หลังจากที่ หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เคยบริจาคเงินให้กับมูลนิธิองค์กรทำดี ที่มี บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นประธานมูลนิธิ เมื่อปี 2567 ก่อนที่จะเกิดประเด็นร้อนเรื่องเงินบริจาค โดย ก๊อต อธิป อนันทวรรณ สามีของบุ๋ม ยอมรับว่านำเงินไปใช้สร้างพูลวิลล่าที่ จ.ภูเก็ต และบุ๋มไม่รู้เรื่องนี้ จนเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ล่าสุด หนุ่ม กรรชัย เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อให้ข้อมูลในฐานะผู้บริจาคเงิน ก่อนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
วันนี้เดินทางมาให้ปากคำเรื่องเงินบริจาค?
“ก็มาตามคำเชิญของทางสอบสวนกลางในกรณีที่มีการบริจาคเงินให้กับมูลนิธิองค์กรทำดีครับ บริจาคไปล้านนึงครับ ครั้งเดียวครับ”
ตอนนั้นบริจาคในวัตถุประสงค์อะไร?
“วัตถุประสงค์ก็คือตอนนั้นเป็นสมทบเพื่อฟื้นฟูน้ำท่วม ตอนนั้นน่าจะเป็นเดือน ก.ย. ปี 2567 น่าจะท่วมที่เชียงราย แม่สาย ผมไม่แน่ใจ ถามว่าคุยกันหลังไมค์ไหม ไม่ได้คุยหลังไมค์เลย จริงๆ แล้วตอนนั้นเราบริจาคไปก็ไม่ได้บอกด้วย แต่ว่าเหมือนเราไปเห็นที่เขารับบริจาคในการช่วยเหลือ ทางเราก็รู้สึกว่าตอนนั้นภาคเหนือน่าจะลำบากก็เลยบริจาคไป หลังจากนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรครับ”
ทำไมถึงตัดสินใจเลือกบริจาคให้มูลนิธิองค์กรทำดี ในเมื่อมีหลายๆ มูลนิธิ?
“ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิด ผมบริจาคไป 2 ที่ ที่นึงก็คือให้กับทางมูลนิธิคุณบุ๋ม ปนัดดา นี่แหละ กับอีกอันนึงให้กับคุณกัน จอมพลัง แต่อันนั้นให้แบบส่วนตัวที่ให้ไปช่วยเหมือนกัน แยกเงินกันคนละล้าน”
พอเรื่องโป๊ะแตกว่าเอาไปสร้างศาลเจ้าบ้าง ไปตรงอื่นบ้าง เส้นทางการเงินมันสับสน ตรงนี้สะท้อนอะไรไหม?
“คือจริงๆ แล้วอย่างที่เคยบอกไป เวลาที่ผมบริจาคไปก็ไม่ได้ติดใจอะไรหรอกว่าจะเอาไปทำอะไร แต่ขอให้มันอยู่ในมุมของมูลนิธิเท่านั้นเองในการไปช่วยเหลือคน ก็เข้าใจว่าในช่วงนั้นอาจจะมีคนบริจาคเยอะ อาจมีเงินเหลือเอาไปทำอะไร แต่ว่าก็ขอให้มันอยู่ในองค์กรที่เป็นที่พักพิงของคน ผมก็ไม่ติดอะไร”
ตอนที่ตำรวจแจ้งว่าให้เข้ามาให้ข้อมูล เขาต้องการอะไรบ้าง?
“ไม่ได้บอกอะไรเลยครับ บอกว่าขอให้มาให้ข้อมูลหน่อย ผมก็เลยถามว่ามีใครไปบ้าง เขาก็บอกว่าน่าจะมีเชิญคุณพุทธ อภิวรรณ และจะมีเชิญคุณชมพู่ (อารยา เอ ฮาร์เก็ต) และคุณเบลล่า (ราณี แคมเปน) นะครับ เราก็โอเค เดี๋ยวยังไงผมเข้าไปแล้วกันครับ”
เตรียมเอกสารอะไรมาให้ตำรวจไหม?
“ก็มีแค่ปรินท์ใบสลิปมาให้ครับ แต่ว่าอันอื่นก็ไม่ได้มีอะไร”
ตอนนั้นคิดว่าเงินบริจาคล้านนึงสามารถเอาไปลดหย่อนภาษีหรือว่าเกี่ยวกับเรื่องธุรกรรมบริษัทได้ไหม?
“ไม่ครับ ไม่ได้คิดจะขอลดหย่อนภาษีอะไรเลย เพราะว่าตอนนั้นมีความรู้สึกแค่ตั้งใจอยากจะช่วยเท่านั้นเอง ก็ไม่ได้ขอใบหักภาษีอะไรด้วยครับ”
พอเรื่องเป็นแบบนี้ เราเสียดายเงิน 1 ล้านที่โอนไปบริจาคไหม?
“โดยส่วนตัวแล้วผมบริจาคไปแล้ว ผมรู้สึกว่าผมไม่เสียดายนะ ผมแค่รู้สึกว่าเราได้ทำบุญไปแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าถ้าเกิดใครเอาไปใช้ในทางไม่ถูกไม่ควร ก็เป็นสิ่งที่เขาต้องรับสิ่งที่เขากระทำไป ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม”
แอบผิดหวังไหมหลังเกิดเรื่องแบบนี้?
“คือ ณ ตอนนี้ข้อเท็จจริงยังไม่ได้ปรากฏถึงขนาดที่ว่าเงินมันถูกเอาไปใช้จ่ายในช่วงไหนๆ ก็อาจจะยังไม่รู้สึก แต่ถ้าสุดท้ายมันเป็นแบบนั้นจริงๆ มีการเอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จริงๆ มีการเอาไปทำอะไรที่มันไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่เรามอบไป มันก็รู้สึกแหละครับ
เพราะว่าในนี้มันก็เขียนชัดเจนอยู่แล้วว่าสมทบฟื้นฟูน้ำท่วม แต่ก็ไม่ได้ไปใช้ในส่วนอื่นๆ โดยที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของบุคคลที่กำลังต้องการความช่วยเหลือนะ มันก็ต้องผิดหวังแหละ บางทีอาจจะไปซื้อบ้านซื้อกระเป๋าหรืออะไรก็แล้วแต่ หรือเอาไปทำอะไรนอกเหนือจากจุดประสงค์ของเรา เราก็คงจะรู้สึกผิดหวัง”
บุ๋มบอกว่าเป็นเรื่องคนใกล้ตัว เขาก็ยอมรับความผิดพลาด แต่ก็พยายามที่จะหาเงินส่วนตัวมาคืนกับมูลนิธิ มองเรื่องนี้ยังไง?
“เรื่องนี้ไม่ก้าวล่วงดีกว่าครับ เพราะเป็นสิทธิ์ทางคุณบุ๋มที่จะชี้แจง แต่สุดท้ายก็โดยฐานะที่ผมเองกับคุณบุ๋มก็รู้จักกันมานานมาก เห็นมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ ยังวัยรุ่นกันอยู่ ลึกๆ ก็เป็นกำลังใจให้เขานะครับ อยากให้เป็นอย่างที่คุณบุ๋มพูดจริงๆ ว่าถูกหลอก แต่สุดท้ายเนี่ยสิ่งสำคัญที่สุดมันคือเส้นเงิน มันคือการสืบสวนสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ก็ต้องไปว่ากันตรงนั้น”
ก๊อตรับจบ บอกบุ๋มไม่รู้เรื่องนี้ เราเชื่อไหม?
“เชื่อไหมเหรอ มันตอบไม่ได้อ่ะ แต่ถามว่ามันแปลกไหม มันก็แปลกนะครับ คือถ้าเกิดคุณก๊อตหลอกคุณบุ๋มมาตั้งแต่แรก ทำไมคุณก๊อตไม่ออกมาพูดตั้งแต่แรก มันช้าไปหรือเปล่า แล้วถ้าเกิดคุณหลอกเขาจริงๆ คุณรู้มั้ยว่าการที่คุณออกมาพูดช้าขนาดนี้มันทำให้คุณบุ๋มเองเขาเดือดร้อน แล้ววันนั้นที่คุณออกมาพูดกับผมเองในรายการ ผมว่ามันก็ไม่ได้ชัดเจน มันยังไม่เคลียร์นะฮะ”
มองว่ามันผิดปกติไหม กับการที่เป็นคู่ชีวิตแต่ไม่ได้รับรู้กันและกัน เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน?
“โอ้โห ในเรื่องครอบครัวมันก็แล้วแต่ครอบครัวนะครับ เขาอาจจะมีเส้นของเขาในแต่ละครอบครัว ผมไม่ก้าวล่วงดีกว่า แต่ถ้าจะให้พูด มันมีความผิดสังเกตตรงที่ว่า ทำไมผู้รับเหมาก่อสร้างที่ชื่อช่างเอ๋เนี่ยเขากลับพูดอีกแบบนึง คือฝั่งตัวคุณก๊อตบอกว่าคุณบุ๋มไม่รู้เรื่องเลย เรื่องการสร้างบ้านพูลวิลล่าที่ภูเก็ต แต่ในขณะเดียวกันช่างเอ๋บอกกับผมเองในรายการว่าคุณบุ๋มรู้เรื่องตั้งแต่แรก มันก็เลยงงไปกันใหญ่ว่าเอ๊ะ ใครพูดจริง ใครโกหกกันแน่”
หลังบุ๋มโฟนอินในโหนกระแส ได้คุยกันหลังไมค์เพิ่มเติมอีกไหม?
“เอ่อ…มีส่งไลน์คุยกัน แต่ว่าก็เป็นแค่ตัวอีโมจิฮะ ไม่มีการพูดคุยอะไรมากกว่านั้นครับ”
ทำไมดารานักแสดงคนมีชื่อเสียงถึงได้เลือกบริจาคกับคุณบุ๋มจำนวนมากๆ มันเป็นเพราะเรื่องแฟชั่นหรือเป็นเรื่องต้องการความช่วยเหลือของบุ๋มจริงๆ?
“มันคือความไว้ใจครับ คืออย่างผมเองเนี่ย ผมบริจาคก็ไม่ได้บริจาคให้บุ๋มคนเดียวนะครับ คนที่ใกล้ๆ ตัวผมหรือผมไว้ใจ ผมก็จะบริจาค หรือแม้กระทั่งมูลนิธิอื่นๆ อย่างเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก ผมก็บริจาค คือผมไม่ได้เลือกว่าต้องเป็นที่ไหน แต่ว่าถ้าจำเป็นต้องบริจาคใกล้ๆ ตัว เพราะรู้สึกว่าเออ เห็นเขาลงพื้นที่ เห็นเขาไปทำ ผมก็จะเลือกคนใกล้ๆ ตัว”
ไว้ใจในชื่อบุ๋มหรือไว้ใจในฐานะรู้จักกันส่วนตัว?
“ไว้ใจตัวคุณบุ๋มเอง เพราะว่าเห็นในสิ่งที่เขาลงพื้นที่ เราก็เลยไว้ใจครับ”
กับความไว้ใจ ผลสะท้อนทำให้รู้สึกเลวร้าย มองยังไง?
“วันนี้ก็ยังไม่รู้สึกเลวร้ายนะ อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นว่าจริงๆ แล้วมันคงต้องรอให้เป็นรูปธรรมขึ้นมาก่อนว่าจริงๆ แล้วข้อเท็จจริงอยู่ตรงไหน วันนี้อาจจะเป็นข้อกล่าวหา อาจจะมีหลักฐานที่ชี้ชัดถึงตัวคุณบุ๋ม แต่สุดท้ายตัวคุณบุ๋มมีสิทธิ์ชี้แจงอยู่ อันนี้ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการ”
มีโอกาสคุยกับเพื่อนๆ ในวงการบันเทิงไหม เขาบริจาคกันหลายคนมาก?
“ไม่ได้คุยกับใครเลยครับ ก็จะมีคุยกับพุทธ (พุทธ อภิวรรณ) เมื่อวานนี้ที่โทรคุยกัน และเมื่อกี้เพิ่งคุยกัน คุยกับพุทธเมื่อวานก็ถามแค่ว่าพุทธจะมาตอนไหน กี่โมง ตอนแรกจะมาพร้อมพุทธ แต่ว่าพุทธต้องมาตอนเช้า เขาทำงานเย็น พี่เลยต้องมาเย็น เพราะพี่ทำงานเช้า ก็เลยไม่ได้คุยเรื่องอื่นเลยครับ”
คิดว่าบุ๋มสามารถกลับมายืนที่เดิมได้ไหม ถ้าเคลืยร์ตัวเองได้แล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าออกมาในรูปแบบไหน?
“คงต้องใช้เวลาครับ ถ้าหากว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นมันเป็นอย่างที่คุณบุ๋มพูดจริงๆ ว่าโดนหลอก ก็ต้องให้เวลาเพราะว่าถ้าจะกลับมาในเร็ววันนี้คงจะยาก เพราะความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีมันก็จะหายไป แล้วคุณบุ๋มเองผมก็เชื่อว่าต้องอยู่กับคำครหาไปอีกระยะนึงเลย ต่อให้คุณบุ๋มบริสุทธิ์วันนี้ แน่นอนทุกคนก็ต้องบอกว่าบริจาคไปเป็นไงล่ะ โดนผัวหลอก มันก็จะหลอกหลอนคุณบุ๋มอยู่อย่างนี้ ฉะนั้นผมเชื่อว่าคุณบุ๋มเองก็คงจะต้องหยุดตรงนี้ด้วยเหมือนกัน”
มีหนทางไหนอยากแนะนำบุ๋มไหม?
“โห ยากมาก (ยิ้ม) ให้แนะนำคงจะบอกว่าอยากให้บุ๋มพูดความจริงทั้งหมด ความจริงจะเป็นสิ่งที่ปกป้องตัวเราเอง ต่อให้วันนี้บุ๋มจะผิดพลาดหรืออะไรก็ตามแต่ ถ้าบุ๋มพูดความจริง สิ่งเหล่านั้นก็จะกลับมาคุ้มครองตัวบุ๋ม มันอาจจะ…ถ้าไม่ผิดมันก็อาจไม่ผิดไปเลย แต่ถ้าเกิดมันผิด มันก็อาจจะทำให้ความหนักกลายเป็นเบาได้ มันก็ต้องแล้วแต่ในสิ่งที่คุณบุ๋มได้กระทำเอาไว้”
ต้องคิดเยอะขึ้นไหมในการบริจาคหลังจากนี้?
“เท่าที่ผมทราบมา มันก็จะมีมูลนิธิที่อยู่ในประเทศไทยค่อนข้างเยอะ จริงๆ การที่ออยศรีเขาออกมาเรียกร้องอยากให้มีการตรวจสอบทุกมูลนิธิที่ไม่ได้เป็นมูลนิธิของทางภาครัฐหรือไม่ได้เป็นการกุศลจริงๆ ผมว่าภาครัฐจำเป็นต้องตรวจสอบ
ถามว่าผมยังบริจาคไหม ผมก็ยังคงบริจาคอยู่ เพราะผมรู้สึกว่าอะไรที่ผมได้มา มันก็ควรจะคืนกลับไปให้กับคุณผู้ชมหรือประชาชนด้วย ผมมีวันนี้ได้เพราะคนดู วันนึงผมได้รับเงินโฆษณามา ผมก็แบ่งส่วนนึงเอาไว้บริจาคในการที่ช่วยคนตกทุกข์ได้ยากบ้าง หรือเป็นค่าเรียนของเด็กนักเรียนด้อยโอกาส ผมก็ยังมั่นใจว่าก็ยังมีคนที่ดีๆ ยังหยิบยื่นสิ่งเหล่านี้ไปถึงตัวผู้ที่เขาได้รับผลกระทบจริงๆ
แต่อันนึงที่อยากขอร้องจริงๆ คือบรรดามูลนิธิทั้งหลายที่เกิดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด มันคงไม่ยากถ้าคุณจะกระทบยอดให้ประชาชนได้เห็นในทุกเดือน มันง่ายมากเลยถ้าคุณรับบริจาคไปแล้ว คุณเปิดบัญชีเลยว่าเดือนนึงได้เงินมาเท่าไหร่ ใช้จ่ายไปเท่าไหร่ คุณกระทบยอดลงหนังสือ เว็บที่เชื่อถือได้
เพียงแต่ขอให้กระทบยอดให้ประชาชนได้เห็นว่าเอาไปใช้ที่ถูกที่ควรไหม มีเงินเข้าออกเท่าไหร่ต่อเดือน มันไม่ยาก การที่คุณลงพื้นที่ไปช่วยคน ผมว่ามันยากกว่าการที่คุณออกมาชี้แจงว่าในแต่ละเดือนเงินเข้าเท่าไหร่ด้วยซ้ำ ทำไมคุณทำกันไม่ได้ มันยากตรงไหน อันนั้นคุณจะโปร่งใส คุณจะสง่างามด้วยซ้ำ”
จากนี้ถ้าจะบริจาคสักที่ จะดูอะไรเป็นอย่างแรก?
“ก็คงจะดูที่เป็นมูลนิธิที่เป็นการกุศลจริงๆ เป็นมูลนิธิที่อยู่กับภาครัฐ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันจะเป็นไปได้ แต่ก็ไม่อยากให้อินฟลูฯ คนอื่นๆ ที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนต้องเสียกำลังใจ สิ่งที่คุณทำดีอยู่แล้วในการที่ไปช่วยเหลือ เพราะผมคงไม่มีเรี่ยวแรงในการลงไปลุยน้ำ เจอภัยพิบัติต่างๆ ก็คงต้องพึ่งพาอินฟลูฯ ทั้งหลายนี่แหละ เพียงแต่ความเชื่อใจคือความโปร่งใสของตัวคุณเอง
ถ้าตัวคุณทำให้ประชาชนมั่นใจในตัวคุณได้ ผมว่าคุณก็สง่างาม คุณชี้แจงได้ว่าเอาเงินแต่ละเดือนไปทำอะไรบ้าง คุณเปิดตัวเลขได้ ผมว่ามันไม่เดือดร้อนอะไรเลย เพราะเป็นเงินของประชาชน คุณรับมาล้านนึงก็โชว์ล้านนึง ใช้ไป 8 แสน เหลือ 2 แสน 8 แสนใช้อะไรบ้างไม่ยากเลยครับ เพียงแต่พอคุณไม่ออกมาโชว์ วันนึงมีเรื่องแบบนี้ขึ้นมา จะมาอ้อนวอนขอความเห็นใจ ประชาชนก็จะมองอีกแบบแล้วว่าผิดหวังเกิดขึ้นกับตัวเขา”
พอจะจำได้ไหมว่าบริจาคเข้าทุกมูลนิธิประมาณเท่าไหร่?
“โห อย่าให้พูดเลยครับ ปีนึงก็หลักล้าน อย่าไปพูดเลยครับ (หัวเราะ)”
อยากพูดอะไรถึงก๊อตไหม?
“อยากให้คุณก๊อตพูดตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น อะไรก็ตามแต่อย่างที่ผมบอก ความจริงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ปกป้องตัวคุณและครอบครัว อันนี้เป็นเรื่องใหญ่เพราะเป็นเงินของประชาชน คุณอย่าลืมว่าคนคนนึงเขาอาจจะยากจน แต่เขาควักเงิน 100 บาท หรือ 10 บาทมาบริจาคให้คุณ มันเป็นความยากลำบากของเขานะ แต่เขากล้ามอบให้คุณเพื่อเอาไปส่งต่อช่วยเหลือคน ผมว่าคุณต้องกลับไปคิดว่าควรทำแบบนี้หรือเปล่า”
มีข่าวว่าเงินบริจาคบางส่วนไปซื้อแบรนด์เนม?
“อันนี้ไม่ทราบครับ แต่ได้ยินข่าวแว่วๆ มาเหมือนกัน แต่อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ตำรวจต้องพูด”
เรื่องที่อุทานในรายการว่าเพิ่งรู้ว่าเงินที่ตัวเองบริจาคเอาไปสร้างพูลวิลล่า?
“คือไทม์ไลน์ตัวพี่เอง เขาไปสร้างปีที่แล้ว แต่ไทม์ไลน์พี่ปีก่อนโน้น ไทม์ไลน์พี่อาจจะยังไม่ใช่ แต่จะมีเส้นเงินที่มีการเรี่ยไรในช่วงวันนี้แล้วไปตรงกัน คือเรี่ยไรและออกไปในวันเดียวกัน มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจ เพราะเงินมันนำไปสู่มือของนายอภิชาติ”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม


