กลายเป็นประเด็นร้อนกับ "สมรักษ์ คำสิงห์" อดีตฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก หลังเด็กสาววัย 17 ปี แจ้งความกล่าวหาว่าถูกนายสมรักษ์ ล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน จ. ขอนแก่น ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2566 ที่ผ่านมา 

ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จ.ขอนแก่น สั่งจำคุก 1 ปี 12 เดือน ไม่รอลงอาญา ในคดีพรากผู้เยาว์หญิงวัย 17 ปี พร้อมทั้งให้ชดใช้สินไหมเพิ่มเป็น 80,000 บาท

สำหรับประวัติ "สมรักษ์ คำสิงห์"

- บาส สมรักษ์ คำสิงห์ หรือ นาวาตรี สมรักษ์ คำสิงห์ เกิดเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2516 ภูมิลำเนาเป็นคนจังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันอายุ 53 ปี มีบุตร 2 คน ซึ่งทั้งคู่เป็นที่รู้จักในสื่อโซเชียลมีเดีย

- "บาส สมรักษ์" เกิดในครอบครัวยากจน เป็นลูกคนกลาง ในจำนวนลูกทั้ง 3 คน เหตุที่มีชื่อเล่นว่า "บาส" ก็เพราะต้องการให้คล้องกับชื่อเล่นของพี่ชายซึ่งเป็นนักมวยด้วยเหมือนกัน

- ด้วยเหตุที่สมรักษ์มีพ่อเป็นนักมวยเก่า จึงได้รับการฝึกการชกมวยไทยมาตั้งแต่เด็ก ขึ้นชกมวยครั้งแรกขณะอายุได้ 7 ปี และได้ตระเวนชกตามเวทีงานวัดต่าง ๆ จนทั่ว และได้รับการทาบทามจาก ณรงค์ กองณรงค์ หัวหน้าคณะณรงค์ยิมให้มาร่วมค่าย สมรักษ์จึงขอขึ้นชกมวยไทยในชื่อ "สมรักษ์ ณรงค์ยิม" และกลายเป็นนักมวยมีชื่อในแถบจังหวัดขอนแก่น

- จากนั้นได้เข้ามาชกมวยในกรุงเทพฯ และได้ไปเรียนที่ โรงเรียนผดุงศิษย์พิทยา โดยชกทั้งมวยไทย และมวยสากลสมัครเล่น จากนั้นในช่วงที่สมรักษ์เรียนอยู่ชั้นมัธยม 2 พ่อก็ถึงแก่กรรม

- สมรักษ์ เริ่มเข้าแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นในนามของโรงเรียน เมื่อ พ.ศ. 2528 เมื่ออายุ 12 ปี โดยมีพิกัดน้ำหนัก 52 กิโลกรัม เมื่อเรียนจบ ม.6 จากโรงเรียนผดุงศิษย์ฯ ได้รับการทาบทามจาก สโมสรราชนาวี ให้ชกมวยสากลสมัครเล่น ในนามของสโมสรและจะบรรจุให้เข้ารับราชการในกองทัพเรือด้วย สมรักษ์จึงตอบตกลง และประสบความสำเร็จได้ทั้งแชมป์ประเทศไทยและเหรียญทองกีฬาแห่งชาติ

- สมรักษ์ คำสิงห์ เข้าสู่ทีมชาติครั้งแรก ในการแข่งขันโอลิมปิก ที่บาร์เซโลนา ในปี พ.ศ. 2535 

- สมรักษ์ เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาเป็นครั้งแรก จากการเป็นนักกีฬาไทย ที่ได้เหรียญทองเพียงคนเดียว ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 12 ในปี พ.ศ. 2537 ที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นเกือบจะถูกตัดสิทธิ์เพราะตรวจสมรรถภาพร่างกายไม่ผ่านในครั้งแรก

- สมรักษ์ ได้เหรียญทองจากกีฬาซีเกมส์ที่เชียงใหม่ และผ่านการคัดเลือกไปแข่งกีฬาโอลิมปิกรอบสุดท้ายได้ในปี พ.ศ. 2538 

- "สมรักษ์ คำสิงห์" มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักโด่งดังสุดขีด ในฐานะเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยคนแรก ที่ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1996 ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ใน พ.ศ. 2539 ทำให้เขากลายเป็นบุคคลชื่อดังไปในทันที เป็นซูเปอร์สตาร์ของเมืองไทยอีกคน

-  ด้วยความเป็นคนมีบุคลิกเฮฮา มีสีสัน น่าสนใจ "สมรักษ์" ก็มีงานในวงการบันเทิงเข้ามา เริ่มจาก ละครเรื่อง "นายขนมต้ม" ทางช่อง 7 ที่รับบทเป็น นายขนมต้ม พระเอกของเรื่อง โดยประกบคู่กับ "น้ำฝน กุลณัฐ ปรียะวัฒน์" และเพื่อน ๆ นักมวยรุ่นพี่อีกหลายคน

- จากนั้นสมรักษ์ก็มีงานเข้ามาไม่ขาดสาย มีทั้งละคร ภาพยนตร์ หลายสิบเรื่อง และมีผลงานเพลง ตามมาอีกหลายชิ้น ทำให้เขาถูกมองว่า เอาใจใส่ในการชกมวยน้อยลง จนมีข่าวว่าซ้อมน้อยลงบ้าง หนีซ้อมบ้าง แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ยังยืนยันว่าฝีมือของตัวเองยังคงเหมือนเดิม ถึงขนาดกล้าทำนายผลการชกล่วงหน้า ซึ่งก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง และเขามีวลีติดปากว่า "ไม่ได้โม้"

- ปัจจุบัน สมรักษ์ ยังมีผลงานในวงการบันเทิง ออกมาเป็นระยะ ๆ สมรักษ์เคยทำธุรกิจหลายอย่างทั้ง ร้านหมูกระทะ ชื่อ "สมรักษ์ย่างเกาหลี" และมีค่ายมวย "ส.คำสิงห์" และชื่อของ สมรักษ์ คำสิงห์ ยังมีมาให้ได้ยินบ่อยครั้ง เนื่องจากลูกสาว "เบส คำสิงห์" ได้โด่งดังและมีชื่อเสียงในวงการบันเทิง มีผลงานการแสดงเข้ามาเรื่อย ๆ รวมถึงเป็นอินฟลูเอนเซอร์กันทั้งครอบครัว

- ต่อมา สมรักษ์ ได้เข้าสู่แวดวงการเมือง โดยในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 สมรักษ์ ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต 11 จ.ขอนแก่น สังกัดพรรคพลังประชารัฐ แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ก่อนจะถูกแจ้งความดำเนินคดีพรากผู้เยาว์ เด็กอายุ 17 ปี

- ก่อนที่ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จ.ขอนแก่น สั่งจำคุก 1 ปี 12 เดือน ไม่รอลงอาญา ในคดีพรากผู้เยาว์หญิงวัย 17 ปี พร้อมทั้งให้ชดใช้สินไหมเพิ่มเป็น 80,000 บาท

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม