“ชมพู่ อารยา” เปิดใจครั้งแรก ถึงประเด็นดราม่าการแข่งขันรถโกคาร์ทของลูกชาย “น้องพายุ” รวมถึงมุมมองต่อกรณีข่าวของ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ของ “บุ๋ม ปนัดดา” ที่เจ้าตัวเคยร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือสังคม

ดราม่าหนักๆ ก่อนหน้านี้เรื่องแข่งโกคาร์ทของ น้องพายุ ที่เกิดขึ้น เราอยากจะพูดอะไรไหม?

"ถามกว้างมากเลย ไปต่อไม่ได้เลย คือมันผ่านมาแล้วค่ะ"

มันกระทบสภาพจิตใจยังไง?

"กระทบกระเทือนยังไงเหรอคะ มันก็เป็นประสบการณ์ ชมว่ามันเป็นเรื่องปกติของคนเป็นพ่อเป็นแม่ คือลูกรู้สึกเท่าไหร่ เราก็จะรู้สึกมากกว่าเขาไปอีก สุดท้ายชมเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมดีเสมอ เป็นประสบการณ์"

น้องพายุเป็นยังไงบ้าง?

"โอเคค่ะ ก็กำลังใจเยอะ แต่ก็เด็กมูฟออนเร็วกว่าผู้ใหญ่ เคยพูดแล้ว แล้วก็จริง เคสนี้ก็จริงเหมือนกัน"

บางคนกลัวว่าน้องจะหมดแพชชั่นในการแข่งไหม?

"อ๋อ ไม่ๆ เราก็คุยกันเหมือนกัน เพราะว่าจริงๆ มันก็ไม่ใช่อุปสรรคแรกที่เคยเจอ มันก็มีหลายๆ อุปสรรคที่เคยเจอมา เขาก็ยังมุ่งมั่นอยู่ จนถึงวันนี้ก็ยังมุ่งมั่นอยู่"

แม่ชมอธิบายน้องพายุยังไง ว่าวันนั้นเรายังไม่ได้ถ้วยรางวัล อยากให้แชร์ว่าเราควรพูดกับลูกยังไง?

"ก็พูดตามจริงว่าวันนั้นสถานการณ์มันเกิดอะไรขึ้น เพราะว่าเราก็รู้พร้อมกับเขา เขาก็อยู่ในเหตุการณ์ ก็รู้เท่ากัน อธิบายตามจริง มันก็ไม่ได้ใช้เวลานานที่เขาจะเข้าใจได้ เพราะว่าเด็กมันก็เสพคอนเทนต์ พวก F1 มันก็เป็นเรื่องที่มันมีในวงการ พอมันเกิดกับเขาก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก็สอนว่าเกิดกับใครก็ได้"

อธิบายกับน้องยังไง หลายคนก็รู้สึกเศร้ากับเขาไปด้วย?

"ก็ไม่ต้องอธิบายหรอก ชมว่าคนเป็นแม่ เก็ทค่ะ ไม่ต้องขยี้ มันผ่านไปแล้ว"

แม่ชมจะพาน้องไปแข่งที่อิตาลีจริงไหม ที่แอบิเกลหลุดออกมา?

"(ยิ้ม) ยังไม่มีอะไรชัดเจนค่ะ คือคุณพ่อเขาจะไปทำธุระของเขา เด็กเขาก็หูผึ่ง เหมือนเขาก็อยากตามไปด้วย"

แต่ยังไงน้องพายุก็จะไปต่อกับการแข่งขัน?

"จริงๆ ตั้งแต่แรก เรามองไว้ว่าแค่โปรแกรมนี้โปรแกรมเดียว เหมือนเราค่อยคุยกันต่อว่าปีหน้าจะลงอะไรบ้าง เพราะว่าในแต่ละการแข่งขัน เวลาที่เราอยู่ในฤดูการแข่งขัน พวกเราก็ต้องซ้อม มันก็อาจจะมีโดนเรื่องเรียนบ้าง เพราะฉะนั้นเดี๋ยวค่อยมาวางแผนกันอีกทีในปลายปีว่าปีหน้าลงอะไรบ้าง เพราะว่าที่บ้านก็เดินทางกันบ่อย เราเป็นครอบครัว เรามีกัน 5 คนเนอะ เรามีพี่สายฟ้า และมีน้องเกล เวลาเราเดินทางเวลามันก็จะกระทบกันไปหมด 

เราก็ต้องมานั่งวางแผนกันดีๆ พายุจะได้ทำตามความฝันของตัวเอง ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ในขณะที่เราทุกคนยังได้มีเวลาเอ็นจอยด้วยกัน ยังได้ใช้เวลาคุณภาพด้วยกัน ยังไปกันเป็นแพ็คแบบนี้ เดี๋ยวก็ต้องมานั่งดูกันอีกที เพราะว่าโปรแกรมแข่งมันมีเยอะมาก ดูว่าเดี๋ยวค่อยมาเลือกอีกทีว่าอะไรที่เหมาะกับเขา ลงตัวกับเวลา"

แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนอย่างหนึ่งว่า คนไทยรักครอบครัวเรามาก?

"เออ อย่าพูดซึ้งอ่ะ เดี๋ยวร้องไห้ (หัวเราะ) ก็ไม่ได้คิดค่ะ ขอบคุณทุกคนจริงๆ ก็อยากจะบอกว่า จริงๆ เห็นเกือบหมดก็ขอบคุณค่ะ"

มีแต่คนบอกว่า ฉันเลี้ยงของฉันมา?

"ก็อาจจะมันเป็นความผูกพันเนอะ เรามันเห็นกันมาตลอด เห็นกันในทุกช่วงเวลาของชีวิต"

เรื่อง มูลนิธิองค์กรทำดี ของบุ๋ม ปนัดดา แม่ชมก็เป็นอีกคนที่เคยบริจาค พอเห็นกระแสข่าวอย่างนี้แล้วรู้สึกยังไง มีมุมมองยังไงบ้าง?

"ก็เห็นใจทุกคนนะ ส่วนตัวชม อะไรที่เราทำ ณ เวลานั้น ให้ไป ณ เวลานั้น เรารู้สึกว่าเราก็บริสุทธิ์ใจและเราก็คิดดีแล้ว ไม่ได้รู้สึกเสียดายหรือว่าอะไร เอาเป็นว่าก็ยังเป็นกำลังใจให้ พี่บุ๋ม นะ ชมก็ส่งข้อความหาแกนะ ยังเป็นกำลังใจให้แก แล้วก็เอาเป็นว่าใช้โอกาสนี้เคลียร์อะไรที่มันอิรุงตุงนัง 

ถ้ามันมีความซับซ้อนหรือว่ายังทำไม่ถูกต้องอะไรก็แล้วแต่ ก็ใช้โอกาสนี้แหละปรับระบบโครงสร้างกันใหม่ ก็ไม่ติดใจอะไร เพราะว่ามันเห็นในสิ่งที่เขาทำ แล้วก็เวลาที่เรามีเจตนา เราก็จะถามแกตรงๆ ว่ายังขาดอะไร ตรงไหน แล้วสตางค์ที่เราให้ไปจะไปตรงไหน ก็ไม่เป็นไร ไม่ติดใจ หลังจากนี้อะไรผิดถูกก็ว่าไปตามกระบวนการ".

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม