นักแสดงหนุ่มหล่อมากฝีมือ ก็อต จิรายุ ตันตระกูล เปิดใจในงาน “HAPPYNAD - NADORA” ในฐานะพรีเซนเตอร์คนแรกของ NADORA อัปเดตชีวิตและเคล็ดลับดูแลตัวเอง พร้อมเผยความฝันที่กำลังลงมือทำจริง ทุ่มเงินหลักล้านเปลี่ยนบ้านเป็นสตูดิโอศิลปะ เดินหน้าธุรกิจเครื่องหนัง พร้อมแชร์มุมมองการทำงานเบื้องหลังที่ไม่ได้สวยงามเหมือนเบื้องหน้า
เสียงหาย ช่วงนี้ไม่สบาย?
ใช่ครับ ผมเพิ่งจะหายครับ ป่วยมา 3-4 วัน เป็นไข้หวัดทั่วไป แต่ปกติผมจะไม่ค่อยป่วยเลย 2-3 จะป่วยสักครั้งนึง อาจจะเพราะนอนน้อยมาหลายวันติด แล้วภูมิตกครับ แต่ร่างกายแข็งแรงดีครับ
ดูแลตัวเองยังไงบ้าง?
ก็มีออกกำลังกายครับ ผมว่าการดูแลตัวเองมันเป็นเหตุเป็นผล ถ้าดูแลตัวเองดี ผลลัพธ์ที่ดีก็ตามมา ยิ่งโตขึ้นเราก็ต้องเลือกมากขึ้น จริงๆ การดูแลตัวเอง ไม่ต้องรอให้อายุเยอะก่อน เป็นเทรนด์ตอนนี้ด้วย ดูแลตัวเองก่อนที่ทุกอย่างจะพังไป ส่วนเรื่องการดูแลผิวหน้าของผมจะเน้นเรื่องความอ่อนเยาว์ การลดเลือนริ้วรอย และการต้านอนุมูลอิสระ เลยอยากได้อะไรที่ง่าย ไม่ซับซ้อน
ตอนนี้ทำอะไรยังไงบ้าง?
ช่วงนี้ผมทำสตูดิโออาร์ตครับ มาทางสายงานอาร์ต และก็พวกเครื่องหนังอย่างเดียวเลย ทำนวม เครื่องหนังกระสอบทราย ทำส่งออก มันเป็นโครงการที่อยากทำมาเป็น 10 ปีแล้ว แต่พอเราแสดงอยู่ในวงการบันเทิงเลยไม่มีเวลา แต่พอตอนนี้เราพักจากตรงนี้เลยอยากอยู่กับมัน จริงๆ เริ่มมาประมาณ 2 ปีแล้ว ตอนนี้ก็คลอดแล้ว
ล่าสุดที่เห็นอยู่จะเห็น รถถัง ถือกับ คริส เฮมส์เวิร์ธ นั่นคือนวมที่ผมทำ เราเลยเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่จะมอบเป็นของขวัญให้กับบิ๊กแฟน เขาชอบรถถังมาก ผมก็ ว้าว เอาเลย เดี๋ยวทำให้ โปรเจกต์นี้ทำด้วยกัน ออกแบบเย็บ มีเครื่องจักร อุตสาหกรรมที่บ้าน ทำเป็นสตูดิโอจริงจังชื่อว่า AscendStudio เราเน้นขายเมืองนอก มีปล่อยขายไปทั้งที่ดูไบ ญี่ปุ่น ก็มี มันไม่ใช่แค่นวม นวมเป็นแค่หนึ่งในสตูดิโอของเรา เรามีงานปั้น โซฟา กระเป๋า มีอะไรเยอะแยะมาก
ลงทุนไปเยอะไหม?
สูงครับ ก็ลงทุนไปหลักล้าน แต่ข้ามไปเถอะเรื่องนี้ คือเราเป็นคนสู้ไง ถ้าจะทำก็ต้องเอาให้สวยที่สุด ตอนนี้ที่บ้านมีจักรทั้งหมด 6 ตัว แล้วก็ยกเจริญรัถ มาไว้ในบ้านเลย มีวัสดุหมดทุกอย่างที่บ้าน ถึงบอกว่าเป็นแพชชั่น เพราะผมคิดจะทำมาตั้งแต่ตอนอายุ 23 แต่มันไม่มีเวลาที่จะทำ ตอนนี้เลยสนุกมาก เพราะเป็นงานที่เราไม่ต้องถามโปรดิวเซอร์ เรารู้สึกคุ้มค่าตั้งแต่ตื่นมาทุกวัน แล้วแฮปปี้กับการทำงานแล้ว เราตื่นมาทำเราไม่มีเวลานอนด้วยซ้ำ
ตอนนี้พักงานในวงการ?
ไม่ได้พักครับ ก็คุยอยู่เพียงแต่เรายังไม่เจอบทที่อยากจะทำมัน ตอนนี้ปีหน้าก็มีติดต่อมาอีก 2-3 เรื่อง แต่เรากำลังคุยอยู่ว่าประมาณนี้น่าจะเล่น แบบนี้ไม่อยากเล่น
ล่าสุดในวงการมีประเด็นเรื่องการใช้เทคนิค CG โดยนักแสดงไม่ได้ยินยอม เรามีความคิดเห็นเรื่องนี้ยังไง?
คือบางทีการสื่อสารมันก็ไม่ครบ เราไม่รู้ว่าทีมโปรดักชั่นเกิดไอเดียนั้นเมื่อไหร่ เขาอาจจะเห็นว่าแบบนั้นน่าจะดี แต่บางทีตัวศิลปินก็ไม่เห็นผลงาน แต่พอเห็นอีกทีก็ต้องคุยกัน มันไม่มีอะไรที่เราควบคุมได้หรอกครับ หลายอย่างเราก็ควบคุมไม่ได้ อะไรที่ปกป้องตัวเองได้ก็ต้องทำ อะไรที่ถูกเอารัดเอาเปรียบกันเกินไป เราก็ต้องคุยว่า เอ๊...แบบนี้ไม่ดีนะ แต่สุดท้ายเราก็เข้าใจว่าโลกมันดำเนินไปแบบนี้ แต่ผมพูดไม่ได้หรอก เพราะยังไม่เคยเจอกับตัวเอง เลยไม่อยากกะโตกกะตากไปล่วงหน้า ในมุมของผมถ้าเจตนามันดีก็ดี ผมเชื่อว่าทุกคนอาจจะอยากให้งานออกมาดี แต่การสื่อสารอาจจะผิดพลาด แต่ก็เป็นเรื่องที่แก้ไขได้”
เคยเจอประสบการณ์เบื้องหลังที่ทำให้รู้สึกว่าไม่เป็นอย่างที่คิดบ้างไหม?
เยอะครับ ที่เราเห็นข้างหน้า กับที่เราเห็นข้างหลังคนละเรื่อง พี่ๆ ก็รู้อยู่ว่าเวลาเราอยู่เบื้องหน้าเราก็เป็นอีกคนหนึ่ง เวลาเราอยู่เบื้องหลังก็อีกคนหนึ่ง ที่เห็นสดใสๆ เบื้องหลัง (ทำท่ารูดซิปปาก) แต่ผมเป็นคนตรง ก็จะคุยเลยว่าจุดประสงค์ของการทำสิ่งนี้เพื่ออะไร อะไรคือผลลัพท์ที่คุณอยากได้ ถ้ามีเหตุผลเราก็โอเค แต่ถ้าไม่มีเหตุผล แล้วเอาเหตุผลมั่วๆ มาให้เรา ก็คิดว่าอันนี้น่าจะเอารัดเอาเปรียบเกินไปนะ บางคนเลือกที่จะปล่อยเพราะ กลัว หรือ เกรงใจ แต่ผมเลือกที่จะสู้ ถ้าคิดว่ามันถูกต้องไม่ค่อยปล่อยผ่าน แต่ถ้าบางอย่างเราควบคุมไม่ได้ก็ต้องปล่อย
คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”


