ออกมาเปิดใจในรายการ "ไทยรัฐทอล์ค ThairathTalk" กับคุณเรโด้ สำหรับ “ยัต กิตติศักดิ์ เวชประสาร” หรือ “ยัต ชัยโสโร” ที่ล่าสุดได้ให้สัมภาษณ์เปิดหมดเปลือกถึงเรื่องราวตั้งแต่วันที่ตัดสินใจออกจากกลุ่ม “FEDFE (เฟ็ดเฟ่)” ชนวนเหตุเงินสวัสดิการหาย ดราม่าบริษัท ชัยโสโร ไปจนถึงคดีความฟ้องร้องกับอดีตเพื่อนรักอย่าง “ต้า เฟ็ดเฟ่” ซึ่ง "ยัต" ยืนยันว่า ตัวเองไม่เคยโกงเพื่อนแน่นอน
ตอนที่มีปัญหาเรื่อง เฟ็ดเฟ่ มีปัญหาเรื่องอะไร?
"หลายเรื่องครับ บางเรื่องก็เล่าไม่ได้ เพราะคดีมันถูกเคลียร์ไปหมดแล้ว ศาลเขาบอกมาว่าไม่ต้องไปเล่าอีก"
ตอนที่มาทำ ชัยโสโร?
"ผมเป็นคนออกมาจากเฟ็ดเฟ่ แล้ว ต้า ขอออกมาด้วย มึงจะมาด้วยทำไม แต่เพื่อนคนอื่นก็แบบว่า ไอ้เหี้xเพราะมึงจะออกทำไม เพราะว่าตอนนั้นเฟ็ดเฟ่มันก็ดีอยู่แล้ว แต่ผมแค่รู้สึกว่าไอ้สิ่งที่ผมอยากทำนำเสนอ ผมทำในเฟ็ดเฟ่ไม่ได้ ถ้าผมทำปุ๊บไอ้สิ่งที่ผมอยากนำเสนอลงไป อยู่ๆ เบียดในเฟดเฟ่อ่ะ ก็เกรงใจเพื่อนคนอื่น ผมเลยขอออกดีกว่า
แต่บังเอิญเพื่อนหลายๆ คนก็มองว่าเหมือนผมเป็นมาสคอตเฟ็ดเฟ่ไปแล้ว แล้วพอมึงออกไป แล้วไอ้ต้าจะตามมึงไป อีก กลายเป็นแบบว่าแล้วคนอื่นจะยังไง แต่เราก็มองว่าก็ไม่ ถ้ามึงทำ ก็ทำต่อได้ สุดท้ายคุยกันไปมาก็ไม่ได้ออก ก็ได้ทำต่อ
พอทำต่อไปเสร็จปุ๊บ งานนี้มันมันไป ต่อไม่ได้จริงๆ ผมก็เลยจะออกมาทำชัยโสโร แต่ตอนนั้นไม่รู้นะครับว่าจะทำชัยโสโรทำอะไร ผมแค่แค่คิดที่ว่าจะออกมาทำงานของตัวเอง แล้วไอ้ต้าก็เลยขอมาด้วย มันก็บอกว่าไม่ว่าผมจะไปไหน มันก็จะตามติดไปตลอด"
ดูรักกันกับต้าแล้วมาทะเลาะกันตอนไหน?
"ในชีวิตจจริงๆ ผมกับต้าไม่เคยทะเลาะกันเลย จะมีแค่เรื่องอย่างเดียวก็คือ เรื่องฟุตบอล อย่างอื่นนอกนั้นก็เป็นเรื่องงาน ถ้าตีไว้นิยามของคนอื่นที่เป็นทะเลาะกันนะ น่าจะเป็นเรื่องเดียวและครั้งเดียวด้วย ตอนบอลในความคิดของผมอ่ะคือเค้าอ่ะถ่มถุยคนอื่นตลอดเวลาเกินไปดูถูกเกินไป ทั้งที่เราพยายามคุยเรื่องอื่น เรื่องงานหรือเรื่องชีวิตอื่นอ่ะ แต่เขาก็จะวกมาเรื่องเเพื่อถ่มถุยแบบ คือไอ้เล่นน่ะเรารู้ เราเป็นเพื่อนกัน เราจะรู้อยู่แล้วว่ามันเล่น แต่นี่มันแบบมันแปลกแล้ว ผมเลยบอกว่า ไอ้เหี้X ถ้ามึงจะคุยบอลกับกูเนี่ยเพื่อถ่มถุยกันน่ะ ตลอดเวลาเนี่ย กูก็ไม่อยากจะดูบอลกับมึงคือมันก็ไม่ได้ทะเลาะหรอก แต่ถามว่าเราคุยกันจริงจังเนื้อหาบนชีวิตส่วนตัวเราอ่ะมากกว่าเดิม ก็มีแค่ครั้งนั้นเองครับ นอกนั้นก็ไม่ได้มีอะไรทะเลาะกันเลยครับ"
เรื่องที่เป็นข่าว มันเริ่มต้นมาจากไหน?
"คือตอนทำเฟ็ดเฟ่ มันเคยมีประเด็นแบบนี้เกิดขึ้นแล้วแต่ละคนก็จะ sensitive เรื่องนี้ แล้วพอมันมาเกิดเหตุการณ์ตอนชัยโสโรเนี่ยมันไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก ถ้ามีมันก็มีกันแค่คุยเรื่องการทำงานกัน แต่บังเอิญมันเลี่ยงไม่ได้ครับ ว่าใน ทั้งชัยโสโร ทั้งเฟ็ดเฟ่ ทั้งความเป็นเพื่อนหรืออยู่ด้วยกัน มันเป็นผมกับต้าไงซึ่งเป็นมันเพื่อนกันอยู่
พอนี้มันมีผลกระทบอันนึงอ่ะมันเป็นลูกโซ่ อยู่แล้วมันเป็นโดมิโน่อยู่แล้ว เฟ็ดเฟ่วันที่คุยกันวันสุดท้ายก่อนแยก ทุกคนไม่ติดเลยในการที่จะเป็นของต้า ต้าเขาบอกเองว่าเขาไม่าได้คิดว่าเป็นของเขา เขาคิดว่าเป็นของทุกคน แล้วทุกคนร่วมเหนื่อยกันมา ผมโคตรภูมิใจ แต่บังเอิญเฟ็ดเฟ่เนี่ยมันเคยมีการทำธุรกรรม คือพอเราเปิดเป็นบริษัท การทำธุรกรรมใส่ชื่อเป็นหุ้น หรือเป็นคนถือหุ้นหรืออะไรอย่างนี้ มันก็จะมีเปลี่ยนมาหลายๆ รอบ เปลี่ยนมาตลอดจนตอนหลังเรามาเปลี่ยนถือเพียงแค่ 3 คน เพราะว่าไม่อยากวุ่นวายเรื่องเอกสาร หรือบางช่วงบางยุคก็มีที่แบบเคยถือทุกคนเลยแบ่งหุ้นเท่ากันทุกคนก็มี ก็มีแต่ว่ามันก็วุ่นวายเอกสารเดี๋ยวต้องมาเคลียร์
จนตอนหลังเนี่ยมาเปลี่ยนมาเปลี่ยนเป็นต้าถือมากที่สุด แล้วผมก็ถือ แล้วก็เจมส์ก็โอเคแค่นี้พอจบ ก็คุยกันไว้ว่า อ้าวแล้วรายได้แล้วอย่างอื่นล่ะ รายได้อย่างอื่นก็เป็นแบบว่าเหมือนเป็นสวัสดิการของเราแล้วกัน ก็คือรายได้มันเข้ามาเนี่ย เราจะหักมันเอาไว้เป็นค่าใช้จ่าย เคลียร์ภาษี เคลียร์ค่าเงินบริษัท เพราะว่าตัวชื่อบริษัทมันยังไม่ได้ถูกปิด แค่เราไม่ได้ทำ มันต้องมีค่าใช้จ่ายที่ต้องแบ่งไว้ ส่วนอย่างอื่นน่ะที่หักแล้ว ก็มาปันผลคนอื่นแบ่งเท่ากัน ก็ทำแบบนี้มาตลอดตั้งแต่เฟ็ดเฟ่ปิด
มีปีหนึ่งที่มาเป็นปัญหานี่แหละครับ บัญชีหรือคนดูแลเอกสารของชัยโสโรเป็นคนทำ เพราะว่ายังไงมันก็เป็นของผมกับต้าอยู่แล้ว ก็เลยทำจัดการไปด้วย พอปีที่มีปัญหา น้องที่ทำบัญชีก็มาบอกผมว่าเงินเฟ็ดเฟ่หาย มันจะหายได้ยังไง เพราะว่าคนดูแลเป็นต้า
จะมีบรรยากาศบางอย่างที่มันแปลก ปฏิกิริยาต้าแปลกไป จนมาผ่านช่วงหนึ่ง แฟนผมกับน้องที่ดูแลบัญชี เขาไม่ไหวก็เลยเดินมาบอกผม เขารู้ดีว่าบอกช้าเพราะว่าที่เค้ามาบอกช้าเพราะว่าเค้าก็รู้ดีแหละว่าผมจะต้องโกรธ เพราะเค้ารู้ว่าผม sensitive เรื่องนี้ เขาบอกว่าเงินที่มันหายเนี่ยเค้ารู้นะ ว่าใครเอาไป เอาไป 5 เดือนติดกันทุกเดือน เค้ามีอำนาจเบิกอยู่คนเดียว ก็เป็นเขาแหละ
งานนี้อ่ะผมก็โกรธจริงว่าแบบเฮ้ยทำไมเรื่องนี้ไม่ไม่มาบอก เขาเห็นว่าต้าเป็นเพื่อนผม เขาเลยบอกต้าให้มาบอกผมเอง ผมก็ยิ่งสตั๊นท์เลยเพราะต้าไม่มาบอกผม เลยลองรอว่าเขาจะบอกผมมั้ย ผมกลัวด้วยนะตอนรอว่าเขาจะไม่บอกผม สุดท้ายเขาก็ไม่บอกผม
ตอนที่แยกกันมาออกมาเฟ็ดเฟ่ เพื่อนทุกคนลำบากมาก แต่โชคดีที่ผมทำแล้วมีคนมาดู ยังมีพอชื่อเสียง แต่คนอื่นไม่มี ทำช่องขึ้นมาก็ไม่มีคนมาดู บางคนเป็นหนี้เป็นสินด้วย บางคนพ่อแม่ป่วย พวกผมอายุ 40 กว่า พ่อแม่ใครไม่ป่วยบ้าง แต่ไม่มีใครมานั่งโวยวายคนอื่นเลยนะ ทุกคนเดือดร้อนหมด แต่ไม่มีใครเอ่ยปากขอเบิกเงินสวัสดิการเฟ็ดเฟ่ก่อนเลย
และที่สำคัญเขาไม่รู้ว่า เพื่อนเฟ็ดเฟ่จำนวนมาก ยืมเงินผม ก็เลยรู้ว่าเพื่อนลำบากกันอยู่ แล้วพอมารู้ว่าเพื่อนที่รักมากที่สุดเอาเงินตรงนี้ไป โดยไม่บอกด้วยซ้ำ มันตีในหัวผมเยอะมากว่าทำไมตัดสินใจแบบนี้ ทำไมไม่บอก จนตัดสินใจถามเองว่า เอาเงินไปใช่มั้ย เงินเฟ็ดเฟ่หาย เขาบอกว่าใช่
ก็เลยถามว่าทำไมเอาเงินไป เขาบอกว่าเดือดร้อน พ่อแม่ไม่สบาย ก็เข้าใจ แต่ว่ามันคุยกันได้รึเปล่า แล้วเอาออกไป 5 เดือนติด ไม่คิดจะบอกกันบ้างเหรอ ก็ไม่ได้คำตอบ เขาก็พูดวนว่าเดือดร้อน ไม่เป็นไรช่างมันเพื่อน เรื่องนี้เล็กน้อย เราเพื่อนกัน
โอเค เรามาเริ่มต้นกันใหม่ มีอะไรบอกกัน เงินบริษัทชัยโสโรก็มี ทำไมไม่เอาไป เพราะผมอยู่ชัยโสโรทำมา 7 ปี ผมไม่เคยไปเบิกเงินเองเลย เขาเป็นคนมีอำนาจและไปเบิกเอง ซึ่งมันเบิกได้ทั้ง 2 คน แต่ผมไม่เคยไปเบิกเลย"
หุ้นปัจจุบัน ก่อนที่จะออกข่าว ถือหุ้นกันเท่าไหร่?
"ผม 49 ต้า 49 แฟนผม 2 ที่โมเดลเป็นแบบนี้ก็เพราะว่า มาอยู่ด้วยกัน เอาหุ้นไป 49 แล้วกัน"
แฟนยัตถือ 2% ทำไมไม่เอาแฟนต้ามาถือ?
"บริษัทเป็นของผมอยู่แล้ว ในเมื่อเขาเป็นเพื่อน ผมให้เขาถือ 49 เพื่อให้มันรู้สึกว่า เพื่อนกันเท่ากัน และอีกอันเป็น 2 ผมก็ต้องให้ภรรยาผมอยู่แล้ว คือถ้าคนเข้าใจผิด ก็จะเข้าใจผิดว่าเหมือนผมโกงเงินเขาตลอดเวลา แต่เงินที่มันได้เป็นเส้นหลักปกติมันคือเงินเดือน เงินเดือนเราได้เท่ากันคนละ 150,000 บาท ผมยังส่งบ้าน ส่งรถ และยังส่งลูกได้เลย
ตามกฎหมายผมไม่สามารถเอาเงินออกจากบริษัทได้ จะทำอะไรก็จะเอาบริษัทเป็นตัวตั้งอันแรกใหญ่สุด คือ ชัยโสโร เพราะว่ามันเป็นแหล่งทำมาหากินเป็นหลัก ถ้าผมจะโกงคงไม่ต้องเอาเงินเข้าบริษัท ผมเอาเงินเข้าบัญชีผมแต่แรกก็จบแล้วรึเปล่า มันง่ายกว่า พอเข้าบริษัท ผมไม่สามารถเอาเงินนั้นออกมาได้"
ช่วงที่เป็นมหากาพย์โซเชียล ที่โพสต์กันไปมา เป็นสงครามโซเชียลมันเกิดอะไรขึ้น?
"ช่วงที่เขาออกไปแล้วผมก็ไม่รู้ว่าเค้าไปโดนอะไรมา เขาก็เลยเริ่มเอาโซเชียลมาโจมตีชัยโสโร และโจมตีผม มันจะมีเพจกลุ่มแฟนคลับ และมีเพจที่เมื่อก่อนเป็นเพจเฟ็ดเฟ่บอยแบนด์ จะใช้โจมตีและดิสเครดิตทุกคนที่ไปมีคำถาม และทุถกคนที่โจมตีเค้า หรือทำให้เขารู้สึกไม่ดีหรือเสียหาย แต่ในนั้นลงอะไรที่ทำให้คนอื่นเสียหายหมดเลย โดนเกลียดชังหมดเลย
แบรนด์เฟ็ดเฟ่เราเคยไปคอลแลบกับเจ้าๆ หนึ่งเพื่อขายเสื้อ เชื่อมั้ยว่าแบรนด์เฟ็ดเฟ่เราขายได้ 23 ล้าน ผมไม่รู้หรอก แต่บังเอิญเคยมีคนที่เค้าเห็นเรื่องราวทั้งหมดแล้วรู้ข้อมูล เขาบอกมา เพราะเขาเห็น เขาอยากช่วย ผมก็งง ทำไมมันเป็นเกมที่มันขยี้ พอเขาเตะผมออก เขาก็ชวนเพื่อนทุกคนไปทำแบรนด์เฟ็ดเฟ่ และไปทำแบรนด์X กับอีกแบรนด์หนึ่ง
แต่เพื่อนทุกคนก็บอกไปว่า ถ้าไม่มียัตไม่ไป แต่ก็เพื่อนทุกคนก็เป็นกลางเหมือนกันว่า หรือยัตจะไปชวนทำอะไรโดยที่ไม่มีต้า เขาก็ไม่ไป คือเพื่อนมันก็เป็นกลางแล้ว พยายามอยู่ตรงกลาง พยายามคุยกับเขาด้วยนะ ทั้งที่เขาบอกมาว่าไม่เคยมีใครไปคุยกับเขาเลย ไม่เคยมีใครสงสัย ทุกคนมีแชท เพื่อนทุกคนพยายามไปคุย แต่สุดท้ายเค้ากลับมาพยายามดิสเครดิต มาบูลลี่ด้วย สุดท้ายคนนี้มาบอกว่า พี่รู้มั้ยมูลค่าทั้งหมดมันเท่าไหร่ ผมไม่รู้ เพราะได้แต่เงินจ้าง
ทำไมรู้สึกว่าเขาพยายามทำอย่างอื่นให้ขายแบรนด์เฟ็ดเฟ่ได้ โดยที่ไม่ต้องมีสมาชิกครบ เพราะมันจะมีทำเพราะอัดกระแสให้คนอื่นดูแย่ คนอื่นดูผิดและตัวเองดูดี เสร็จแล้วก็ขายของ
ผมถามตรงๆ ในโซเชียล พี่เห็นผมไปว่าอะไรมันมั้ย เพจพวกเนี้ยบางอันผมกำลังดำเนินการตามกฎหมายอยู่ แต่ว่าผมรอเคลียร์เรื่องใหญ่อันนี้ก่อน แล้วเรียนเรื่องอื่นก็นั่นแหละครับ"
ทำไมภาพในรายการ ที่เราเห็นในสังคม ต้าดูเป็นรองยัตเยอะ ต้าให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่ใช่คนเดิมแล้ว?
"ผมรู้ตั้งแต่วันที่ผมคุยกับเขาในฐานะเพื่อน แล้วมีปัญหากัน ผมรู้แล้วว่าเขาไม่ใช่คนเดิม วันนั้นผมก็รู้แล้ว ทำไมเขารู้ตัวช้าจังว่าเขาไม่ใช่คนเดิม"
ถ้าต้าดูอยู่อยากจะบอกอะไรกับต้าบ้าง?
"ไม่มีเลยครับ ไม่มีอะไรจะบอกกับชายคนนี้แล้ว ไม่มีเลย"
คุณใช้ชีวิตหรูหรา แต่เขาหาเช้ากินค่ำ เขายังลำบากเลย?
"แล้วทำไมเขาไม่ใช้ครับ เราใช้ชีวิตของเราในแต่ละวัน เจอเรื่องราวหลายอย่างหรือมากมาย แต่ถ้าเรามัวแต่มานั่งคนนั้นคนนี้เป็นงั้นเป็นงี้ ทำไมเราไม่ไปคิดว่าทำไมเขามี เขาทำยังไง มันง่ายกว่า แต่ว่าผมก็ไม่ได้กินหรูอยู่สบายอะไรที่มันเกินความเป็นมนุษย์อะไร ทำมาก็ได้เงินเดือนเท่าผม ผมก็ไม่รู้ครับ"
มีอะไรอยากจะพูดไหม ที่คนมองว่ายัตโกงเงินเพื่อน?
“ผมไม่ได้โกงเงินใครเลยพี่ อ่ะที่เค้าบอกกันว่า เค้าออกไปแล้วไม่เหลืออะไรเลย ต้องแยกก่อนว่าตอนได้เงินเดือนเนี่ย มันไม่มีใครไปยุ่งอะไร เค้ามีเงินเดือนของเค้า ผมมีเงินเดือนของผม ทรัพย์สินของเขาที่เขามี เค้าก็มีของเขาอยู่ แล้วทำไมตอนออก ทำไมเค้าเป็นตัวเปล่า คือผมไปยึดทรัพย์สินเค้าหรอ?
เรื่องของบริษัท บริษัทมันไม่ได้ถูกปิดแล้วแบ่งกัน แต่บริษัทมันยังอยู่ คุณไม่ได้อยู่ทำ คุณออกไปทำอย่างอื่น บริษัทมันยังมีการขาดทุน มีการจ่ายเงินเดือนพนักงาน มันยังถูกรันต่อ คุณมาขอออกหรือขอแบ่งในช่วงนั้น ผมก็บอกไปแล้วว่าถ้าคุณคิดว่าเป็นหุ้นตอนนั้นน่ะ แล้วทำไมคุณไม่เอาไป
แล้วพอวันนึงมาคุยตัวเลขที่คุยไม่ได้ เหมือนคุณไม่ได้อยากได้อยู่แล้ว คือคุณไม่ได้อยากให้มันจบอยู่แล้ว แต่คุณอยากให้คนอื่นน่ะประณามอีกคนนึง แล้วคุยตัวเลขที่มันไม่สามารถคุยจบได้ แล้วก็บอกคนอื่นว่า เค้าอยากคุยแทบตายเพื่อให้จบ ฝั่งผมไม่เห็นแบ่งให้ อะไรล่ะ? แล้วตัวเลขมันมาจากไหน แล้วบริษัทอยู่ทุกวันนี้ยังจ่ายที่เป็นค่าใช้จ่าย แต่งานไม่ได้มีออน แต่ยังจ่ายค่าพนักงานอยู่ ใครจ่ายล่ะ?
คดีที่เขาฟ้องผม ที่ศาลยกฟ้องไปอ่ะ เค้าฟ้องไม่ได้ใบฟ้องอ่ะ ก็คือให้ผมชำระเงินให้เค้า 2 ล้าน ถ้าผมยอมให้เค้า ผมจ่ายเงิน 2 ล้านไปก็จบแล้วพี่ อ้าวแล้วตัวเลข 19 ล้านอะไรมันมาจากไหน แต่ถ้าตรงข้ามกันว่าถ้าตอนแบ่งตอนนู้นเขาจะออก ก็แบ่งกันไปเลย ก็จบแล้วป่ะ? ทำไมไม่เป็นแบบนั้นล่ะ?”.
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม