กลายเป็นประเด็นที่คนในวงการบันเทิงให้ความสนใจอย่างมาก หลังกรณีภาพยนตร์เรื่อง "นาคี 3 ครุฑา นาคี" มีประเด็นเรื่องการใช้เทคนิค CG ดัดแปลงภาพการแสดงของ "แต้ว ณฐพร พรประภา" จนเจ้าตัวต้องยื่นหนังสือคัดค้านเนื่องจากกระทบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ ล่าสุดนักแสดงมากฝีมือ "นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา" ได้ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงมุมมองต่อประเด็นการใช้ CG และเทคโนโลยี AI กับสิทธิ์ของนักแสดงในยุคดิจิทัล

นุ่นเคยเจอตัดต่อ CG เหมือน แต้ว ณฐพร ไหม ที่เราไม่คิดว่าจะมีสิ่งนี้เกิดขึ้น?

"เคสแบบนี้ยังไม่เคยเจอนะคะ นุ่นว่าอาจจะเป็นเรื่องใหม่ที่ทุกๆ วงการน่าจะเจอ การที่เอา AI มาทำงานด้วย แล้วบางสิ่งบางอย่างมันอาจจะไม่เคยได้เกิดขึ้นมาก่อน อย่างเคสแบบนี้นุ่นว่าก็คงไม่เคยมีเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะในประเทศเรา การที่เราฉุกคิดประเด็นนี้และเอามาพูดถกกันว่า ปลายทางการใช้ AI ไม่ใช่เรื่องผิด อย่างตอนนี้หน้าของนุ่นอาจจะไปโผล่ที่ละครสั้นสักเรื่องก็ได้

การปกป้องสิทธิ์นักแสดงและผลงานอาจจะเป็นเรื่องใหม่ที่เรายังไม่เคยทำ คิดว่าน่าจะใช้โอกาสนี้พูดถึงกรอบการทำงานที่ดี น่าจะดีค่ะ"

เคยเจอไหมที่แสดงอะไรไปแล้ว แล้วเขาไปตัดต่อ ไม่เหมือนที่เราแสดง?

"อ๋อ เพียบเลยค่ะ อย่างวันนี้นุ่นอาจจะมาสัมภาษณ์ไป 10 นาที แต่อาจจะโดนตัดไป 5 วิ ในบางประโยคแล้วเอาไปใช้ต่อ โดยที่ผู้ชมหลายท่านอาจจะไม่ได้เห็นทั้งหมดว่าเรากำลังพูดบริบทอะไรอยู่ มันมีเกิดขึ้นอยู่แล้วและบ่อยด้วย

ถ้าถามว่าป้องกันได้มั้ย ป้องกันยาก แต่ถ้าถามว่าทำได้ดีที่สุดแค่ไหน คนดูเองอาจจะต้องคิดและรู้สึกเอ๊ะว่า สิ่งนี้มาจากไหน ก็ช่วยๆ กันมากกว่า เราพูดเองในฐานะตอนที่เราสัมภาษณ์มันก็สนุกเนอะ ก็พูดไปเรื่อยๆ อย่างนุ่นพูดบทในละคร แล้วมีคนเอาไปตัด ถ้าใครไม่รู้ ก็จะสร้างความเสียหายได้

ดังนั้นเราพยายามปลูกฝังเรื่องเกี่ยวกับจริยธรรม หรือว่ารณรงค์ให้คนเสพเข้าใจมากขึ้น นุ่นว่าเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าค่ะ"

อย่างเคสของ แต้ว ในหนัง ซึ่งโดนทำ CG โชว์หน้าอก ทั้งๆ ที่เราไม่ได้โชว์หน้าอก แบบนี้เราจำเป็นต้องแย้งไปไหม?

"ในฐานะตัวนุ่นนะ นุ่นไม่รู้บริบทเบื้องหลังเหตุการณ์นี้ แต่นุ่นว่ามันอยู่ที่การคุยกันและความยินยอมพร้อมใจ เดี๋ยวนี้มันมีกฎหมาย PDPA อยู่แล้ว และนักแสดงเองจะต้องเซ็นการยินยอมเพื่อให้ผลงานเอาไปใช้แบบไหนได้บ้าง นุ่นว่าตอนนี้ข้อกฎหมายพอมันไม่ได้ถูกพูด ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการยินยอม พอมันมีช่องโหว่บางอย่าง ก็ต้องเอาเคสแบบนี้มาขยายความให้มันเติมเต็มมากยิ่งขึ้น 

จริงๆ เคสแบบนี้ทำให้งานต่อไป นุ่นเชื่อว่านักแสดงหรือทุกคน แม้แต่อินฟลูเอ็นเซอร์หรือใครก็ตาม อาจจะต้องมาฉุกคิดว่า ฉันยินยอมให้ใช้ได้แค่ไหน อาจจะเป็นกฎหมายหรือข้อบังคับที่พึงกระทำได้มากกว่านี้ค่ะ

ซึ่งนุ่นมองว่ามันอยู่ที่การเซ็นสัญญาว่าจ้าง เพราะเรามีอาชีพรับจ้าง เมื่อก่อนอาจจะหยวนๆ สบายๆ แต่เดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยน เราเองก็ต้องคุยกัน และผู้ผลิตก็ต้องปกป้องตัวเองด้วย บางทีคุยกันปากเปล่า มันก็โอเค ต่อให้เขียนประโยคแต่ถ้ามันยังไม่สิ้นข้อสงสัยหรือมีช่องโหว่ ก็ทำให้คนตีความไม่เหมือนกัน ต่อไปในทุกๆ งานที่เกิดขึ้น อาจจะต้องรัดกุมมากขึ้น ซึ่งเคสนี้อาจจะทำให้คนที่รับงานขออ่านรายละเอียดมากกว่านี้ค่ะ

และพอโลกมันเปลี่ยน เราอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน โดยเฉพาะข้อตกลงของสัญญา เดี๋ยวนี้ทุกๆ งานของนุ่น นุ่นมีทีมกฎหมายนะ แต่ก่อนถ้าไม่มีตังจ้างทีมกฎหมายก็ใช้ AI เหมือนกัน คือ AI สำหรับนุ่นมันไม่ใช่โทษ ถ้าเอาเขามาใช้ประโยชน์ที่ดีค่ะ".

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม