ตกเป็นประเด็นดราม่าร้อนครั้งใหญ่ สำหรับ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เมื่อมีการเปิดเผยว่าบัญชีขององค์กรทำดี โดย น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี มีการโอนเงินให้กับ ช่างเอ๋ ผู้รับเหมาที่ทำพูลวิลล่า จ.ภูเก็ต จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ซึ่งพูลวิลล่าหลังนี้ ก๊อต อธิป อนันวรรณ สามีของบุ๋ม เป็นเจ้าของ
ล่าสุดรายการ “โหนกระแส” ทางช่อง 3 มีหนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นผู้ดำเนินรายการ และมี ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล เป็นทนายที่มาช่วยซักถาม ในช่วงหนึ่งของรายการ หนุ่ม กรรชัย สอบถามถึงเรื่องที่ดินที่ จ.ภูเก็ต และมีใบอนุญาตก่อสร้างอาคารให้กับบุ๋มซึ่งเป็นเจ้าของอาคารนี้ ด้านทนายแก้วบอกว่ากรณีมีชื่อคุณบุ๋มในใบอนุญาตก่อสร้าง คุณบุ๋มก็ต้องรับทราบ สามารถเปิดเผยได้
หนุ่มถามช่างเอ๋ว่าในระหว่างที่ช็อต เพราะคุณก๊อตไม่ได้โอนเงินให้แล้ว ช่วงนั้นคือช่วงไหน ช่างเอ๋ตอบว่าถ้าหมายถึงช่วงที่ติดต่อไม่ได้คือปีนี้เดือน มี.ค. ปีที่แล้วเงินก็ยังมาเรื่อยๆ หนุ่มถามว่าเงินมาจากทางไหน ช่างเอ๋ตอบว่า 3 บัญชี คือบัญชีส่วนตัวของคุณบุ๋ม บัญชีส่วนตัวคุณก๊อต และบัญชีชื่อองค์กรทำดี โดย น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี
หนุ่มถามว่าองค์กรทำดีโอนค่าอะไรมา ช่างเอ๋ตอบว่าถ้ามียอดตัวนี้เข้ามา พี่ก๊อตจะโทรมาแจ้งว่ามีเงินโอนเข้า แล้วโอนให้แกหน่อย หนุ่มถามอีกว่าเงินที่โอนจากองค์กรทำดีไม่ได้ค่าสร้างพูลวิลล่าใช่ไหม ช่างเอ๋ตอบไม่ได้เป็นค่าสร้างพูลวิลล่า ตอนนี้ที่ผมทำบัญชีแยกเป็น 2 กอง กองนึงเป็นค่าสร้างพูลวิลล่า แต่ส่วนที่ไม่เกี่ยวผมโอนกลับคืนไป ไม่เกี่ยวในที่นี้หมายถึงถ้าไม่มีการวางบิลไป
หนุ่มถามย้ำอีกว่าเงินจากองค์กรทำดี โดยคุณบุ๋ม ปนัดดา โอนเข้ามา เป็นค่าสร้างพูลวิลล่า 8 หลังนี้หรือไม่ ช่างเอ๋ตอบว่า อันนี้ต้องไปตรวจสอบเอกสารก่อนว่ามันมีตรงกับใบวางบิลหรือเปล่า ผมวางบิลในยอดของงานพูลวิลล่าหรือเปล่า หนุ่มถามอีกว่าแต่มีองค์กรทำดีโอนเงินมาให้คุณแน่ๆ ช่างเอ๋ตอบว่าใช่ครับ
หนุ่มถามว่าแล้วเงินก้อนที่โอนจากองค์กรทำดี คุณเอาไปทำอะไร ช่างเอ๋ตอบว่า ผมก็โอนคืนกลับไปให้ทางพี่ก๊อต หนุ่มถามว่าโอนคืนเป็นค่าอะไร ช่างเอ๋ตอบว่า เขาไม่ได้แจ้งว่าเป็นค่าอะไร
หนุ่มบอกทีมงานให้เปิดสลิปใบแรกที่องค์กรทำดีโอนให้นายอภิชาติ มียอดเงิน 461,043.56 บาท เมื่อ 25 ก.ค. 2568 เวลา 21.18 น. ก่อนถามว่าอันนี้ค่าอะไร ช่างเอ๋ตอบว่า อันนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นค่าอะไร อย่างที่แจ้งว่าต้องขอดูในเอกสารวางบิลว่ายอดมันตรงกันไหม ถึงจะทราบว่าเป็นค่าอะไร
หนุ่มถามว่าพูดง่ายๆ ตอนนี้คุณยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าคือเงินค่าอะไร คุณต้องไปกระทบยอดกับรายละเอียดของคุณก่อน แต่ที่แน่ๆ องค์กรทำดีโอนมาแน่ๆ แล้ว ช่างเอ๋ตอบว่าใช่ หนุ่มบอกว่า 2 กรณีคือ 1. เป็นค่าทำพูลวิลล่า กับ 2. โอนมาแล้วโอนออกให้กับก๊อต ช่างเอ๋บอกว่าครับ หนุ่มบอกว่าไม่มีอะไรดีทั้งคู่ ต่อให้คุณนึกออกหรือไม่ออก ก็ไม่มีอะไรดีทั้งคู่
ทนายถามว่าคุณได้ก่อสร้างมูลนิธิไหม ช่างเอ๋ตอบว่าไม่ได้ก่อสร้าง ถามว่าแล้วคุณไปรับเงินโอนจากบัญชีองค์กรทำดีได้ยังไง คุณไม่เอ๊ะเหรอ บัญชีนี้โอนเงินมาหาคุณด้วยเหตุอะไร ช่างเอ๋ตอบว่าครับ
ทนายแก้วถามว่าช่วงเดือน ก.ค. มันอยู่ระหว่างการก่อสร้างพูลวิลล่าถูกไหม ช่างเอ๋ตอบว่าใช่ ทนายแก้วถามว่าแล้วยอดนี้มันเป็นกรณีการโอนเพื่อเป็นค่าวัสดุก่อสร้างหรือเปล่า หรือเป็นค่าอะไร ช่างเอ๋ก็ยืนยันว่าอย่างที่แจ้งว่าต้องดูตามใบวางบิลว่าเป็นค่าอะไร
หนุ่มบอกว่าการที่โอนมาแล้วคุณจำไม่ได้ ต้องไปกระทบยอดก่อน มันมีแค่ 2 อย่าง 1. เป็นค่าทำพูลวิลล่า กับ 2. โอนคืน ช่างเอ๋ตอบว่าครับ แต่ยังไงต้องขอไปดูเอกสารก่อน หนุ่มบอกไม่เป็นไร คุณไปดูเอกสารว่าเงินเอาไปทำอะไร มันมีอะไรบ้างที่คุณคิดว่า ช่างเอ๋ยิ้ม หนุ่มถามว่ากลัวที่จะพูดใช่ไหม ช่างเอ๋ตอบครับ
หนุ่มพูดว่า ผมตอบแทนคุณแล้วกัน คุณไม่ต้องกลัว บัญชีที่โอนมาอันนี้ ถ้าเกิดเอาไปสร้างรีสอร์ตหรือพูลวิลล่า มันผิดวัตถุประสงค์ สองเงินก้อนนี้ต่อให้ไม่ได้ทำพูลวิลล่า แต่โอนต่อไปให้ก๊อต ก็ผิดวัตถุประสงค์อยู่ดี อันนี้เป็นสิ่งที่คุณบุ๋มต้องตอบ
ถามว่าทำไมต้องตอบ มันง่ายมากเลยครับ เพราะว่าบัญชีนี้คนที่จะโอนได้คือคุณบุ๋ม เพราะมันเขียนไว้เลยว่าโดยบุ๋ม ปนัดดา และอีกคนที่ต้องตอบคือคุณก๊อต สำคัญที่สุดว่า เงินอันนี้คุณก๊อตเอาออกไปทำอะไร ผมจะพยายามโฟนอิน แต่ตอนนี้ไม่มีใครตามหาตัวเขาเจอ แล้วเงินมันไม่ใช่แค่นี้
นอกจากนี้ หนุ่มให้ทีมงานรายการเปิดภาพสลิปโอนเงินใบอื่นๆ จากองค์กรทำดี โอนให้นายอภิชาติ ซึ่งมีนับสิบใบ มียอดเงิน 550,000 บาท โอนเมื่อ 26 ก.ค. 2568 เวลา 08.13 น., ยอดเงิน 455,000 บาท โอนเมื่อ 26 ก.ค. 2568 เวลา 21.14 น., ยอด 650,500 บาท โอนเมื่อ 27 ก.ค. 2568 เวลา 14.49 น., 650,000 บาท โอนเมื่อ 28 ก.ค. 2568 เวลา 07.15 น., ยอด 2 ล้านบาท โอนเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 15.19 น., ยอด 811,717.33 บาท เมื่อ 30 ก.ค. 2568 เวลา 15.20 น., ยอด 117,360 บาท โอนเมื่อ 3 ส.ค. 2568 เวลา 12.57 น., ยอด 750,000 บาท โอนเมื่อ 3 ส.ค. 2568 เวลา 12.58 น., ยอด 668,619.35 บาท โอนเมื่อ 5 ส.ค. 2568, ยอด 4 แสนบาท โอนเมื่อ 2 ก.ย. 2568 เวลา 14.35 น., ยอด 2 แสนบาท วันที่ 4 ก.ย. 2568 เวลา 13.09 น. ฯลฯ
หนุ่มบอกว่ามันมีเยอะมากจริงๆ ที่มาจากองค์กรทำดี ก่อนถามช่างเอ๋ว่า เงินที่โอนคืนคุณก๊อตโอนยังไง ช่างเอ๋ตอบว่า ก็บางยอดโอนจากแอปธนาคารไป บางยอดก็ถอนเงินสดไปฝากธนาคาร เนื่องจากบางยอดจำนวนเงินต่อวันมันโอนไม่พอ ผมโอนได้วันละ 2 ล้าน แล้วบางครั้งผมมีโอนค่าใช้จ่ายในบริษัทไปแล้ว วงเงินมันเหลือไม่ถึง เหลือแค่ไหนผมก็โอนไปแค่นั้น
หนุ่มถามว่าทำไมต้องโอน ช่างเอ๋ตอบว่า มันไม่ใช่เงินเรา หนุ่มบอกว่าอยู่ดีๆ เขาโอนเข้ามาให้อย่างเนี้ยเหรอ ช่างเอ๋บอกครับ หนุ่มถามว่าโอนกี่ล้าน ช่างเอ๋ตอบว่าแล้วแต่ครั้ง หนุ่มถามว่ายอดเงินทั้งหมดทั้งทำบ้านด้วย คืนกลับไปด้วย ประมาณ 45-50 ล้านใช่ไหม ช่างเอ๋ตอบว่าน่าจะประมาณนั้น เท่าที่ดูเอง 20 กว่าล้าน แต่มีสเตทเมนต์เพิ่มเติมที่ฝ่ายบัญชีส่งมาด้วย
หนุ่มเปิดภาพจากรายการลุยชนข่าว ซึ่งเป็นภาพสรุปสเตทเมนต์ยอดมูลนิธิโอนเข้าบริษัทของช่างเอ๋ รวมยอดรับ 45,106,200 บาท ก่อนจะเปิดภาพสรุปสเตทเมนต์ยอดโอนให้ก๊อต อธิป กว่า 20,649,672.53 บาท หนุ่มถามว่ามันมีมากกว่านั้นไหม ช่างเอ๋ตอบว่ามีโอนคืนไปมากกว่านั้น เพราะว่ามันมีสเตทเมนต์นึง และมีบางส่วนที่ถอนเงินสดไปฝาก
ทนายแก้วถามว่าหมายความว่าโอนคืนปี 68-69 หรือยังไง ช่างเอ๋ตอบใช่ ทนายแก้วถามว่าปี 68 โอนเท่าไหร่ ช่างเอ๋ตอบว่าจำไม่ได้ เรื่องตัวเลขนี้อย่างที่บอกว่าไม่ได้ทำการบ้านมา ทนายแก้วถามว่ามีโอนคืนปีนี้ด้วยไหม ช่างเอ๋บอกว่าปีนี้ก็มี
หนุ่มถามว่าตอนที่โอนมา โอนต่อเลยไหม ช่างเอ๋ตอบว่าครับ ถามว่ารอข้ามวันไหม มันจะมีบางวัน อยู่ที่ว่าวงเงินพอไหม ถ้าไม่พอก็บอกว่าวันนี้วงเงินเต็มแล้ว เดี๋ยวโอนวันถัดไป บางวันผมเดินทางต่างจังหวัดก็ไม่สะดวก ก็พรุ่งนี้จัดการให้
ทนายแก้วถามว่าไม่ถามเขาเหรอว่าทำไมโอนให้เรา ช่างเอ๋ตอบว่า คือตอนแรกมันมีเรื่องให้เสนอราคาไป แล้วงานที่เราไม่สามารถไปทำได้ แต่มันมีเงินเข้า ผมก็โอนคืนกลับไป ทนายแก้วถามว่าการที่มีรายได้มันต้องเสียภาษี แล้วกรณีนี้เรายังไง เราเลยไม่ได้เสียภาษีเหรอ
ช่างเอ๋บอกว่า เรื่องภาษีผมเคยคุยกับคุณก๊อตว่าถ้ามีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าธรรมเนียมการโอน ให้คุยกับเขา เดี๋ยวเขารับผิดชอบให้ ผมก็ห่วงเรื่องภาษีมากกว่า กลัวเขามองเป็นรายได้
หนุ่มบอกว่าเป็นเรื่องใหญ่ ทนายแก้วบอกว่า เพราะว่าคนทั่วไปเข้าใจว่าองค์กรทำดีโดย น.ส.ปนัดดา เป็นเรื่องของคนทั่วไปบริจาค แต่เอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ สิ่งหนึ่งที่กฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องมันมีเรื่อง พ.ร.บ.เรี่ยไร ปี 2487 ถ้าเกิดเอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จำคุก 6 เดือน
ส่วนกรณีที่ประชาชนเข้าใจว่ามีการโอนให้องค์กรนี้ เราต้องเข้าใจว่าองค์กรทำดีเป็นบัญชีบุคคลธรรมดา เมื่อมีการเปิดมูลนิธิแล้ว ก็ต้องปิดองค์กรทำดี เพื่อให้คนโอนมูลนิธิอย่างเดียว เพราะในกรณีที่มีเงินเข้าที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง แล้วไม่มีการโอนให้วัดหรือมูลนิธิ ถือเป็นการยักยอกทรัพย์ มีโทษจำคุก 3 ปี คือถ้าไม่โอนเข้ามูลนิธิหลัก ถือว่ามีความผิดทันที
ด้านช่างเอ๋ยืนยันว่าไม่ได้เก็บไว้เลย ถามว่ามีความผิดไหม ทนายแก้วตอบว่า กรณีของช่างเอ๋ ต้องดูว่าแบ่งหน้าที่ทำหรือเปล่า เอ๋อาจมีส่วนอย่างอื่นที่ได้ผลประโยชน์ก็ได้ แต่ถ้ามีการวางแผนแบ่งหน้าที่กัน ก็อาจมีความผิด พ.ร.บ. ฟอกเงิน มีโทษจำคุก 1-10 ปี มันต้องดูว่าถ้าเกิดคุณชักส่วนลดไว้ คุณเก็บไว้ คุณโดนเต็มๆ ต้องดูว่าคุณได้ดอกเบี้ยไหม คุณต้องเข้าใจว่าเงินเข้าบัญชีคุณ ดอกเบี้ยแม้ว่าไม่ได้โอนคืนเขา แต่คุณได้ดอก ดอกเบี้ยถือว่าเป็นผลประโยชน์ที่ได้รับ
เมื่อถามว่าเราไม่เอ๊ะเหรอ ทำไมเรายอมให้เป็นบัญชีกลาง เมื่อเงินเข้าบัญชีคุณก็มีโอกาสโดนภาษี คุณคุยกับเขาไหมว่าถ้ามีภาษี เขาจะจ่ายให้คุณด้วยใช่ไหม พอสรรพากรทวงถามเรื่องภาษีคุณติดต่อเขาได้ไหม ช่างเอ๋บอกว่าไม่ได้ ติดต่อคุยกับบัญชีเขา เขาไม่ว่าไร บอกเดี๋ยวถามพี่ก๊อตให้ แล้วเงียบไป
จากนั้น หนุ่ม กรรชัย ให้ทีมงานโชว์สลิปโอนเงินขององค์กรทำดีที่โอนเมื่อ 31 ม.ค. 2569 เวลา 9.39 น. ซึ่งยอดไปตรงเป๊ะกับรายละเอียดค่าบ้านพูลวิลล่าเมื่อ 31 ม.ค. 2569 แบบพอดี ทำเอาหนุ่มบอกว่าตกใจเลย อันนี้ไม่ได้เป็นการโอนออก แต่เป็นการจ่ายค่าบ้าน และเป็นหลังที่ 2 พอดูรายละเอียดในตารางค่าบ้านก็มียอดที่มาจากองค์กรทำดีอีกด้วย
หนุ่มบอกว่าอันนี้พอมีเงินเข้ามา แล้วมาจ่ายค่าบ้าน คุณติดด้วยนะ ทนายแก้วบอกว่าตัวการร่วม จะแสดงความบริสุทธิ์ใจก็ต้องเอาหลักฐานชี้แจงกับพนักงานสอบสวน ถามว่าถ้าบุ๋มเอาเงินมาเติมใส่บัญชีองค์กรทำดี มันจบได้ไหม ทนายแก้วบอกว่าต้องยอมรับว่าความผิดมันสำเร็จแล้ว
คดีนี้แตะหลายข้อหามาก ไม่ว่าจะเป็นฉ้อโกงประชาชน หรือกรณียักยอก คือการเบียดบังเอาทรัพย์มาเป็นของตน แต่มาตรา 353 มันเป็นเรื่องบุคคลมีหน้าที่โดยเฉพาะ ผมเข้าใจว่าพนักงานสอบสวนน่าจะตั้งข้อหา 353 นี่แหละ เพราะเป็นกรณีบุคคลมีหน้าที่และกระทำการยักยอกเบียดบังเอามาเป็นของตน จำคุก 3 ปี ปรับ 6 หมื่น แล้วดันเข้าความผิดมูลฐานฟอกเงินด้วย
ส่วนช่างเอ๋เป็นผู้ประกอบการก็ตอบตรงๆ ว่ามีความผิด เพราะเงินมันถูกไหลไปจนจบครบพอดี หนุ่มบอกว่าเงินมาจากการบริจาค ถ้าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ก็ผิดทุกกรณี ก็แล้วแต่พนักงานสอบสวนจะตั้งข้อหาฉ้อโกงประชาชนหรือยักยอก หรือยักยอกเฉพาะ 353 หรือ พรบ.ฟอกเงิน รวมถึง พ.ร.บ.เรี่ยไรปี 2487 ก็ผิด นี่คือความผิดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม


