ถึงแม้พื้นที่ตัวเองอาศัยอยู่จะได้รับความเดือดร้อนก็ตาม แต่หัวใจนักสู้ไม่ยอมแพ้ สำหรับพระเอกหนุ่ม “อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์” ล่าสุดมีโอกาสได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องที่ได้รับผลกระทบหลายพื้นที่ด้วยกันทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ล่าสุดมีโอกาสได้เจอตัว “หนุ่มอั้ม” ได้ออกมาเล่าเหตุการณ์สุดสะเทือนใจให้ฟังว่า

ลงพื้นที่น้ำท่วมมาเป็นยังไงบ้าง

ก็ต้องบอกว่าคือเราเศร้าใจแล้วกัน คือบ้านเราก็น้ำท่วมในช่วงนั้นคือช่วงที่เราก็เห็นข้อมูลอยู่นะว่าน้ำจะมา แต่พอมันมามันไม่มีการเตรียมรับอะไรเลยเอาง่าย ๆ คือของก่อนพี่วันนั้นก็ต้องขนรถเอง ทะเบียนรถหาย พอรถติดยังไงก็ต้องช่วยตัวเองก่อนที่บ้าน ที่โรงงานก่อน คราวนี้พอโรงงานเริ่มโอเค พอคลังเริ่มโอเค ก็เริ่มกระเถิบมาดูรอบ ๆ เขต ว่าเขาเป็นยังไง แล้วพอเราไปถึงคือเราเห็นจิตอาสาทุกคนมารวมกัน ทุกคนช่วยอะไรได้ก็ช่วย แล้วก็อย่างไปที่เคหะร่มเกล้า วันนั้นคือเราคิดว่าก็น่าจะมีหลายหน่วยงานเข้าไปช่วยแล้ว แต่พอไปถึงมีหลายหน่วยงานช่วยก็จริง แต่เป็นจิตอาสาเกือบทั้งหมด มีหน่วยงานรัฐที่เป็นจิตอาสาบ้างก็มี เราก็ถามคนหน้างานว่าจริง ๆ รถมันเยอะเต็มไปหมด มันต้องมีจุดอำนวยความสะดวก มีศูนย์อำนวยการหรือเปล่า คนก็บอกว่าคือใครมีอะไรทำ คือทุกอย่างมาด้วยจิตอาสา แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นความเดือดร้อนเยอะมากกว่า เอาง่าย ๆ ตึกหนึ่งมีอย่างน้อย ๆ พันคน แล้ว 20 กว่าตึก

รถเรือก็เข้าไปไม่ถึง ที่สำคัญคือน้ำมิดหลังคา เราคิดต่อ ทำงานไม่ได้ พอน้ำลงเสร็จปุ๊บ จะเอาเงินที่ไหนมาซ่อมรถ มากิน มาซ่อมบ้าน แล้วมันไม่ใช่เฉพาะแค่ในกรุงเทพ พี่ก็ออกไปในโซนของปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา เกษตรกรอีก พอดินลด น้ำลดลง แต่ดินเขาไม่เหมือนเดิมได้ ภายในสามวัน มันก็เลยรู้สึก มันเป็นปัญหาใหญ่มาก แล้วรู้สึกเราเศร้าใจ เราอยากทำอะไรได้มากกว่านี้ แต่ก็คือมองว่าสิ่งที่ทำได้คือหนึ่ง โอเค มีทั้งถุงยังชีพทำได้ สองคือให้กำลังใจนะ ชาวบ้านบางทีเอาของไปให้ลืมรับของ มัวแต่ถ่ายรูปมัน ก็เป็นความสุขของเขาอย่างหนึ่งในระยะสั้น ๆ

พื้นที่ตรงนั้นไม่ได้น้ำท่วมทุกปีด้วยถูกไหม

คือเอาจากข้อมูลที่พี่ฟังจากคนพื้นที่เขาบอกว่าหลายที่ที่ท่วม ไม่คิดว่าจะท่วม ไม่เคยเป็นอะไรอย่างนี้ เขาก็เลยบางที่คือรับมือไม่ถูก ไม่มีคนมาคอยแบบเตรียมอย่างไร แต่ก็ต้องบอกว่าบางที่ก็ดีนะ อย่างเช่น ไปที่ฉะเชิงเทรา รู้สึกจะเป็นทางนายก อบต. ก็มีการจัดสรรวางแผนได้ดีให้ชาวบ้านมาอยู่ตรงศูนย์อำนวยการฉุกเฉิน ทำอาหารให้ อาหารไม่ขาดทุกคนอยู่โรงครัว แต่สิ่งที่เห็นคือก็ศาลาการเปรียญที่สามารถอยู่ได้ แต่ว่าเขาก็ไม่มีบ้านแหละมันก็เลยกระทบไปทุก ๆ ส่วนจริง ๆ สุดท้ายคือช่วยกันเอง แต่ก็มีหน่วยงานบางหน่วยงานที่เราเห็น จะเรียกว่านายอำเภอก็มี ที่เราเห็นกับตาเลยนะที่วางแผนดี นายก อบต. ก็มี ที่คอยเข้าออกตลอดเพราะเราได้คุยกับเขา บอกคือ เขาไม่ได้นอน ก็ต้องคอยดูชาวบ้านสลับเวรกันว่าวันนี้ใครอาหารหมด ไฟฟ้าช็อตหรือไม่ น้ำขึ้นหรือลง แต่บางที่ก็ต้องบอกว่า ไม่ได้เห็น ต้องบอกว่าไม่ได้เห็น แต่เขาอาจจะทำก็ได้ อันนี้ไม่รู้


ชาวบ้านมีโอกาสเล่าอะไรให้พี่อั้ม

เยอะครับ เยอะมาก เรียกว่าสัมภาษณ์กัน 3 วันก็ไม่หมด แต่สิ่งที่เจอคือหนึ่งก็จะมีคุณป้าคนหนึ่งนะ คือมาอยู่แถวดอนเมืองเอง วันนั้นที่เราไปเขาก็ไม่สบายน้ำสูงแค่แข้งเอง พอลงเสร็จปุ๊บก็เสียชีวิตเพราะว่าเขาเป็นฉี่หนู คือเป็นแผล ก็เดินลุยน้ำออกมารับของ ซึ่งน้ำไม่ได้สูงมาก คือเราเพิ่งเห็นอยู่กับตาเลยวันนั้น คือส่งของถุงยังชีพให้บอกป้าหายไว ๆ นะ อีก 2 วัน ทีมงานโทรมาบอกว่าคุณป้าเสียแล้ว มันก็เป็นเรื่องที่ต้องบอกว่ามันก็สะเทือนใจสิ่งที่เห็น เพราะว่าเราเห็นกับตา

พูดถึงเกี่ยวกับเรื่องเงินเยียวชาวบ้านหน่อย

เชื่อว่าทุกคนพูดกันไปเยอะแล้วนะไม่ต้องถามพี่ก็ได้เนอะ พูดกันเต็มฟีดและต้องบอกว่าสิ่งที่เห็นนะเอาง่ายๆ ถุงยังชีพหนึ่ง น่าจะ 500 กับ 1,000 ต้องมี เพราะเราต้องซื้อของ แล้วอย่างง่ายๆ ของที่บ้านเราของบางอย่างต้องซ่อม ทำงานไม่ได้ มันค่อนข้างสูญเสียเยอะ เอาที่เห็นกับตาเลยละกันเช่นที่เคหะร่มเกล้า คลองจั่นเองก็ตาม คือรถพังเป็นคันๆ มันก็ไม่พออยู่แล้ว ก็ไม่พูดอะไรละกันนะพี่ว่าพูดกันเต็มฟีด และก็ฟังตามนั้นดีกว่า

คลิกอ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม