เป็นอดีตนักมวยเหรียญทองโอลิมปิก 1996 และนักแสดงชื่อดัง สำหรับ “บาส สมรักษ์ คำสิงห์” ที่ล่าสุดถูก ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จ.ขอนแก่น สั่งจำคุก 1 ปี 12 เดือน ไม่รอลงอาญา ในคดีพรากผู้เยาว์หญิงวัย 17 ปี พร้อมทั้งให้ชดใช้สินไหมเพิ่มเป็น 80,000 บาท
โดยคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2566 เมื่อบาส สมรักษ์ ในวัย 53 ปี ได้เดินทางไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น จากนั้นได้รู้จักกับหญิงรายหนึ่ง และเมื่อสถานบันเทิงปิด “นายสมรักษ์” ได้พาหญิงคนดังกล่าวไปที่ห้องพักโรงแรม และได้กระทำอนาจาร
แต่ระหว่างนั้น “นายสมรักษ์” ได้สอบถามอายุผู้เสียหายก็บอกอายุ 17 ปี จึงได้หยุด ก่อนที่หญิงคนดังกล่าวจะโทรศัพท์ให้เพื่อนมารับ และไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก “นายสมรักษ์” เป็นเวลา 2 ปี 13 เดือน 10 วัน ก่อนที่ สมรักษ์ จะประกันตัวออกมาด้วยวงเงิน 300,000 บาทเพื่อยื่นอุทธรณ์คดี
ล่าสุดวันนี้ (20 ต.ค. 2569) เวลา 09.45 น. “บาส สมรักษ์ คำสิงห์” ได้เดินทางมาถึงศาลอุทธรณ์ภาค 4 เพื่อฟังคำพิพากษาคดีที่เกี่ยวข้องกับหญิงอายุ 17 ปี โดยมีผู้ติดตามประมาณ 10 คนเดินทางมาให้กำลังใจ ก่อนศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาประมาณ 50 นาที
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้อ่านคำพิพากษาแก้คำตัดสินของศาลชั้นต้น โดยเห็นว่า ในข้อหาพยายามข่มขืนกระทำชำเรารวมถึงข้อหาเกี่ยวกับการใช้กำลังประทุษร้ายนั้นยังมีเหตุสงสัย จึงพิพากษายกฟ้องในส่วนนี้ คงเหลือความผิดฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร (โดยผู้เยาว์เต็มใจ)
และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง กำหนดโทษจำคุกรวม 1 ปี 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมอีก 80,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ซึ่งเมื่อรวมกับเงินเยียวยาที่เคยนำมาวางไว้ก่อนหน้านี้ รวมเป็นเงินชดใช้ทั้งสิ้น 200,000 บาท
ด้านนายอธิวัฒน์ เนียมมีศรี ทนายความฝ่ายโจทก์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงจากศาลว่า วันนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษาในคดีของ“นายสมรักษ์ คำสิงห์” โดยก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 2 ปี 13 เดือน 10 วัน แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้ โดยยกฟ้องในส่วนข้อหาพยายามข่มขืนกระทำชำเรา เนื่องจากศาลยังมีเหตุสงสัย ขณะที่ความผิดฐานพรากผู้เยาว์ ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี 12 เดือน พร้อมให้ชำระค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมจากเดิมอีก 80,000 บาทแก่ผู้เสียหายและครอบครัว
ส่วนจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง โดยในส่วนของผู้เสียหาย ตนในฐานะทนายความโจทก์ร่วมมีความประสงค์จะยื่นฎีกาต่อในประเด็นที่ยังไม่เห็นพ้องกับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยเฉพาะข้อหาพยายามข่มขืน ซึ่งยังติดใจและยังเชื่อในคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นว่าจำเลยมีความผิดในประเด็นนี้
นายอธิวัฒน์กล่าวว่า การดำเนินการในชั้นฎีกาจะมุ่งเฉพาะจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 เมื่อศาลทั้งสองชั้นมีคำพิพากษายกฟ้องแล้วก็คงจบในส่วนนั้น สำหรับโทษจำคุก 1 ปี 12 เดือน ศาลอุทธรณ์ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขอื่นเป็นพิเศษ ขณะที่ฝ่ายผู้เสียหายจะยังต่อสู้คดีในชั้นฎีกา โดยตนยังเชื่อว่าผู้เสียหายไม่ได้มีเจตนายินยอมต่อการกระทำของจำเลย และยังติดใจในประเด็นดังกล่าว
และในตอนนี้ "สมรักษ์ คำสิงห์" อยู่ในระหว่างรอประกันตัว.
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม


