หลังจากที่นางงาม-พิธีกรสาว บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ถูกโยงถึงประเด็นที่สามี ก๊อต อธิป อนันทวรรณ มีข่าวว่านำพื้นที่ป่าสงวนกว่า 100 ไร่ ใน ต.ศรีกะอาง อ.บ้านนา จ.นครนายก ไปพัฒนาเป็นรีสอร์ตและสนามวิ่งเทรล และมีประเด็นร้อนถึงเรื่องส่วนตัว หลังมีกระแสข่าวลือว่า ก๊อต อธิป มีความสัมพันธ์กับสาวคนอื่น 

ล่าสุด บุ๋ม ปนัดดา พร้อมด้วย ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ และ ทนายเปิ้ล ทนายความ รวมถึง น้องอันดามัน ลูกสาว แถลงข่าวถึงประเด็นที่เกิดขึ้น ณ อาคารออกอากาศ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ถ.พระราม 9

บุ๋ม ปนัดดา กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่รอการแถลงข่าววันนี้ มันมีหลายสาเหตุที่ต้องรอถึงวันนี้ เพราะมันเป็นเรื่องที่บุ๋มไม่คิดว่าจะต้องมายืนตอบ แล้วบุ๋มไม่คิดว่าจะต้องพูดเรื่องนี้ แต่ถ้าทำให้ทุกคนสบายใจ และเรื่องที่จะพูดแล้วเปิดเอกสารออกมา มันทำให้เห็นชัดว่าจุดยืนของบุ๋มคืออะไร บุ๋มยินดี เพียงแต่มีหลายเรื่องที่เกิดขึ้น เลยทำให้ต้องมาพูดในวันนี้

เรื่องที่ดินของก๊อต ถ้าจะบอกว่าสามีภรรยาไม่รู้เลยได้ยังไง ต้องบอกว่าไม่รู้จริงๆ บุ๋มไม่เคยแม้กระทั่งไปสถานที่ตรงนั้น ถามประชาชนตรงนั้นได้เลย แล้วเขาก็ไม่ได้ให้ไปด้วย แต่คนอื่นได้ไป เรื่องส่วนตัวของบุ๋มมันไม่เป็นประโยชน์สาธารณะ แต่ในเมื่อมันเกี่ยวโยง บุ๋มจำเป็นต้องพูด 

เรี่องที่ดินเพิ่งทราบว่ามีที่ตรงนั้น บุ๋มเคยเห็นเขาบอกว่าทำวิ่งเทรล เราเคยเห็นเหรียญที่มาส่งหน้าบ้าน แต่ในส่วนอื่นเขาไม่เคยเล่าอะไรเลย จนเกิดประเด็นขึ้น แล้วมันเกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัว 

จากนั้น บุ๋ม ปนัดดา หยิบเอกสารที่ดินและบอกว่า บุ๋มเพิ่งเห็นเอกสารนี้เหมือนกันในตู้เซฟเขานะ เขาทำการซื้อขายตั้งแต่ 5 ต.ค. 2567 ก็ไม่ทราบไปทำสัญญากันยังไง ด้วยเงิน 2.5 ล้านบาท บุ๋มไม่เคยทำ แต่เอามาให้ทุกคนได้เห็น

เมื่อถามว่าเป็นการทำสัญญาซื้อขายยังไง บุ๋มให้ทนายตุ๋ยช่วยดู ด้านทนายตุ๋ยบอกว่า สัญญานี้เข้าใจว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ถือกรรมสิทธิ์ ไม่รู้ว่าที่ตรงนั้นเป็นที่ สทก. (สิทธิ์ทำกิน) หรือเปล่า เป็นไปตามกฎหมายหลายๆ ฉบับ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ป่าไม้ หรือ พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องหรือเปล่าไม่ทราบ นิติกรรมอันนี้ทำขึ้นโดยใช้สัญญาซื้อขาย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเรื่องของเจตนาในการเลี่ยงข้อความ 

เนื่องจากถ้าเป็นสิทธิ์ทำกินตามกฎหมาย มันทำประโยชน์อื่นไม่ได้นอกจากอยู่อาศัยและทำกินตามที่รัฐเขาให้สิทธิ์ไว้ ฉะนั้นเวลาทำนิติกรรมทำกับผู้มีสิทธิ์ครอบครอง เขาคงเลี่ยงเป็นเรื่องนิติกรรมเรื่องการซื้อขาย อันนี้เป็นเรื่องนึง ส่วนชอบไม่ชอบด้วยกฎหมายเดี๋ยวว่ากันอีกที อย่างน้อยขอให้เจ้าหน้าที่รัฐตรวจสอบว่าสิทธิ์พื้นที่นี้เป็นไปตามกฎหมายฉบับไหน แล้วสิทธิ์ตรงนั้นเป็นสิทธิ์ทำกินใช่ไหม 

มันซื้อขายได้ไหม แน่นอนมันซื้อขายไม่ได้ เดี๋ยวมาดูกันว่าเจตนาที่เขาไปครอบครอง เขามีเจตนาบุกรุกหรือเปล่าเดี๋ยวต้องว่ากัน การไม่รู้ไม่เห็น ผมต้องบอกว่านิติกรรมหลายๆ เรื่อง สามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรส เรื่องการซื้อขายกฎหมายไม่ได้บอกว่าต้องเซ็นยินยอม หลายๆ เรื่องต้องยอมรับความจริงว่าการเป็นสามีภรรยาจดทะเบียนไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง ผมเชื่ออย่างนั้น

จากนั้น บุ๋ม ปนัดดา ยืนยันว่าไม่เคยรู้เรื่อง และไม่รู้จักกับคนในเอกสาร ไม่เคยได้ไป ก่อนเล่าต่อเรื่องที่บุ๋มท้อง เรื่องมูลนิธิองค์กรทำดี บางทีก็ใช้เงินตัวเองในการเดินหน้า เพิ่งมามีเงินในช่วงปลายปี 2567 แต่ก่อนหน้านั้นเดือน มิ.ย. 2567 บุ๋มกู้เงินจากธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อเอามาเรื่องมูลนิธิและส่วนตัวต่างๆ มา 4 ล้านกว่าๆ เกือบ 5 ล้าน 

แต่พอปลายปี ประมาณเดือน ต.ค. 2567 เขาขอไป 2 ล้านกว่าๆ เกือบ 3 ล้าน เพื่อทำธุรกิจ แต่หลังจากนั้นมีเรื่องเกิดขึ้น ช่วงใกล้คลอด ตอนนั้นอเล็กซ์มีพี่เลี้ยงคนนึงแล้วคางแตก และพี่เลี้ยงคนนั้นมีลูกสาวอยู่คนนึงอายุ 17-18 ปี แล้วเขาเล่าให้ฟังว่า สามีของบุ๋มพาลูกของพี่เลี้ยงไปเลี้ยงเบียร์ 1 ขวด และเอาไปเลี้ยงดู นั่นคือเหตุผลนึงที่ทำให้เราต่างคนต่างอยู่ตั้งแต่ปี 2567 วันนั้นบุ๋มอาจไม่เข้มแข็งพอ เพราะเราใกล้คลอด 

บุ๋มอยากให้ภาพความเป็นครอบครัวมันเดินต่อไปได้ แล้วอเล็กซ์ก็เล็กมาก 2 ขวบกว่า แล้วบุ๋มชอบโดนคอมเมนต์ว่าเป็นผู้หญิงเก่ง แต่เขาไม่เคยสมหวังในความรัก ดวงไม่ดีเรื่องผัว บุ๋มเลยพยายามประคองให้เดินต่อไปด้วยคำว่าพ่อแม่ บุ๋มทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพราะลูกยังเล็กมาก คนก็สงสัยว่าทำไมลงพื้นที่เต็มที่ เพราะเราต่างคนต่างอยู่ แยกห้องกัน

เงิน 2 ล้านไม่ทราบว่าเขาเอาไปทำอะไร เขาก็ยังไม่คืน แต่วันนี้ทราบแล้วว่าเอาไปทำอะไร เราไม่เคยถาม และไม่เคยได้คืน แต่หลังจากนั้นก็มีเงินก้อนอื่นอีก และเพิ่งรู้ทีหลังว่าเงิน 7 ล้านบาทในตู้เซฟหายไป ซึ่งตอนนั้นสบู่เบนเนทให้ตอนคลอดน้องอเล็กซ์ น้องอาเธอร์ เป็นเงินขวัญถุง แล้วก็ให้น้องอันดามันด้วย น้องอันดามันก็เพิ่งรู้ว่าเงินหายไป บุ๋มก็ช็อกเพราะมันเป็นเงินของลูก (เสียงเครือ) แต่เขาคงมองว่าเขาเป็นพ่อเด็กมั้งเลยเอาไป

ถามว่ารู้ได้ยังไงว่าเงินหายไป บุ๋มบอกว่า เราคุยเรื่องบ้านใหม่ เพราะอยากเอาอันดามันมาอยู่ด้วย บุ๋มดูแลลูกเขามานานแล้ว บุ๋มอยากดูแลลูกตัวเองบ้าง และบุ๋มเห็นว่าเด็กเริ่มโต อยากอยู่กับลูกๆ บุ๋มก็ถามว่ายังมีเงินใช่ไหมในตู้เซฟ เขาบอกว่าเขาใช้หมดแล้ว ตอนนั้นแทบล้มทั้งยืน 

มันเริ่มมีเรื่องของเขาทำธุรกิจที่ภูเก็ต แม้กระทั่งที่ดินที่เขาเคยให้มา อันนั้นเขาซื้อก่อนมาเจอบุ๋ม แล้วเขาให้เราจริงๆ เพียงแต่ว่าหลังจากนั้นเขาเอาไปทำธุรกิจกับเพื่อนเขาที่เป็นข่าวในโซเชียล แล้วจู่ๆ เขามาทวงหนี้กับบุ๋ม ก็รู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ จากนั้นมีรายที่ 2-3 จนกระทั่งที่บุ๋มบอกว่าจะหาบ้านใหม่ และมีค่าตกแต่ง 10 กว่าล้าน 

วันที่ 12 ต.ค. เขาโทรขอเงิน 10 ล้าน แต่ไม่ให้ แล้วใครจะผ่อน ดังนั้นเลยไม่สามารถให้ได้ เราคุยกันช่วงก่อนทำพิธีกรรายการเคลียร์ชัดชัด วันนั้นสัมภาษณ์ทนายตั้ม บุ๋มบีบมือตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตกูวะ ก็พยายามทำหน้าที่ตัวเอง แต่ตอน 19.21 น. เขาไลน์ถามว่าทำไมยอดเงินยังไม่เข้า ด้วยความสัมพันธ์ช่วงหลังๆ มันมีแต่คุยเรื่องเงิน เราเริ่มรู้สึกว่าชีวิตแบบนี้ไม่ใช่แล้ว รู้สึกเหมือนเป็นเอทีเอ็ม ต้องแบกทุกสิ่งทุกอย่าง บุ๋มเครียดมาก แต่เพื่อลูกเราต้องทน ลูกอยากให้พ่อแม่นอนกับเขา แต่เรารู้สึกว่าทำไมเขาต้องบีบเราขนาดนี้ มันมีอะไรหรือเปล่า

แต่ด้วยเงินหรืออะไรก็ตามที่เขาต้องการ บุ๋มให้ไม่ได้ พอเช้าวันที่ 13 ต.ค. เขาเอาลูกไปทั้ง 2 คน ซึ่งก่อนหน้านี้เราพยายามให้ลูกได้มีความทรงจำดีๆ ของครอบครัว นั่นคือจุดอ่อนแอของบุ๋มเองที่ไม่ยอมรับความจริง อยากให้ลูกมีความสุขกับสิ่งที่เป็น เพียงแต่เขาไม่เคยเลี้ยงคนเล็ก เลี้ยงแต่อเล็กซ์ แต่เขาเอาไปทั้งคู่ ไม่เอาพี่เลี้ยงไป และติดต่อไม่ได้ 

ถามว่าตลอด 2 ปีเขารู้ไหมที่เรารู้ว่าเขามีคนอื่น บุ๋มบอกว่า เขามีพูดลอยๆ บ้าง อย่างเวลาบุ๋มมีช่างแต่งหน้าทำผมมาบ้าน เขาก็เดินมาบอกว่าที่เขาอยู่กับบุ๋ม เพราะว่าค่าตั๋วเครื่องบินถูกกว่าอีกคนนึง อีกคนอยู่อเมริกา เราก็สะอึกกับสิ่งที่เขาพูดว่าพูดเพื่ออะไร แต่เขาอาจไม่ค่อยเห็นคุณค่าของผู้หญิงอยู่แล้ว แต่ติดที่คำเดียวคือพ่อของเด็ก ถามว่า 2 ปีที่ผ่านมาจับได้กี่หนแล้วว่าเขามีแบบนี้ บุ๋มตอบว่า เราเคยเจอถุงยางในกระเป๋าเดินทางเขา เขาบอกเราว่ามีไปเป็นวิทยากรภูเก็ต เราเป็นคนจองตั๋วให้ด้วย แต่เขาคงไม่แคร์เท่าไหร่ที่เราเจอ ถามว่าเรารู้เรื่องผู้หญิงคนนั้นขนาดไหน ไม่ได้สนใจ

สถานะตอนนี้เป็นพ่อแม่ของเขา มีจดทะเบียนสมรส เขาเอาเด็กหายไป ติดต่อไม่ได้ โทรไปกี่รอบไม่รับ แล้วตอนนั้นฝึกกู้ภัยที่ญี่ปุ่น ต้องโทรหาพี่หนุ่ม กรรชัย ว่าให้ช่วยตามลูกหนูหน่อยว่าอยู่ไหน พี่หนุ่มเลยประสานให้ จนกระทั่งไปเจอว่าลูกอยู่ที่คาร์แคร์คลอง 3 ซึ่งบุ๋มไม่เคยรู้เลยว่าเขามีธุรกิจคาร์แคร์ เพิ่งมารู้วันที่ 14 ต.ค. นี่เอง คือที่ผ่านมาลงพื้นที่ช่วยคนตลอด เราทำงานของเรา จนกระทั่งไปเจอลูก เขาบอกตำรวจว่าเรื่องครอบครัว ไม่ต้องเสืxx เดี๋ยวเคลียร์กันเอง แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย 

หลังจากนั้นเขาก็เอาลูกหนีไปด้วยการสลับทะเบียนรถ แล้วไปโผล่ที่ภูเก็ต จนกระทั่งวันอังคารที่ผ่านมา จู่ๆ เขาก็เข้าบ้านมาหาเอกสาร เขาเข้าตู้เซฟก่อนเลย แต่บังเอิญบุ๋มเปลี่ยนก่อน บุ๋มรื้อตู้เพราะเริ่มเห็นความผิดปกติ มีเจ้าหนี้โทรหาตอนอยู่ญี่ปุ่น เลยรื้อตู้เซฟจนเจอเอกสารที่ดิน 

อีกวันบุ๋มเลยตัดสินใจอุ้มลูกออกมา ใส่กางเกงขาสั้น วิ่งเข้าโรงแรม จนถึงวันนี้เขาไม่ติดต่ออะไรมาเลย ตอนนี้อเล็กซ์กับอาเธอร์อยู่กับบุ๋ม บุ๋มคงต้องพูดตรงๆ ว่า “พี่ก๊อตคะ หย่ากันเถอะนะ พี่ไปตามทางของพี่ บุ๋มไปตามทางของบุ๋ม ส่วนเรื่องลูกบุ๋มขอดูแลเอง บุ๋มคงไม่สามารถปล่อยให้ลูกอยู่ท่ามกลางเจ้าหนี้ขนาดนี้ได้ บุ๋มต้องการให้ลูกเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดี พี่ไปเคลียร์เรื่องของพี่เถอะ ส่วนเรื่องที่พี่ขอ 10 ล้าน บุ๋มให้ไม่ได้ค่ะ”

ส่วนอีกเรื่องที่เขาขอ เขาโทรหาทนายเปิ้ล ทำทนายเปิ้ลตกใจ คือเรื่องบ้านหลังใหม่ที่บุ๋มกู้ เขาจะเอาบ้านหลังใหม่อยู่กับอเล็กซ์และอาเธอร์ และให้ใส่ชื่อลูก บุ๋มให้ก็ได้ แต่ผ่อนเองนะ คือบ้านหลังนี้เพิ่งเริ่มเอง วันนี้ก็ขอหย่าเลย บุ๋มเลือกเลยเขตบางพลัด ชื่อเหมาะดี มาถึงตรงนี้ก็ต้องหย่าแล้ว คนข้างๆ คงอยากให้ทำ ไม่งั้นคงไม่แอบถ่าย อัดคลิปหน้าจอ ก็ทำเพื่อเขาเถอะ

เรื่องรถปริศนา คงไม่ปริศนาหรอกมั้ง ก็ให้เขาเปิดกันเองไง อันนั้นต้องถามเขาเอง คนนี้คนเดียวกับที่ไปสนามวิ่งเทรล ก่อนจะพูดว่า  เรื่องผัวไม่เจ็บเท่าเรื่องน้องเลย ถามว่าเป็นลูกบุญธรรมใช่ไหมไม่ใช่ค่ะ แต่สนิทสนมมากจนในโซเชียลคิดว่าเป็นลูกบุญธรรมอีกคน วันที่เขาไม่สบายที่หนองคาย บุ๋มให้แฟนคลับขับรถไปรับเขา บุ๋มโคตรรักเขาเลย ไม่คิดว่าจะโดน 

เขาไม่ติดต่อมาตั้งแต่บุ๋มจับได้ว่าเขามาบ้านโดยไม่บอกบุ๋ม ก็รู้จักน้องคนนี้มา 10 กว่าปี เพิ่งรู้จากพี่เลี้ยงว่าเขาเข้าออกบ้านเรามานานแล้ว มาเพราะอะไรไม่ทราบ เพิ่งมารู้ตอนเรื่องโป๊ะแตก เขามาบ้านบ่อยมาก มาตอนเช้า บ่าย และกลับก่อนที่เรามา เราไว้ใจเขามากถึงขั้นว่าเข้านอกออกในได้สบาย เพิ่งมารู้เรื่องเขาตั้งแต่ 8 ม.ค. ตั้งแต่ต้นปี รถที่เขาขับ ผู้ชายช่วยดูแลให้

ถามว่าได้ถามเขาไหม บุ๋มตอบว่า “พี่ก็ถามเขาเหมือนกันเมื่อ 19 ก.ย. ว่าทำทำไม หนูเห็นว่าพี่โดนผู้ชายด่าเป็น ชม. เขานั่งอัดคลิปเสียง แล้วเขาบอกว่าถ้าวันนี้บุ๋มพูดถึงเขา เขาจะปล่อยคลิปเสียง หนูปล่อยเลย วันนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว (ร้องไห้) ถ้าจะทำลายแม่ขนาดนี้ก็ทำเลย แม่ไม่เหลืออะไรแล้ว ความไว้ใจที่แม่ให้ กับผู้ชายยังไม่เจ็บขนาดหนูเลย แม่โคตรรักหนูเลย หนูทำอย่างนี้กับแม่ได้ยังไง” 

ถามว่าวันนั้นคุยอะไร คือวันที่ 19 ก.ย. ที่มีประเด็นนุช มั่วบ้านงาน เขารู้ว่าบุ๋มต้องไปงานศพของทีมงานต่อ เราเลยต้องรีบทำกิจกรรมให้เสร็จ แต่ตอนกลับถึงบ้าน 3 ทุ่มกว่า ลูกสาวคนเล็กของสามีบอกว่าพี่แบมบี้เพิ่งกลับไป ก็เป็นข้อเท็จจริง ถามว่าเขาส่งข้อความกลับมาว่ายังไง เขาบอกว่าเขาไม่ทราบว่าแม่ต้องไปงานศพ อีกวันรุ่งขึ้นมีงานของทหาร บุ๋มก็เดินไปหาเขา เขาก็เดินหนีตลอดเลย ไม่คุยกับบุ๋มตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา แล้วมีวันนึงที่ก๊อตโทรหาบุ๋มแล้วด่าเป็น ชม. ก็เอาที่สบายใจเลย ส่วนเรื่องที่ชาวบ้านอ้างว่าเห็นบุ๋มที่นั่น (นครนายก) เอาหลักฐานมา ถ้าไม่ใช่ฟ้องนะ คนละ บ. หรือเปล่า

จากนั้นบุ๋มบอกว่า ขอแค่หย่าเถอะ เขาไปได้ดีแล้ว บุ๋มแค่อยากอยู่กับลูก ขอให้หย่ากันดีๆ จบกันสวยๆ ดีกว่า ต่างคนต่างไป บุ๋มรักงานของบุ๋มมาก ถ้าเขาปล่อยเสียง บุ๋มจำได้ว่าพูดอะไร วันนั้นแปลกๆ เพราะร้อยวันพันปีก็ไม่เคยโทรมา และมันผิดกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งเขาพยายามทำให้บุ๋มมีชู้ แต่จริงๆ บุ๋มชัดเจนว่าคนไหนผัว คนไหนแฟน นี่ยังคบไม่ทุกวงการนะ ถามว่ามีคนจีบไหมมีบ้าง ถ้าใช่จะประกาศเอง คนไหนเลิกก็บอก ไปดูในวิกิได้ว่ามีผัวกี่คน

เรื่องธุรกิจของเขาที่เพิ่งรู้คือคาร์แคร์ แต่เห็นวันนี้เอาป้ายออกแล้ว แต่รถน้องเขายังอยู่ เอาไปด้วยนะ ส่วนเรื่องที่เพจบอกว่า คุยกับบุ๋ม เขาบอกว่าผู้ชายไม่รวยอย่างที่้สร้างภาพ พยายามจับผู้หญิงรวยกว่า อันนั้นเพจพูดเอง ถามทางเพจนั้นเองดีกว่า ส่วนเรื่องที่เอาป้ายมูลนิธิไปแอบอ้างอันนี้บุ๋มไม่ยอมและรู้สึกโกรธ ถ้าทำให้เสียหายจะฟ้อง ส่วนเรื่องที่ดินอื่น ส่วนใหญ่เขาจะชอบแนวพื้นที่ป่าๆ แปลงที่ภูเก็ตอันนั้นมีปัญหา 

นอกจากนี้ยังมีเพจออยศรี และอีกหลายเพจที่เขียนถึงบุ๋ม บุ๋มไม่สบายใจที่ต้องจัดรายการแล้วชนกับใคร บุ๋มไม่อยากสัมคุณกัน คุณตั้ม แต่พอเขาเป็นแขกรับเชิญ บุ๋มต้องทำหน้าที่ ถ้าจะด่ายินดี แต่บุ๋มก็รู้สึกแย่ เคยคุยกับทางรายการตรงๆ ว่าต้องคุยเรื่องนี้อีกแล้วเหรอ บุ๋มไม่สะดวกใจ แต่บุ๋มเลือกไม่ได้จริงๆ 

บุ๋มขอยุติการทำหน้าที่รายการเคลียร์ชัดๆ 1 เดือน บุ๋มอยากทำงานอย่างมีความสุข ความสุขบุ๋มเหลือน้อยมาก (ร้องไห้) บุ๋มลงพื้นที่แล้วมีความสุขมากๆ วันนี้บุ๋มขอความสุขให้บุ๋มหน่อยเถอะ บุ๋มเครียดมานานแล้วค่ะ บุ๋มไม่อายที่จะมาเล่าเรื่องอย่างนี้ อยากขอบคุณที่ให้กำลังใจ บุ๋มขอทำงานของบุ๋ม อยู่กับลูกต่อ บุ๋มเจ็บมาเยอะ ขอบคุณที่ทุกคนรอ

เรื่องความปลอดภัย มีเรื่องที่ขอร้องทุกคน 6 ปีที่แต่งงานมา เขาไม่เคยสนใจอันดาเลย แต่จู่ๆ เขาโทรหาพี่เลี้ยงทั้งบ้าน 1 และบ้านอันดา และถามว่าอันดาเรียนที่ไหน หลังจากนั้นน้องอันดามันเจออุบัติเหตุรถชนหน้าบ้านตัวเอง วันนั้นบุ๋มเลยต้องไปสถานีตำรวจเพื่อเจอหน้าผู้ชายคนนั้น แต่น้องอันดายังต้องเรียนที่ ม.กรุงเทพ ฝากทุกคนช่วยดูแลด้วย ถามว่าสงสัยใครอยู่เบื้องหลัง ไม่ทราบค่ะ แต่บังเอิญเกินไป

จากนั้น น้องอันดามัน กล่าวว่า ตอนนั้นที่เขามาหน้าบ้าน แล้วกำลังจะไปเรียนพอดี มันน่ากลัวมาก เขามาตอนกลางคืนและตอนเช้า ตอนเขาพยายามชน หนูพยายามไม่ลงจากรถ แต่เขาพยายามจะให้เราลง และมีโทรหาขอค่าโรงแรม พยายามจะเจอเราให้ได้ เอาจริงตอนชนกลัวจนไม่กล้าขับรถ และกลัวมอเตอร์ไซค์มาก

เรื่องที่เพจออยศรีจะโพสต์ บุ๋ม ปนัดดา บอกว่า ก็เอาเลย ถ้าอยากมาดูมูลนิธิก็ยินดี เงินที่เข้ามูลนิธิ การก่อสร้างต่างๆ ไม่ใช่ของบุ๋มส่วนตัวอยู่แล้ว ถามว่าจะทำไงให้คนเชื่อ คงทำไรได้ไม่เยอะ บุ๋มเปิดใจทุกอย่างแล้ว ไม่เหลืออะไรแล้ว ขอแค่หย่าดีๆ เรื่องชื่อเสียง บุ๋มถามก่อนว่ามูลนิธิเกี่ยวอะไร ในเมื่อเงินที่เขาซื้อที่ก็เงินกู้บุ๋ม เงินที่ไปทำธุรกิจก็เอาจากตู้เซฟ ไม่เกี่ยวกับมูลนิธิเลย 

ดังนั้นถึงบอกว่าในเอกสารก็ชัดเจนว่ามาจากไหน มูลนิธิไม่โปร่งใสตรงไหนก่อน ตอนสัมภาษณ์กัน จอมพลัง ก็โยงมาที่บุ๋ม เอะอะก็บุ๋ม บุ๋มพยายามชี้แจงตลอด เขาก็คงตกใจเหมือนกันที่เอาเอกสารมากาง ดังนั้นหน่วยงานไหนอยากได้เอกสารยินดี วันนี้บุ๋มจะทำทุกอย่างให้ถูกต้องกลับมา เจ้าหนี้ที่อยากได้เงินคืนจากก๊อต บุ๋มยินดีหาทนายให้ ผู้หญิงอายุ 18 ที่มีปัญหาคนนั้น บุ๋มก็จะช่วย

จากนั้นบุ๋มพูดถึงเรื่องครอบครัวว่า บุ๋มได้ลูก 2 คนที่น่ารักมาก บุ๋มว่ามันก็คุ้ม แม้ความรักจะเดินทางได้ไม่ดี บุ๋มคงไม่มีดวงด้านนี้ บุ๋มก็เจ็บพอแล้ว ก็ขอใช้ชีวิตอยู่กับลูกง่ายๆ เรียบๆ ดีกว่า บุ๋มคงพูดให้มารักบุ๋ไม่ได้ขนาดนั้น แต่บุ๋มจะพยายามทำให้ดีที่สุดมากกว่าในแต่ละวันที่บุ๋มทำ มีอะไรสงสัยบุ๋มก็ตอบ บุ๋มก็ชัดเจนมานานมาก หลังจากนั้นใครจะรักไม่รักบุ๋มก็คงบังคับไม่ได้ วันนี้ก็หนักที่สุดในชีวิตแล้วแหละ

เรื่องที่ดินนครนายก ใครขอเอกสาร ไม่ทราบเลย ต้องให้ผู้ใหญ่จัดการเอง ไม่ได้มีชื่อบุ๋ม บุ๋มไม่ควรไปแตะ ส่วนเรื่องข่าวลือว่าบุ๋มมีชู้ คนปล่อยข่าวบุ๋ม ครูอ๊อด ครูช้าง คุณมีความสุขบนเงินคนอื่นไหม แล้วคุณนินทาบุ๋ม คุณมีความสุขมากใช่ไหม เรื่องที่รัฐมนตรีไปช่วยตรวจสอบก็ขอบคุณตรงนั้น ขอบคุณทุกหน่วยงาน ถ้าหน่วยงานไหนจะเรียกไปก็ยินดี 

เมื่อถามถึงเรื่องที่ทนายตุ๋ยมาด้วยเหมือนมีอะไรหรือเปล่า บุ๋ม กล่าวว่า ถ้าเขาไม่หย่าก็คงเป็นไปตามขั้นตอน พรุ่งนี้จะไปรอเลย แต่คงต้องรอเขาโทรหาทนายเปิ้ล ส่วนเขาจะโต้แย้งสิ่งที่พูดวันนี้ก็เป็นสิทธิ์ของเขา สถานะมีปัญหาตั้งแต่ปี 2567 แต่ถ้าไม่มีเรื่องจะเปิดเผยถึงเรื่องนี้ไหม ที่ผ่านมาเราพยายามเป็นพ่อแม่ที่ดีที่สุดแค่นั้น เราใช้ชีวิตพ่อและแม่เต็มที่ เราใช้ชีวิตในการลงพื้นที่ ตอนแรกคิดว่าเขาเข้าใจการทำงานของเราด้วยซ้ำไป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม