กลายเป็นประเด็นที่คนให้ความสนใจอย่างมาก กับปมเงินบริจาค มูลนิธิองค์กรทำดี ของ บุ๋ม ปนัดดา ที่หลายคนโอนเงินบริจาคไปให้ เพื่อหวังว่า บุ๋ม จะเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่สุดท้ายกลายเป็นว่า เข้ากระเป๋าตัวเอง ทำให้ทุกคนที่ติดตามข่าวนี้ต่างสะเทือนใจ เพราะทุกคนตั้งใจร่วมกันทำบุญ เพื่อหวังจะให้เงินไปสู่ผู้ประสบภัยและช่วยเหลือคนอีกมากมาย 

ล่าสุดได้มีโอกาสสัมภาษณ์ “ปลา สุดจิตร์ สุดจิตต์” หรือ “ปลา ฟินาเล่” ดีไซเนอร์ชื่อดังแห่งแบรนด์ Finale Wedding Studio ที่สนิทกับ บุ๋ม ปนัดดา มานานกว่า 20 ปี ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า ที่ผ่านมา รัก บุ๋ม ปนัดดา เหมือนน้องสาวแท้ๆ ไม่เคยคิดในแง่ลบ ในช่วงแรกที่มีกระแสข่าว ยังเชื่อมั่นในตัวน้องสาวคนนี้ อีกทั้งยังเคยร่วมบริจาคเงินส่วนตัวเข้ามูลนิธิองค์กรทำดีรวมกว่า 5 แสนบาท ด้วยจิตศรัทธาที่บริสุทธิ์และหวังอยากทำความดี แต่เมื่อพยานหลักฐานและกระบวนการทางกฎหมายเด่นชัดขึ้น กลับทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนไป และความรู้สึกทั้งหมดพังทลายลงแบบไม่เหลือ

ความรู้สึกในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง หลังจากเกิดเรื่องราวทั้งหมดขึ้น?

"อย่างในไลน์ที่เกิดขึ้น คือน้องก็ไลน์มาบอก ตอนตี 5 กว่าๆ ไลน์มาบอกรัก ถ้าย้อนกลับไปวันที่เกิดเรื่องแรกๆ พี่เชื่อบุ๋ม ต้องบอกเลยว่าตอนแรกมั่นใจว่าน้องไม่ได้ทำแบบนั้น ดูกับสิ่งที่น้องทำมา เราก็ถามน้องมาโดยตลอด น้องก็บอกว่าไม่ได้ทำ อย่างวันนี้กับเรื่องราวที่มันเกิดขึ้น มันเศร้านะ แต่ในโลกใบนี้ กระบวนการกฎแห่งกรรมมันเกิดขึ้นจริงๆ คืออยากให้มันจบไปในรูปแบบของความยุติธรรม มองว่าใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น"

สำหรับความสัมพันธ์และการดูแลช่วยเหลือที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง?

"ถามว่าเราสนิทกันแค่ไหน คือต้องย้อนกลับไปว่า ฟินาเล่ เปิดมา 23 ปี เราไม่ได้ดูแล แค่ลูกค้าอย่างเดียว แต่เราดูแลเหมือนพี่น้อง เรามีการสื่อสารกันตลอดกับศิลปินดารา แล้วเราก็มีพูดคุยกันเรื่องธุรกิจ เกี่ยวกับการออกแบบชุดออกงานต่างๆ 

กับน้องบุ๋มเรารู้จักกันมาประมาณ 20 ปี เพราะเขาเป็นน้องเรา เราไม่เคยคิดในแง่ลบกับเขาเลย แล้วด้วยความที่น้องทำองค์กรทำดี มันทำให้เรารู้สึกว่าอยากทำดี ซึ่งพอใครอ่านปุ๊บ ก็อยากทำความดี เราเองก็บริจาคเงินส่วนตัว หรือว่าเวลาเราจัดงานต่างๆ เขาก็ถามว่าอยากให้ใคร เราก็บอกว่าให้น้องบุ๋มไหม เขาดีนะ เราก็บริจาคให้กับองค์กรทำดีมาโดยตลอด" 

ยอดเงินที่ได้ร่วมทำบุญบริจาคกับทางมูลนิธิมีจำนวนเท่าไหร่?

"ยอดส่วนตัวของพี่ประมาณ 5 แสน อะไรที่สามารถช่วยได้ ก็จะบริจาคผ่านน้อง และเราก็ไม่ได้คาดคิดว่าน้องจะเอาไปทำในสิ่งที่ไม่ดี เรามีกำลังพอ เราเลยอยากทำความดี

ในวันที่บริจาค ก็คิดว่าจะโอน ไม่ได้คิดเลยว่าเขาจะเอาไปทำอะไรไม่ดี หลายๆ องค์กรที่เราให้ เราให้ด้วยใจ และสิ่งที่เราโอนไป สิ่งหนึ่งที่เราอยากได้กลับมาคือบุญ เพราะว่าการโอนมันสำเร็จแล้ว เราต้องได้รับผลบุญ ไม่ได้คิดว่าการโอนเงินแล้วเราจะไม่มีความสุข แต่เราโอนไปทำบุญมันทำให้เรามีความสุข"

เราเสียใจที่เราโดนหลอกไหม?

"เอาเป็นว่ารู้สึกจุก นี่มันคือสิ่งที่เราทำให้เขา เราไม่กล้าพูด เอาเป็นว่าภูมิใจในการบริจาคของเราไปแล้ว แต่พอวันนึงเรารู้ว่าสิ่งที่เราบริจาคไป มันไม่ถึง เราก็คิดว่าไม่เป็นไร เราเลือกที่จะบริจาคไปแล้ว สำหรับตัวเรา เราไม่ติดใจ ใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น"

รู้สึกยังไงที่เขาโกหกเรา?

"มันจุก มันพูดไม่ออก ถามตอนนี้จุกจนเกินกว่าจะพูดได้ มันพูดไม่ออก มันเหมือนโดนมีดกรีด มันเจาะลงไป เลือดมันค่อยๆ ไหล ผิดหวัง แต่ไม่เป็นไร ก็อโหสิกันไป อันนี้มันคือสิ่งที่เราคิดนะ แต่อย่าเอาเราไปเปรียบเทียบกับใคร เพราะความรู้สึกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ในตัวเราจิตศรัทธาในการทำบุญจริงๆ พี่ตั้งใจทำบุญ พี่เชื่อมั่นว่าเงินทุกบาทก็ต้องได้กับสิ่งที่พี่คิด"

หลายคนก็จะถามว่า บุ๋ม มาถึงจุดนี้ได้ยังไง แล้วพี่ปลารู้สึกยังไงกับคำนี้?

"รู้สึกว่าเห็นภาพ น้องเขาจัดวางมาแล้ว ไม่กล้าใช้คำว่าวางแผน แต่จริงๆ มันคือการวางแผน มันเป็นกระบวนการที่เขาคิดมาแล้ว เขาเป็นเด็กฉลาด ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นคนเก่ง เป็นคนสวย เป็นผู้ทรงอิทธิพลของการทำบุญ การที่คนคิดว่า เขามาถึงจุดนี้ได้ไง แต่เราคิดว่าเขารู้อยู่แล้วว่าเขาต้องมาถึงจุดนี้ เขาจะต้องมาเป็นแบบนี้ ฉะนั้นภาพที่มันออกมา ใจเขาต้องมีความเข้มแข็ง แข็งแรง ฉันจะเป็นแนวนี้นะ ฉันจะออกมาแบบนี้นะ เพราะเขารู้ว่าปลายทางเขาจะเป็นยังไง

ต้องบอกก่อนว่าน้องเขาเป็นเด็กฉลาด เป็นผู้หญิงที่เก่ง แล้วมันจะมีคำพูดที่ได้ยินมาเสมอ ว่าองค์กรทำดีไม่มีเงิน เราได้รับข้อมูลมาจากคนอื่น แต่เราก็โชคดีกว่าคนอื่น น้องอาจจะยังรักเราอยู่บ้าง เขาไม่ได้ตั้งใจขอเงินโดยตรง แต่พอน้องพูด มันทำให้เรารู้สึกอยากบริจาคซึ่งทุกคนที่โอนเข้าไปองค์กรทำดี เชื่อว่าทุกคนโอนด้วยใจ"

ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา เราคิดว่าเรารู้จัก บุ๋ม ปนัดดา มากน้อยแค่ไหน?

"ถ้าเทียบกับ 20 ปีที่ผ่านมา พี่คิดว่า ไม่รู้จิตใจน้องเลย ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เรากอดกันมา เราเจอเรื่องต่างๆ กันมา เราปรึกษากันมา บุ๋มช่วยเหลือเราในเวลาที่เรามีเรื่องต่างๆ เราก็ช่วยบุ๋มในเรื่องของการบริจาคเงิน มันคือสิ่งที่บุ๋มให้เรา แต่พอวันนี้มองย้อนกลับไป ทุกอย่างมันคือการแสดงน้องอาจจะมีองค์ความรู้ในการจัดสรรคำพูด จัดสรรว่าเวลาสัมภาษณ์ต้องสัมภาษณ์ยังไง หรือว่าหน้าตาของนักบุญต้องเป็นยังไง หน้าตาของการให้ความช่วยเหลือต้องเป็นยังไง 

เชื่อว่าเขาเตรียมการไว้หมดแล้ว เม็ดเงินที่มันออกมามันมหาศาลเกิน มันเป็นหลาย 100 ล้าน มันโดนจัดฉากขึ้นมาเพื่อที่จะหลอกคน แล้วบางทีก็มีเซเลบส่งไลน์มา บอกว่าน้องบุ๋มส่งสติ๊กเกอร์ร้องไห้มา เราก็ยังแย้งกลับไปว่าอันนี้ไม่ใช่นิสัยบุ๋ม เวลาบุ๋มคุยกับเราไม่มีเรื่องเงิน พี่อ่ะเหมือนมีจิตบริสุทธิ์ในการโอนเงิน"

แสดงว่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมาเรามองว่ามันคือการแสดง ว่าน้องรักเราจริง?

"ณ วันนี้เราคิดว่าเขาแสดงกับเรา อย่างตอนไลน์คุยครั้งสุดท้าย ตอนข่าวออกเราก็ไม่เชื่อ แต่พอกระบวนการกฎหมายมันออกมาแล้ว ทุกอย่างมันชัดเจนแล้ว ก็เริ่มไม่เชื่อบุ๋มแล้ว มาไล่ย้อนว่าการที่เรารู้จักกันมา เราว่าน้องเขามีภาพลักษณ์ของการแสดงที่ชัดเจน เพื่อจะมากอบโกย"

คิดว่ามันคือวิธีการหาเงินอย่างหนึ่งไหม?

"คิดว่ามันเป็นวิธีการในการหาเงินของเขา เรามองว่าคนเราจะมีวิธีการหาเงินของแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ซึ่งอยากจะเตือนทุกคนว่าอย่ายุ่งกับเงินบุญ อย่างเวลาคนฝากเรามาทำบุญ ก็จะเอาไปทำเลย แล้วก็จะแจ้งเขาว่าโอนที่ไหน"

เราให้อภัยน้องคนนี้ไหม?

"พี่ต้องบอกว่า พี่ไม่รู้สึกอะไรเลย พอข่าวมันออกมาปุ๊บ มันตัดเชือกความสัมพันธ์แล้ว ว่าเขาเป็นยังไง หรือว่าเราแคร์เขาไหม ซึ่งถามว่าเราร้องไห้ไหม มันร้อง เราเสียใจมากนะ 20 ปี เราช่วยองค์กรทำดีมาโดยตลอด ยอมรับว่าเราร้องไห้ เรารู้สึกจุก เรารู้สึกว่าต่อจากนี้ไปเราจะทำบุญกับใคร เวลาเราดวงไม่เก๋ เราก็พึ่งพาการทำบุญกับมูลนิธิไหน แต่ ณ วันนี้เราไม่กล้าทำอะไรแล้ว เราไม่กล้าจะบริจาคเงิน หรือบริจาคที่วัด"

อยากจะฝากบอกอะไร บุ๋ม ไหม แม้เขาจะไม่ได้ยินเรา?

"พี่ว่าทุกอย่างมันไปตามกฎแห่งกรรม ไม่มีอะไรอยากถามบุ๋ม เพราะว่าพอข่าวมันออกมาปุ๊บ เราคิดเลยว่าที่ผ่านมาเขาแสดง เพราะว่าเราเป็นคนใกล้ตัวเขามาก และเขาก็จะเล่าเรื่องราวเขาตั้งแต่แฟนคนแรก จนคนสุดท้าย เราไม่มีอะไรที่จะต้องถามเขาอีกแล้ว แล้วสิ่งนึงที่บุ๋มทำมาโดยตลอด มันเหมือนกับการแสดง เป็นการแสดงของบทบาทนักบุญ เป็นการระดมทุน เราไม่ถามน้องแล้ว หมดศรัทธากับองค์กรทำดี กับความรู้สึกที่มีให้กับบุ๋ม มันละลายไปหมด แต่วันที่เรารับทราบข่าว

อย่างที่บอกว่า เขาแสดง คิดว่าเป็นเพราะผู้ชายคนนี้หรือตัวของ บุ๋ม เอง?

"ต้องบอกแบบนี้ว่า ตัวน้องเขาก็มีหลายครอบครัวที่ผ่านมา มันอาจจะเกิดขึ้นมากับแฟนเขาด้วย หรือว่าเกิดขึ้นมาจากคนรอบข้าง แต่สิ่งที่วันนี้มาพิสูจน์แล้ว เขาไม่ได้ทำแค่ครั้งแรก แต่มันหลาย 100 ครั้ง พี่ว่าผู้ชายไม่ได้มีผลกับสิ่งที่เขาทำในวันนี้ 

อย่างที่ย้ำว่าน้องเป็นคนฉลาด คิดว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นเขาเตรียมไว้หมดแล้ว เขาจะทำยังไง เขาวางแผนยังไง และเขาจะจบมันยังไง แล้ววันนี้ยังเชื่อว่าน้องบุ๋มเขาเตรียมไว้แล้วว่าเขาจะยืนในภาพลักษณ์ยังไง เขาวางมาแล้วว่าเขาไม่ต้องร้องไห้ 

เขาต้องยืนแบบเข้มแข็ง ถ้าฉันโดนจับ ฉันจะยืนยังไง ฉันจะตอบคำถามยังไง เราว่าวันนี้ไม่ใช่ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี คนที่เรารู้จัก ตอนนี้เป็นคนอื่น เหมือนเราติดการพนัน เป็นผีอื่นที่มาเข้าสิง ไม่ใช่บุ๋มที่เรารู้จัก ยังยืนยันว่าน้องเขาแสดง".

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม