เมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 พ.ย. 2569 หมอของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ คนดังในโลกโซเชียล เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อแจ้งความกรณี บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เรื่องเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี โดยหมอของขวัญโอนเงินบริจาคเป็นจำนวน 100,000 บาท พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงการมาแจ้งความครั้งนี้
วันนี้มาแจ้งความ?
หมอของขวัญ: ก็คือวันนี้มาแจ้งความคุณบุ๋ม ปนัดดา นะคะ จริงๆ แล้วเนี่ย ก็ไม่ได้กะว่าจะมาแจ้งอะไรหรอก พอดีเมื่อเช้าคุยกับพี่หนุ่ม กรรชัย แล้วก็คุยกับหลายคน คือต้องบอกว่า คนรอบข้างเราเนี่ย เป็นเพื่อน เป็นคนที่รัก เป็นคนที่ไว้ใจพี่บุ๋มเป็นจำนวนมาก แล้วก็ร้องไห้อกหักกันมหาศาล
พอดีได้คุยกับพี่หนุ่ม กรรชัย เมื่อเช้า แล้วแกก็บอกว่าเนี่ย...ตอนนี้พี่ก็โดนทัวร์ลงเหมือนกัน ว่าแบบ เอ้ย ทำไมแบบคนล้มทำไมข้าม ทำไมไม่ให้กำลังใจ ก็เลยคุยกันบอก โอเค ถ้าต้องการตัวเปิด เดี๋ยวพี่เคทเปิดให้
เพราะว่าจริงๆ แล้ว คนล้มอย่าข้ามอะ... แต่นี่คือเรากำลังพูดถึง "โจรในคราบนักบุญ" เนอะ ที่หักหลังความเชื่อใจ ความไว้ใจของประชาชนทั้งประเทศ ต้องบอกว่าโลกนี้มันกลับตาลปัตร ตอนนี้มันกลายเป็นว่า ในคนบางกลุ่ม กลายเป็น เห็นใจโจร ซ้ำเติมเหยื่อ
เหยื่อคือใคร? เหยื่อก็คือคนไทยทั้งประเทศที่โอนเงินบริจาค ด้วยใจที่บริสุทธิ์ หรือคนไว้ใจข้างๆ ที่ไว้ใจเขามากๆ ที่ช่วยเหลือ แปะเลขที่บัญชี ช่วยกันเผยแพร่ให้ทุกคนมาร่วมบริจาค หรือคนที่ลงแรง สรปุก อย่างเงี้ยค่ะ คนที่ลงแรง เป็นแอดมินไม่ได้หลับไม่ได้นอน ช่วยประสานงานน้ำท่วม เรื่องของเวชภัณฑ์ เฉพาะอย่างคลินิกหมอเอง KKC ส่งเวชภัณฑ์ช่วยตอนน้ำท่วมไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่
มันเป็นภาพบาดตามาก ที่เห็นว่าของบริจาคเหล่านั้นถูกทิ้ง แล้วไม่ได้ถูกเอาไปใช้ในความช่วยเหลือที่เป็นความตั้งใจของเรา แต่มันกลายเป็นว่าเห็นใจ... ไม่ได้ คนล้มต้องห้ามข้าม กลายเป็นว่ามาซ้ำเติมเหยื่อ คือบ้าไปแล้ว
คือรู้สึกว่า คนที่พูดแบบนี้ต้องคายหญ้านะ แล้วก็ออกมาเปิดหูเปิดตา ฟังข้อมูลกันก่อนว่าความเป็นจริงมันคืออะไร FC ซอมบี้เนี่ย ต้องหยุดเพ้อเจ้อ แล้วก็ต้องกลับมาดูความเป็นจริง ว่าจริงๆ แล้วเนี่ย FC ที่มากกว่าพวกคุณ ที่นั่งคอมเมนต์กันในอินเทอร์เน็ต
FC จริงๆ คือคนรอบข้างเขา คือเพื่อน คือพี่น้อง คือคนที่เขาเรียกว่าเพื่อนแท้ คือคนที่คุยกันเช้ายันเย็น คนที่ประสานงาน คนที่บริจาคเงิน คนที่เชื่อใจเขาจนวินาทีสุดท้าย คนที่ ณ วันนี้ ยังนั่งร้องไห้อยู่ที่บ้านด้วยความอกหัก อันนี้ต่างหากคือ FC จริงๆ ของเขา ไม่ใช่ FC ที่แบบ "อุ๊ย คนล้มก็อย่าข้าม จะเอากันให้ตายเลยหรือไง" หยุดก่อน หยุดเพ้อเจ้อ วลีแบบว่าเพื่อนล้มไม่ซ้ำ ปัญญาอ่อน ต้องพูดตรงๆ คำนี้นะ
เพราะว่าความเห็นใจมันควรจะมีกับคนที่ผิดพลาด ก้าวพลาด ทำอะไรผิดพลาด แล้วพร้อมจะปรับปรุงตัวใหม่ แต่ใช้ไม่ได้กับคนที่เป็นโจร ที่ต้องการหลอกลวงตั้งแต่ Day 1 ตั้งแต่ครั้งแรก วางแผนกันมาอย่างดิบดี
ลองคิดสภาพคนจนคนนึง มีเงิน 100 บาท โอนช่วยทำบุญ 50 บาท เก็บ 50 บาทไว้กินมาม่า เขาหวังแค่ว่า เงินของเขามันจะไปช่วยคนที่กำลังเดือดร้อน ผ่านคนที่เขารักและไว้ใจ ให้เป็นสะพานบุญไปช่วย มันควรจะมีใครสักคนเหรอคะ ที่เอาเงินตรงนี้ไปเสวยสุข ไปบำเรอสามี ไปบำเรอครอบครัว เอาเงินไปซื้อทอง ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม คือจะบอกว่า วงการแบรนด์เนม วงการรถ นี่เม้าท์กันให้แซ่ดนะ เดี๋ยวออฟไลน์ เดี๋ยวเล่าให้ฟัง
คนแบบนี้เราควรจะไปยืนข้างเหรอคะ? ถ้าคุณต้องการยืนข้างคนแบบนี้ แนะนําให้ไปสร้างบ้านแถวคุกบางขวางเลยค่ะ มึงยืนข้างไปเลย เพราะเดี๋ยวก็อีกไม่เกินกี่วัน 10 วัน 15 วัน เดี๋ยวจะมีมา นักบุญทุนคนอื่นแบบเนี้ยตลอด แล้วประเทศไทยก็เป็นอย่างงี้ตลอด เพราะอะไร?
จริงๆ แล้วเนี่ย คือจะบอกว่าการกุศลมันดีนะ แต่มันควรจะเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่ประกอบให้ฟันเฟืองใหญ่ๆ ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ แต่มันไม่ควรจะเป็นแกนหลัก เป็นเสาหลัก ของประเทศไทย ประเทศไทยนี่คือใจดีที่สุดในเมืองมนุษย์ โอนไว โอนเลิศ โอนได้ โอนดี แต่ทำไม? มันเป็นเพราะเป็นความเฟล เป็นความล้มเหลวของรัฐบาลในการช่วย
ยังยืนยันคำเดิมค่ะ “Charity is the failure of government responsibilities.” คือความช่วยเหลือควรจะไปถึงได้เร็ว ถ้าอย่างงั้นเนี่ย มันจะตัดตอน หน้าที่นี้ควรจะเป็นของรัฐบาล แล้วมูลนิธิมันจะตัดตอนการที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกในอนาคต
อันนี้ก็ต้องขอฝากไว้ จริงๆ ที่ออกมาเนี่ยเป็นตัวแทนหลายๆ คนมากๆ นะ คนถามว่า "อีหมอ มึงจะโกรธอะไรมากมาย" ไม่ นี่รวบรวมความโกรธของคนอื่นมา 4 วันเต็ม แล้วมาระบายให้ฟัง คนที่เขาออกมาพูดไม่ได้
อันนี้ฝากถึงพี่บุ๋มถ้าดูอยู่นะคะ มีคนถามพี่หลายคนมาก เพื่อนสนิทพี่ พี่รู้ว่าใคร หลายๆ คนทั้งในวงการบันเทิง ดารานักแสดง หรือคนที่เป็นคนที่ทำงานใกล้ชิดติดตัวพี่ เขาถามว่า "จิตใจพี่ทำด้วยอะไร?" ต้องเป็นคนประเภทไหน ถึงเอาคนที่เป็นคนที่รัก ไว้ใจ แม้กระทั่งครอบครัว แม้กระทั่งลูก มาเป็นโล่มนุษย์ ป้องกันตัวเอง รู้อยู่แก่ใจว่าทำอะไรไว้ แต่กลับดึงดราม่า เอาแม้กระทั่งน้องอันดามายืนแถลงข่าว แล้วหลังจากนี้น้องเขาจะใช้ชีวิตต่อยังไง?
นี่ก็ต้องฝากไว้ด้วยนะคะว่า มันต้องแยกกัน ตอนนี้ก็เริ่มทัวร์ไปลงน้อง น้องก็คือเด็กคนนึงที่ใช้ชีวิตมาอย่างดี และไม่รู้เรื่องอะไร และไม่มีสิทธิ์เลือกเนอะ ดังนั้นก็ต้องแยกเนอะ คนที่แบบทัวร์ไปลงอันดา อันนี้ก็ต้องขอ แค่นี้ก็ยากแล้ว สำหรับเด็กอายุ 10 กว่าคนนึงค่ะ
วันก่อนหน้าที่หมอของขวัญไลฟ์สด มีการตั้งคำถามถึงพี่บุ๋ม แล้วก็บอกว่าให้พี่บุ๋มไปดูแลตัวเองก่อน หลังจากนั้นได้คุยกับคุณบุ๋มบ้างไหม?
หมอของขวัญ: คุยค่ะ เคยคุยอยู่ทีนึง แต่ตอนนี้ต้องบอกว่า ณ 24 ชั่วโมงนี้แล้วกัน ที่เรื่องมันเริ่มเกิด เปิดออกมาเยอะๆ หลังจากพี่หนุ่ม กรรชัย เข้าพบพนักงานสอบสวน แล้วเห็นหลักฐาน แล้วออกมาพูดเนี่ย เขาไม่อ่านไลน์ หรือรับโทรศัพท์คนใกล้ตัวอีกเลย คุณบุ๋มน่ะนะคะ อันนี้ก็ไม่รู้ แต่ว่าก่อนหน้านี้ตอนที่เกิดเรื่องใหม่ๆ ที่คุณสรปุกไลฟ์ แล้วคุณบุ๋มเข้ามาเมนต์ว่า "หมอ ขอคุยหน่อยค่ะ" แล้วเขาก็โทรมา
เราก็ได้คุยกัน ก็ยังมีความเชื่อมั่น จนวินาทีสุดท้าย ก็กินหญ้าด้วยกันนี่แหละค่ะ จริงๆ ก็แบ่งๆ หญ้ากันกินไป แต่ถ้าสมมติว่ารู้ว่ามันเป็นหญ้า ก็คายออกมาเถอะ ไฟเบอร์อย่างอื่นยังมีอีกเยอะ
ก็ยังเชื่อมั่นจนวินาทีสุดท้าย ว่าเขาถูกหลอก แต่ด้วยหลักฐาน ที่พี่หนุ่ม... คือเราก็คอนเฟิร์มข่าวกับพี่หนุ่มว่า “พี่หนุ่ม ชัวร์ใช่ไหม?" พี่หนุ่มบอก “ล้านเปอร์เซ็นต์" คำว่าล้านเปอร์เซ็นต์คือจบละ แล้วก็เลยแบบว่า มันเข้าข้างต่อไม่ไหวแล้วอะ
ตอนแรกที่หมอของขวัญถามเขา เรื่องเงินไม่ได้เก็บ ไม่ได้เซฟแล้วตอนนั้นบุ๋มก็บอกว่ารู้สึกผิดหวังที่หมอของขวัญไม่เข้าใจหัวอกผู้หญิงเลย จนถึงทุกวันนี้?
หมอของขวัญ: คือเราไม่เข้าใจที่เขาพูดว่า "ไม่เข้าใจหัวอกผู้หญิง" แปลว่าอะไรวะ? คืออย่างนี้นะ ต้องบอกว่า เราเป็นนักธุรกิจ ไม่แปลกที่เราจะมีเงินสดเก็บในเซฟ แต่มันแปลกในบรรทัดฐานของคนทำมูลนิธิ
เราออกมาตั้งข้อสังเกตเฉยๆ ว่า... เราก็เห็นในข่าวเนอะ สบู่ Bennett อันนี้ก็อยากให้คุณสบู่ Bennett อะค่ะ ออกมาให้ข่าวด้วย ว่าจริงๆ แล้วให้เงินคุณบุ๋มไปเท่าไหร่ เพราะสารตั้งต้น เขาบอกว่า ที่เขาเก็บเป็นเงินสด เนื่องจากเหตุผลคือเป็นเงินขวัญถุงของลูก แล้วเก็บเป็นเอาฤกษ์เอาชัย 7 ล้าน
แต่ตามข่าวที่เราเห็นเนี่ย เขาคลอดน้องอเล็กซ์คนแรกเนี่ย ให้ล้านนึง แล้วในข่าวก็บอกว่าเป็น อเล็กซ์ กับ อันดา 1 ล้านบาท ตอนน้องอาเธอร์เนี่ย เหมือนไม่มีข่าวออกมา ว่าให้เท่าไหร่
คำถามคือ ถ้าเงินจำนวนเนี้ยไม่ใช่เงินขวัญถุง จะเก็บเป็นเงินสดทำไม ต่อให้เอาโลกสวยเลย อยากได้แบงก์เนี้ยที่รับขวัญหลาน ซึ่งปกติหมอคลอดลูก คนก็เอามาให้หลายล้านเหมือนกัน เก็บเข้าธนาคาร 100% ค่ะ มันจะมีเหตุผลอะไร ถ้าไม่เข้าข้างเกินไปนัก แต่ ณ วันนั้นที่ออกมาตั้งคำถาม ทัวร์ก็ลงเละ เสืxxอะไรกับเขา เอ้า! ก็เสืxxอยู่ด้วยกันเนอะ
ได้คุยกับสรปุกบ้างไหมว่าสภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง?
หมอของขวัญ: อ๋อ ที่พูดครึ่งนึงเนี่ยค่ะ คำพูดสรปุก (หัวเราะ) คือนางอัดอั้นมาก ยังร้องไห้อยู่เลยค่ะ ยังร้องไห้จน 9 โมงครึ่ง ที่นั่งคุยในรถกันมา ยังร้องไห้อยู่เลยค่ะ
นอกจากสลิปโอนเงินที่เอามาเป็นหลักฐานให้ตำรวจวันนี้แล้ว มีอย่างอื่นที่เอามาเป็นหลักฐานไหม เช่น รายการของที่เราเคยบริจาคให้มูลนิธิ?
หมอของขวัญ: หูย... อันนั้นมันไม่มีแบบจับต้องได้ คือจริงๆ คนประสานงานก็แบบ เอ้า...ต้องการอันนี้เหรอ? เราส่งไปเลย โทรส่งแมสไปเลย มันเป็นอย่างงั้น แต่เรามาเห็นภาพที่แบบว่า...ของบริจาคทั้งอาหารหมา อาหารแมว อาหารคน น้ำดื่ม ยา แพมเพิส ทุกอย่างถูกกองทิ้งเอาไว้แบบ... คือของกูไม่เอา กูเอาแต่เงิน มันเลวร้ายเกินไป
บางคนพูดว่า บุญกับบาปต้องแยกกัน การที่เขาทำดีก็ส่วนทำดี เราต้องขอบอกอย่างงี้ค่ะ “ไม่มีคนดีที่มีพื้นฐานรากฐานมาจากการหลอกลวง” การกระทำดีคุณคืออะไร ไปช่วยน้ำท่วมเหรอ หมอก็ทำได้ ถ้าหมอได้ 800 ล้านไปทำได้เลย ทำได้ทุกวันเลย
คิดพิจารณานานไหม กับการตัดสินใจแจ้งความในวันนี้?
หมอของขวัญ: 10 โมงเช้า อะค่ะ คุยกับพี่หนุ่ม 8 โมง 9 โมง 10 โมงบอกว่าอะ ได้พี่ ก็เลยบอกว่าเดี๋ยวเคทไปแจ้งความนะ เพื่อที่อยากจะให้คนที่มีชื่อเสียง หรือเพื่อนเขา คนที่เคยเป็นเพื่อนเขา กล้าที่จะออกมาและแจ้งความ
แล้วอยากจะฝากถึงทุกคนที่แบบว่า "เอ้า ใช่สิ เขาล้มมึงข้ามเลยนี่" ปัญญาอ่อนค่ะ ต้องพูดตรงๆ แล้วพี่หนุ่มก็น่าจะแจ้งความในเร็ววันนี้ค่ะ
คาดหวังการแจ้งความไว้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับบุ๋มบ้าง?
หมอของขวัญ: อย่างน้อยเราทำในสิ่งที่เราทำได้ ข้อแรกจาก 10 เป็น 100 จาก 100 เป็น 1,000 จาก 1,000 เป็น 10,000 ก็ถ้าเขาบอกว่า คุณบุ๋มยังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะตัดสิน งั้นเราก็มาร่วมทำให้ศาลตัดสินได้ง่ายขึ้นแล้วกัน
ทนายตั้มบอกว่า เร็วๆ นี้คาดว่าหมายจับออกแน่นอน คุณหมอรู้สึกยังไงบ้าง?
หมอของขวัญ: ทุกคนก็ต้องรับสิ่งที่ตัวเองทำ กรรมทำหน้าที่ของมันเสมอ ไม่มีใครใหญ่กว่ากรรม ดังนั้นทุกคนก็ต้องรับสิ่งที่ตัวเองทำค่ะ ส่วนตัวไม่มีความแค้นส่วนตัวนะ บอกไว้ก่อน ในชีวิตคุยกับเขาไม่เกิน 3 ครั้ง
แล้วสรปุกจะมาไหม?
หมอของขวัญ: อุ๊ย คุณสรปุกอยู่ต่างประเทศ (ไม่ได้มอบอำนาจมา?) อ๋อ ไม่รู้นะ คุณสรปุกอยู่ต่างประเทศ
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม