เมื่อช่วงค่ำเวลา 19.00 น. ที่ผ่านมา ดารานักแสดงชื่อดัง แหม่ม วิชุดา ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ของดารารุ่นพี่ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ในฐานะผู้เสียหายที่เคยโอนเงินร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท


เปิดชนวนเหตุ ย้อนรอยเงินบริจาค 5 หมื่น

“แหม่ม วิชุดา” เปิดเผยว่า ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567 ซึ่งเป็นช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ตนได้ติดต่อไปหาพี่บุ๋มเป็นการส่วนตัวเพื่อขอช่องทางร่วมบริจาค และได้รับเลขบัญชีในนามองค์กรทำดีจึงได้โอนเงินไป 50,000 บาท แต่เมื่อขอใบเสร็จเพื่อนำไปลดหย่อนภาษี ทางพี่บุ๋มแจ้งว่ายังออกให้ไม่ได้เนื่องจากองค์กรทำดียังจัดตั้งไม่ครบกำหนด 2 ปี ซึ่งตอนนั้นตนไม่ได้ติดใจสงสัยเพราะเชื่อใจพี่บุ๋มอย่างมาก และไม่ทราบเลยว่าบัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีส่วนตัว

เปิดใจสับสน! นานเท่าไรก็รอฟังความจริงจากปาก “พี่บุ๋ม”

แหม่ม ยอมรับว่าปัจจุบันยังรู้สึกสับสนเพราะมีข้อมูลใหม่ๆ พรั่งพรูออกมาอย่างรวดเร็ว แต่ในฐานะผู้บริจาค ยืนยันว่าตนคือหนึ่งในผู้เสียหายที่อยากเห็นความชัดเจนว่าเส้นทางการเงินบริจาคทั้งหมดไหลไปที่ไหน ถูกนำไปใช้ตรงวัตถุประสงค์ช่วยเหลือประชาชนจริงหรือไม่ 


“แหม่มยังคงรอฟังคำตอบจากปากของพี่บุ๋มเพียงคนเดียวค่ะ ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนก็จะอดทนรอ หากสุดท้ายพบว่าเงินไม่ได้นำไปช่วยผู้ประสบภัยจริงคงเสียใจมาก แต่ไม่ได้เสียดายเงิน เพราะตั้งใจทำบุญไปแล้ว”  แหม่ม วิชุดา กล่าว


“ทนายกุ้ง” สับแหลก! ชี้กฎหมายไม่เว้นใคร ยันรับผิดคนเดียวหักล้างหลักฐานไม่ได้

ทางด้าน “ทนายกุ้ง” ทนายความที่ร่วมเดินทางมาด้วย ได้เปิดเผยในมุมกฎหมายอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อนว่า บัญชีของมูลนิธิเป็นบัญชีเฉพาะ ดังนั้นเงินทุกบาททุกสตางค์จากประชาชนต้องถูกนำไปใช้ตรงวัตถุประสงค์ และต้องถูกตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด ส่วนกรณีที่ บุ๋ม ปนัดดา ออกมาประกาศขอโทษและขอรับผิดชอบเพียงผู้เดียวนั้น ทนายกุ้ง ยืนยันว่า ในทางกฎหมายไม่สามารถทำได้ ศาลพิจารณาจากพยานหลักฐาน พยานบุคคล และนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลัก หากคณะกรรมการหรือผู้เกี่ยวข้องมีหน้าที่อนุมัติงบแต่ปล่อยปละละเลย ก็ต้องรับผลทางกฎหมายเช่นเดียวกัน  “การออกมารับผิดหน้าสื่อไม่สามารถใช้หักล้างหลักฐานในชั้นศาลได้ มองว่าสิ่งที่พูดออกมาในวันนี้เป็นการจำนนต่อหลักฐาน และเป็นการพูดเพื่อให้ตัวเองดูดีเหมือนเป็นนางเอกเท่านั้น” ทนายกุ้ง ระบุทิ้งท้าย

คลิกอ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม