หลังจากที่ หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรดัง เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อให้ข้อมูลในฐานะผู้บริจาคเงินให้กับ มูลนิธิองค์กรทำดี ที่มี บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี นางงาม-พิธีกรสาว เป็นประธานมูลนิธิ ก่อนที่จะเปิดใจกับสื่อว่า หลังจากรู้ข้อมูลบางอย่างทำให้เข่าแทบทรุด มุมมองเปลี่ยน เรียกว่าจากหน้ามือเป็นหลังเท้า

ล่าสุดในรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ทางช่อง 3 โดยมี หนุ่ม กรรชัย และ หมวย อริสรา เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยมีช่วงหนึ่งที่รายงานข่าวของบุ๋ม ด้านหมวยถามว่า พี่หนุ่มคิดว่าสิ่งที่เราฟังพี่บุ๋มสัมภาษณ์มา พี่หนุ่มย้ำให้พูดข้อเท็จจริงทั้งหมด คิดว่าพี่บุ๋มพูดข้อเท็จจริงไม่หมดเหรอ

หนุ่ม กรรชัย ตอบว่า สำหรับพี่เอง พี่ฟังและเชื่อมั่นในตัวบุ๋มตลอด แต่เมื่อวานที่ไป บังเอิญได้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ความคิดเปลี่ยนไป ทั้งหมดที่บุ๋มเล่ามา มันยังไม่หมด ที่ไปเมื่อวานมันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ดินเลย พูลวิลล่าเป็นส่วนที่น้อยมาก อาจเป็นเรื่องที่ถูกเปิดขึ้นมา แต่มันเป็นยอดภูเขาที่มันอยู่เหนือน้ำ แล้วพอใต้น้ำลงไปมันกว้างลงไปแบบนี้ (ทำมือประกอบ) มันมีอะไรมากนั้น

จากนั้นหนุ่มเล่าว่าบริจาคเงินไปเมื่อปี 2567 ก่อนจะเปิดสลิปที่โอนเงินให้ดู ซึ่งโอนไป 1 ล้านบาท ข้างล่างบันทึกว่าสมทบฟื้นฟูน้ำท่วม โอนเมื่อ 18 ก.ย. 2567 เวลา 11.17 น. ตอนนั้นโอนที่ช่อง 3 ก่อนเข้ารายการ โอนไปช่วยน้ำท่วมเชียงราย แล้วเขาต้องฟื้นฟู ก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วย เพราะเราไม่ได้ลงพื้นที่ แล้วทางบุ๋มลงพื้นที่ก็เลยโอนไปโดยไม่บอกบุ๋มด้วย ตอนหลังบุ๋มรับทราบแล้วเอาสลิปขึ้นหรืออะไรสักอย่างจำไม่ได้

แต่เมื่อวานในสำนวนที่ตำรวจส่งมาให้เซ็นชื่อ เวลาคือ 11 นาฬิกา 17 นาที 21 วินาที อ่านเสร็จก็ถามว่าพี่ตำรวจครับ ทำไม่เป็นเวลานี้ ซึ่งของผมไม่มี 21 วินาที แล้วพี่เอามาจากไหน ตำรวจบอกว่าเช็กมาจากข้อมูลที่ผมมีอยู่ว่าเงินคุณโอนเข้าเวลานี้จริงๆ นั่นคือตำรวจเขาจิ้มดูเดี๋ยวนั้นเลยว่าสลิปตรงนี้โอนเข้าไปกระทบยอดที่ผมมีข้อมูลหรือเปล่าว่ามีของคุณโอนเข้ามา

พี่เลยบอกว่าขอโทษนะ ขอดูหน่อยได้มั้ย เพราะรู้สึกว่าในสำนวนมันจะมี 21 วินาที พี่รู้สึกไม่สบายใจ เพราะพี่จะเอา 11.17 น. ตามที่ยื่น หรือจะเอา .21 ด้วยของตำรวจที่เห็น พี่เลยต้องขอดู ตำรวจก็บอกว่าคุณหนุ่มมาดูก็ได้ครับ พี่เลยเดินไปดูจอ แล้วพี่เห็น...

ก่อนที่หนุ่มจะพูดว่า พี่หมวยเคยเห็นเส้นทางการบินของเครื่องบินไหม ที่บินไปมาเป็นเส้นๆ แต่มันเป็นเส้นเหลือคณานับ มันยิ่งกว่าใยแมงมุม มันเป็นจุดเล็กๆ ก็ถามว่าไหนครับที่เป็นบัญชีของผมที่ตรวจสอบเจอ พี่รู้เพราะผมจะมาใช่ไหม เขาบอกไม่ใช่ มีทั้งหมดอยู่แล้ว 

ถามว่าไหนของผมอยู่ไหน แกก็คลิกเมาส์เลื่อน ภาพเหมือนจุดทศนิยมเล็กๆ ค่อยๆ ขยายขึ้นมา แล้วบัญชีมันเต็มจอแบบนี้เลย (ทำมือขยายใหญ่) แล้วเป็นบัญชีขององค์กรทำดีขึ้นมา แล้วมันก็เป็นชื่อของบัญชีพี่ที่โอนล้านนึง มันคือเส้นทางบัญชี เส้นทางการโอนเงิน

พี่เลยบอกว่าผมขอความรู้หน่อยได้ไหม อยากรู้จริงๆ อันนี้มาจากเส้นไหน พี่ถึงได้เห็นว่าบัญชีมี 3 บัญชีนะ คือ บัญชีองค์กรทำดี โดย บุ๋ม ปนัดดา, บัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี, บัญชีสมทบองค์กรทำดี เป็นบัญชีที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานอีกบัญชีนึง แล้วบัญชีเหล่านี้มีการเคลื่อนไหวถอนเงินออก และมีเส้นเงินเข้าๆๆ สานๆๆๆ อย่างนี้เยอะมาก พี่ถามว่ากี่เส้น 1,800,000 เส้น ที่โอนเงินเข้าไป จาก 9 แสนบัญชี บางคนโอนซ้ำ พุทธ อภิวรรณโอนไป 8 แสน ยอดต่ำสุด 19 บาท สูงสุดคือหลักล้าน 

แต่ที่ผมไม่สบายใจมากๆ และอยากให้คุณบุ๋มชี้แจงเหมือนกันเพราะอยากรู้มาก อะไรไม่ตกใจเท่ากับการที่มันมีเส้นเงินหลายครั้งที่คุณบุ๋มมีการโอนเงินจากมูลนิธิองค์กรทำดีย้อนกลับเข้าไปสู่องค์กรทำดี โดย บุ๋ม ปนัดดา แล้วก็โอนออกไปหาบุคคลคนนึง ซึ่งขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อก็แล้วกัน มันได้เหรอ โอนออกไปหาผู้ชายคนนึง คนใกล้ตัว 

อย่าให้พูดมากกว่านี้เลย มันไม่ดีหรอก เอาเป็นว่าคุณเอาไปซื้ออะไรบ้าง จ่ายค่าอะไรบ้าง ตำรวจรู้หมด หมวยถามว่ามันตรงกับที่พุทธ อภิวรรณ พูดเรื่องแบรนด์เนมไหม หนุ่มบอกว่ามันตรง ก่อนจะถอนหายใจ

หมวยถามว่าที่บอกว่าจากพยานอาจเปลี่ยนเป็นผู้เสียหายได้ พี่หนุ่มจะแจ้งความไหม หนุ่มบอกว่าขอให้เป็นเรื่องอนาคตดีกว่า ก่อนแซวว่าเหมือนนั่งรายการโหนกระแสและสัมภาษณ์พี่นะ เรายังไม่ได้คุยเรื่องนี้เลย ก่อนพูดว่าบางคนบอกว่าพูดไปเรื่อย ชี้นำ ผมบอกว่าคุณพูดได้ เพราะคุณยังไม่เห็นแบบที่ผมเห็น 

ผมคือคนที่โอนเงินและถูกเรียกตัวเข้าไป และตำรวจถามว่าคุณจะเป็นพยานหรือผู้เสียหาย ผมบอกว่าจะเป็นพยาน และผมถึงได้ไปเห็นหลักฐานข้อมูลจากการที่ผมต้องเช็กรายละเอียดของผมทั้งหมด ผมถึงได้ไปเห็นและออกมาบอกว่าเป็นแบบนี้ แต่มันมีดีเทลเยอะกว่านี้มากๆ เพียงแต่ผมพูดไม่ได้เพราะไม่เหมาะ ให้ตำรวจเขาแถลงเอง 

ผมพูดในส่วนที่ผมรู้สึกว่าผิดหวัง และข้อเท็จจริงก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ผมได้ยินมาจากบุ๋ม ผมเลยอยากให้บุ๋มพูดข้อเท็จจริง ไม่ต้องพูดกับใครก็ได้ แต่บุ๋มต้องพูดกับทนายของบุ๋มเอง ต้องเล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้ทนายความฟัง เพราะสุดท้ายคุณไม่สบายตรงนี้ คุณจะปิดหมอไม่ได้ไง คุณต้องบอกว่าคุณทำอะไรมาบ้าง เพราะเส้นเงินมันชี้

ก่อนจะเปิดภาพข้อความจาก เอกภพ สายไหม ที่บอกว่า “ถ้าทุกคนรู้ความจริงว่าเงินที่เราบริจาค ถูกเอาไปช่วยเหลือคนลำบากแค่ 2% ส่วนที่เหลือ 98% เขาเอาไปใช้ส่วนตัวล่ะ เราจะพูดอะไรกับเขาดี” และบอกว่าแต่เขาไม่ได้ระบุชื่อว่าเป็นใคร

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม