคำสอน และมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาแบบเต็มหัวใจ เธอบอกกับเราว่า เธอเห็นธรรม จากการที่เธอสูญเสียเสาหลักครอบครัว   

กวางจบคณะบริหารธุรกิจ สมัยเด็กชอบทำงานหาเงินเอง เพราะไม่ต้องการเดือดร้อนพ่อแม่ จำได้ว่าเคยเอาสมุดระบายสีไปซีร็อกซ์ที่บ้าน เพราะเห็นเครื่องอยู่ว่างๆ ในออฟฟิศ พอเสาร์-อาทิตย์ ให้พี่เลี้ยงไปซื้อน้ำแข็งเป็นกระสอบ เอามาขายน้ำตอนเที่ยง พอได้เงินเราก็เอาไปพับนกใส่ขวดโหลกลับมาให้ท่าน ในเทศกาลสำคัญๆ

กวางถึงรู้สึกว่าตัวเองเกิดมาสบาย พ่อแม่ทุ่มเทเลี้ยงมาดีขนาดนี้ พอคิดได้ เติบโตขึ้น เลยรู้สึกอยากแบ่งปันให้คนอื่นบ้าง

รู้ว่าตัวเองชอบในธรรมะ-พุทธศาสนา เมื่อไหร่?

กวางเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ทุกอย่างต้องพิสูจน์ ตรงกับหลักพระพุทธเจ้า ท่านไม่ได้สอนให้เชื่อ ท่านสอนให้เราปฏิบัติ จนเรารู้แจ้งเห็นจริงด้วยตัวของเราเอง ที่ผ่านมาเราอยากประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เราก็ทำมาแล้ว คบเพื่อนมากมาย พยายามเรียนรู้อะไรมากมาย เท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้ ใช้เวลาคุ้มมาก ใช้ชีวิตสุดโต่ง

แต่เมื่อเรารู้เราเห็นอะไรมาเยอะแยะเต็มไปหมด เราก็ค้นพบสัจธรรมว่า ไม่มีอะไรยั่งยืน ทุกอย่างคือสิ่งสมมติ มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปเสมอ เหมือนวันนี้เรามีชื่อเสียง วันหนึ่งก็จากเราไปได้ ผิวหนังเต่งตึง วันหนึ่งก็เหี่ยวย่นได้ ดีใจเดี๋ยวก็เสียใจ ความสุขมาพร้อมความทุกข์ก็ตามมา ไม่มีอะไรแน่นอน นี่แหละธรรมชาติ

ยกเว้นความดี บันทึกในดวงจิตจะไปกับเราเมื่อเราจากโลกนี้ไปแล้ว กวางเข้าใจธรรมชาตินั้น และเราจะพา บุญ ความดี และกุศล กวางเชื่อในความดี กวางเคยคิดจะบวชนะคะ แต่มันมีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นในชีวิต ทำให้เราไม่สามารถบวชได้ ปัจจัยหลักๆ คือ คุณพ่อเสียชีวิตโดยไม่ตั้งตัว กวางต้องกลับมาดูแลครอบครัว เป็นเสาหลัก ทำให้รู้ว่าช่วงเวลานั้นไม่ใช่เวลาของเรา เรามีหน้าที่ต้องสะสมความพร้อมและความดี หรือที่เรียกภาษาธรรมะว่าสร้างบุญบารมีก่อน อย่างเช่น การดูแลบุพการีที่เหลืออยู่ให้ดีเสียก่อน

ความเชื่อ โลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน 

กวางรู้สึกว่าชีวิตหนึ่งที่เกิดมาช่วยอะไรคนได้ ควรทำ อะไรให้ได้เราให้ แบ่งได้เราแบ่ง โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน แล้วจะยึดติดไว้ทำไม อะไรสละได้สละเถอะ หลักการของพระพุทธเจ้า ไม่เอาของเข้าตัว ให้สละออก ตัวจะเบา ใจจะสบาย

อาจมีช่วงแรกที่มีความรู้สึกว่าสูญเสีย พลัดพรากสิ่งที่เรารัก แต่สุดท้ายยังไงต้องพลัดพรากอยู่ดี เอาอะไรไปไม่ได้เลย คิดอย่างนี้ตลอด คิดว่าเงินทองหมดไปก็หาใหม่ได้ ไม่เคยรู้สึกว่าต้องเก็บๆ ไว้กับตัว เงินเยอะแต่ไม่ได้เอาออกไปสู่สังคม ไม่กระจายรายได้ เศรษฐกิจจะหมุนเวียนได้อย่างไร อีกอย่างหนึ่งนะคะ ถ้าเราสละ ชีวิตเราจะเบาอย่างเหลือเชื่อ

สมุนไพร ยา และเพื่อนทางธรรม

เรียกว่า ธรรมะจัดสรร บังเอิญเจอ คุณแนท ที่วัดธาตุทอง ซึ่งคุณแม่กวางเป็นมหาอุบาสิกา โยมอุปถัมภ์ที่นี่ แล้วยังไปเจอกันอีกในคอร์สวิปัสสนาทางซูม นั่งสมาธิ เดินจงกรมด้วยกัน แล้วคุณแนทสนิทกับคุณกากัน บังเอิญวันหนึ่งกวางพูดถึงเรื่องยา เพราะก่อนหน้านี้กวางเป็นสายวัดป่า มีหลวงปู่ที่กวางนับถือศรัทธา บอกสูตรยาดีกวางมา เนื่องจากเห็นว่าธุรกิจที่บ้านทำเกี่ยวกับสุขภาพ ท่านมีสูตรสมุนไพร ทำให้คนป่วยอยากทานอาหาร เลือดดีขึ้น พอพูดถึงเรื่องยา คุณแนทบอกว่ามีแบรนด์หนึ่งอินเดียขายดีมาก คุณแนทเลยปิ๊งไอเดียว่า กวางต้องคุยกับคุณกากันอะไรประมาณนี้

เชื่อมั่นพลังแห่งความดี 'ยิ่งให้ยิ่งได้'

การจะช่วยคนอื่นนั้นเราช่วยตัวเองให้ได้ก่อน เมื่อเราทำได้แล้ว เราไปช่วยเหลือสังคมกัน กวางยินดีต้อนรับทุกคน ใครอยากมาร่วมมือกัน เรามีโครงการหลากหลายที่จะเปิดโอกาส สามารถติดต่อผ่านชมรมฯ ได้ทุกเมื่อ เราสามคนพร้อมที่จะสนับสนุนไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง นี่เป็นโครงการแรก ถัดไปเราอยากช่วยเหลือให้มากขึ้น ทั้งผู้ป่วย คนชรา การซ่อมแซมวัด, โรงพยาบาล ฯลฯ มาร่วมกันทำได้ กวางเชื่อมั่นพลังแห่งความดีจะทำให้ชีวิตเราดี และการให้ออกไปแล้วไม่เคยหมด มีแต่มากขึ้น คิดว่ายิ่งให้ยิ่งได้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม เธอกล่าวตบท้าย งานที่ทำ กวางจะใช้หลักธรรม จริยธรรม มนุษยธรรม และการให้ควบคู่กัน กวางก็เชื่อว่าวันนี้ธรรมะจึงจัดสรรให้กวางได้มาพบกับมิตรสหายทางธรรมค่ะ.