จากประเด็นร้อนดราม่าเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี โดย บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นประธานมูลนิธิ ที่มีการโอนเงินให้ ช่างเอ๋ ผู้รับเหมาก่อสร้างพูลวิลล่า จ.ภูเก็ต และช่างเอ๋โอนเงินมาให้ ก๊อต อธิป อนันทวรรณ สามีของบุ๋ม จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเวลานี้ ก่อนที่ก๊อตจะโฟนอินชี้แจงในรายการ “โหนกระแส” ทางช่อง 3 ว่า ยอมรับว่าหลอกบุ๋ม เรื่องพูลวิลล่าบุ๋มไม่รู้เรื่อง
ล่าสุด ทนายเพชร เอกสิทธิ์ ศรีสังข์ ทนายความของบุ๋ม ปนัดดา ก็ได้โฟนอินเข้ารายการโหนกระแสเช่นกัน ซึ่งหนุ่มถามว่าทนายเพชรมองเรื่องราวเหล่านี้ยังไงบ้าง ทนายเพชรกล่าวว่า “คือพี่บุ๋มให้เกียรติพี่หนุ่มมากเลยนะ ในทางคดีเนี่ย ผมแถลงไปแล้วว่าทุกอย่างอยากให้ถูกกระบวนการ แต่ในเมื่อวันนี้เขาพูดไปแบบนี้ จากที่ผมฟังรายการ เนื่องจากผมเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นทนายของพี่บุ๋ม ผมจะอธิบายสาเหตุว่าทำไมไม่แจ้งความนะครับ
เราในฐานะนักกฎหมาย การที่เราจะแจ้งความใครสักคน ผมต้องสืบหาข้อมูลและพยานหลักฐานก่อน ผมไม่ได้ทำตามกระแสสังคม ที่ผ่านมาผมพยายามล้วงความจริงจากคุณก๊อตว่าเป็นอย่างไร เขาไม่เคยยอมรับความจริง จนกระทั่งวันนี้ผมเห็นในรายการ เมื่อเขาพูดอย่างนี้แล้ว มันไม่มีทางเลือกอื่น มันต้องเข้าสู่กระบวนการไป
อะไรที่คุณบุ๋มผิด ผิดระเบียบหรือไม่ มันผิดอยู่แล้วครับ แต่มีเจตนาฉ้อโกงหรือไม่ หรือเป็นคนที่ถูกหลอกมาอีกทีหนึ่ง ตรงนี้ให้ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ถ้าผิดระเบียบข้อบังคับ และต้องรับผิดชอบต่อมูลนิธิ ผมบอกกับคุณบุ๋มแล้วว่าจะต้องหมดตัว ขายบ้าน ขายทุกอย่าง เพื่อชดใช้มูลนิธิก็ต้องทำ ถ้าถึงขั้นจะต้องผิด ต้องเข้าสู่กระบวนการ เราก็จะเข้า เราจะรับทุกอย่างอย่างผ่าเผยครับ ไม่ปฏิเสธความรับผิดในทางแพ่งส่วนทางอาญาถ้าผิดก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานครับผม”
หนุ่มถามต่อว่า เท่าที่ทนายเพชรคุยกับทางบุ๋ม วันก่อนเห็นบอกว่าบุ๋มนัดเจอกับก๊อต ก๊อตว่าไงบ้างตอนนั้น ทนายเพชรกล่าวว่า “เรื่องนี้มันเป็นความลับของลูกความนะครับ ผมไม่สามารถบอกได้ว่าวันนั้นผมไปคุยอะไรกับใคร แต่ผมบอกได้ว่าทุกอย่างผมจะประมวลข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดนะครับ ถ้าผมต้องคุยกับคุณก๊อต ผมก็ต้องคุยเพื่อหาความจริงว่าเรื่องเป็นอย่างไร”
กับคำถามว่าทีนี้ตัวสลิปเงินทั้งหลายที่มีการโอนเงินจากบัญชีมูลนิธิองค์กรทำดีไปถึงผู้รับเหมาอย่างเช่นนายอภิชาติ (ช่างเอ๋) ในข้อเท็จจริงมันจะไปสู้ในมุมไหนว่าบุ๋มโดนหลอกให้เชื่อและโอนไป เพราะคิดว่าจะไปจ่ายที่โน่นที่นี่ แต่สุดท้ายโอนเงินไปให้ทางนายก๊อตเอง มันจะมีหลักฐานอะไรไปโต้แย้งได้เหรอ ยกเว้นคำพูดของก๊อต
ทนายเพชรตอบว่า “ทุกอย่างเป็นไปตามเส้นเงินอยู่แล้วครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยืนยันได้จากคุณบุ๋มก็คือ พี่ลองสังเกตดูว่าถ้าคุณบุ๋มตั้งใจว่าจะเอาเงินตรงนี้มาเป็นของตัวเอง เขามีวิธีการตั้งเยอะแยะ ถอนเป็นเงินสดก็ดี หรือโอนให้ก๊อตโดยตรงเลยก็ดี ถ้าเขาไม่ได้ถูกก๊อตหลอก ทำไมเขาต้องโอนให้ช่างเอ๋ แล้วให้ช่างเอ๋โอนต่อให้ก๊อต ทำไมเขาไม่เบิกถอนเงินสด ทำไมถึงไม่โอนให้ก๊อตโดยตรง”
หนุ่มบอกว่าเพราะมันโต้งเกินไปไง ทนายเพชรบอกว่า “พี่ฟังก่อน ถ้าเกิดไปดูตัวเลข ทำไมถึงเป็นจุดทศนิยม ผมไม่ได้บอกว่าคุณบุ๋มไม่ผิดนะครับ ผมตั้งข้อสังเกต แต่สุดท้าย ณ วันนี้ ผมมีเวลาทำงานแค่ 3-4 วัน ผมเลยยังไม่อยากออกข่าวไงครับพี่ ผมย้ำกับคุณบุ๋มว่ายังไม่อยากให้ออกข่าว แต่ถ้าพยานหลักฐานมันมียังไงก็เป็นอย่างนั้น ใครทำผิดก็เข้าสู่กระบวนการไป
ส่วนที่พี่แนะนำให้แจ้งความ ตรงใจกับผมเลย แต่ขอเป็นพรุ่งนี้เช้านะครับพี่ ผมรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุญาตนัดนักข่าวเลยครับ พรุ่งนี้ (3 พ.ย.) ที่กองปราบฯ เวลา 9.30 น. วันนี้ขอพิมพ์คำแจ้งความก่อน คุณบุ๋มต้องไปด้วยครับ”
ถามว่าแจ้งข้อหาอะไรบ้าง ทนายเพชรกล่าวว่า “คือเราต้องใช้มูลนิธิในการแจ้ง ส่วนข้อหามันจะต้องมีการแจ้งอย่างน้อยที่เห็นคือ 2 คน คือคุณก๊อต ซึ่งเขารับแล้ว ส่วนอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นทางผ่านทางการเงิน ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อ” หนุ่มถามว่าช่างเอ๋ ทนายเพชรบอกว่า “ผมไม่อยากจะพูดอะไรมากมายเลยครับ แต่ในเมื่อลูกความผมเขาเกรงใจพี่ เขาโฟนอินโดยที่เขาไม่ฟังผม ผมก็ต้องแก้ไขปัญหาแบบนี้ครับ”
หนุ่มบอกว่าอย่าไปว่าเขาเลย ผมโทรไปเอง ทนายเพชรกล่าวว่า “ก็ต้องว่าครับ เพราะเขาไม่ฟังผม ถ้าเขาไม่ฟังผมอยู่อย่างนี้ ผมก็จะพิจารณาว่าจะทำต่อมั้ย” หนุ่มบอกว่าเขาอาจจะร้อนใจก็ได้ อย่าไปดุเขาเลย ทนายเพชรกล่าวว่า “เขาเป็นคนมีคดี เขาต้องฟังผมครับ”
หนุ่มถามว่ากังวลใจไหมถ้าเกิดไปแล้วจะโดนแจ้งข้อกล่าวหาเลย ทนายเพชรตอบว่า “ยินดีเข้าสู่กระบวนการครับ จะช้าจะเร็วก็ต้องเข้าสู่กระบวนการอยู่แล้วครับพี่หนุ่ม ถ้าไปแล้วพรุ่งนี้รู้เรื่องเลยก็ดีครับ ถ้าแจ้งเลยเขาก็ต้องพาไปฝากขัง คิดว่าจากกระบวนการที่ผ่านมาเราไม่เคยหลบหนี ไม่เคยปฏิเสธความรับผิด ผมเชื่อว่าศาลให้ความยุติธรรมครับ”
หนุ่มถามว่าในกระบวนการคือฉ้อโกงประชาชน มันอาจจะไม่ได้มีการปล่อยออกมาแบบนี้ ทนายเพชรกล่าวว่า “ก็ยินดีครับ ในเมื่อสุดท้ายแล้วถ้าศาลเห็นไม่สมควรยังไง ทุกคนต้องเคารพคำสั่งศาลครับ”
หนุ่มหันไปถาม ผู้การแต้ม พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ อดีตผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 เจ้าของฉายา "มือปราบหูดำ" ว่าแบบนี้เสี่ยงมั้ย ผู้การแต้มบอกว่า ก็เสี่ยง อย่างที่บอกว่าเวลาจะแจ้งความต้องมีพยานหลักฐานพอสมควร อยู่ดีๆ เราไปบอกแจ้งความ เวลาตำรวจถามมีหลักฐานอะไรบ้าง คนไปแจ้งความต้องมีพยานหลักฐานพอสมควร ให้ตำรวจสามารถจะรับแจ้งความและแจ้งข้อหาได้ ไปแจ้งความในฐานะผู้ร้องทุกข์หรือผู้กล่าวโทษ ก็ตามที่ทนายเพชรพูดก็ถูกแล้ว
ทนายเพชรกล่าวขอบคุณพี่แต้ม และบอกว่า “เนี่ยครับเหตุผลที่ผมยังไม่แจ้ง วันนี้ผมได้ความชัดเจนจากคุณก๊อตที่ผมพยายามบี้เขามาตลอด ผมเพิ่งได้วันนี้ครับ และผมเชื่อว่าก็คงเพียงพอสำหรับการแจ้งความวันพรุ่งนี้ครับ ขอบคุณพี่แต้มครับ”
หนุ่มพูดว่า แสดงว่าที่ผ่านมาเคยถามแล้วแต่เขาไม่ยอมรับ จนกระทั่งวันนี้ถึงได้ยอมรับว่าเขาเอาเงินคุณบุ๋มโอนเข้าไป โดยที่คุณบุ๋มไม่รู้มาก่อนว่าเขาเป็นคนทำ ทนายเพชรตอบว่าถูกต้อง
หนุ่มพูดต่อว่าบุ๋มเองก็ยืนยัน บุ๋มเองก็เข้าใจว่าที่ภูเก็ตคือบ้านพักตากอากาศของเขาเอง แต่พูลวิลล่าบุ๋มไม่เคยรู้เรื่องเลย พอย้อนกลับไป บุ๋มบอกว่าเงินที่โอนไป เข้าใจว่าเป็นการเอาไปสร้างมูลนิธิที่คลอง 8 จ.ปทุมธานี โอนเงินไปให้ มันถึงเห็นของที่ขึ้นมา ก็คือที่คลอง 8 ไม่งั้นของจะขึ้นมาได้ยังไง อันนี้เป็นอีกมุมนึง ถ้าเป็นแบบนี้ ก๊อตก็ใช้เงินเข้ากระเป๋าซ้าย ออกกระเป๋าขวา อันนี้จ่ายอันนั้น อันนี้ใช้อันนี้
ทนายเพชรตอบว่า “ครับ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาต สิ่งที่คุณบุ๋มยืนยันกับผม และผมสอบข้อเท็จจริงกับคุณบุ๋มอย่างหนักแน่น บอกว่าต้องพูดความจริงกับผมนะครับ ผมถามว่าทุกครั้งที่คุณเอ๋โอนเงินให้คุณก๊อต คุณก๊อตเคยเอามาใช้จ่ายอะไรของคุณบุ๋มไหม เคยโอนกลับมาให้คุณบุ๋มไหม เขาบอกว่าไม่เคย ซึ่งยังไงเส้นเงินต้องปรากฏอยู่แล้ว”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม


