ยังเป็นดราม่าร้อนที่ถูกจับตา สำหรับกรณี น้องพายุ ลูกชาย ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต และ น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ แข่งรถในการแข่งขันโกคาร์ทเยาวชนรายการ “TrueVisions – TOYOTA Junior Kart Championships 2026 (สนามที่ 3)” ณ สนามพีระเซอร์กิต จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2569 ที่ผ่านมา 

แต่งานนี้ ปอ ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ คุณพ่อของ น้องแมคลาเรน ลูกชาย ซึ่งลงแข่งรายการนี้เช่นกัน ยื่นประท้วงเนื่องจากสงสัยเรื่องสเปกเครื่องยนต์ของรถน้องพายุ จนเป็นดราม่าในเวลานี้

ล่าสุด ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา (ร.ย.ส.ท.) ก็ได้จัดแถลงข่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดย นายพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ นายกสมาคมฯ กล่าวว่า เมื่อวันพุธก็ได้ให้ผู้จัดเข้ามาเพื่อสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น และให้รวบรวมเอกสารทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณา ก็เป็นห่วงเด็กที่แข่งเพราะทุกคนมีความตั้งใจ 

แต่ต้องเข้าใจว่าการประท้วงเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ว่าการประท้วงครั้งนี้ไม่ได้ประท้วงนักแข่ง น้องๆ ทำหน้าที่ได้ดีสมบูรณ์แบบ เพียงแต่มีข้อสงสัยเรื่องกติกาเทคนิคที่เกิดขึ้น ก็เป็นสิทธิ์คนที่ประท้วง กรรมการก็ต้องหาคำตอบว่าผิดกฎจริงหรือไม่ ซึ่งผู้จัดก็มีความผิดพลาดในเรื่องการสื่อสาร เพราะการประท้วงควรจะจบที่สนามแข่ง ไม่ใช่จบที่ ร.ย.ส.ท. เพราะเป็นปลายทาง ถ้ามีการตัดสินแล้วไม่ยอมรับ สามารถอุทธรณ์ต่อได้ที่ ร.ย.ส.ท. 

แต่พอเกิดเหตุการณ์เลยจำเป็นต้องเรียกกรรมการมาและสอบถามเรื่องกติกาที่ใช้ รวมถึงกติกาที่ต่างประเทศกำหนด ก่อนจะให้ทางผู้จัดการสมาคมอธิบายถึงเรื่องนี้ว่าตรงไหนผิดหรือถูก

จากนั้นผู้จัดการสมาคมฯ ก็ได้นำชิ้นส่วนเสื้อสูบที่มีประเด็นมาให้ได้ชม และบอกว่าได้รับเอกสารจาก IAME อธิบายว่าชิ้นส่วนด้านซ้ายสุดซึ่งคือเสื้อข้อเหวี่ยง จะมีเลขกำกับอยู่ เอกสารอธิบายว่าเลข crankcase ต้องใช้กับฝาสูบไหน 

ต่อมานายกสมาคมฯ อธิบายว่า ถ้าดูจากเอกสาร ถามว่าวันนี้ผิดไหม คำตอบคือ “ผิด” นะครับ เพียงแต่ ณ ตอนนี้ทาง ร.ย.ส.ท. ไม่ได้มีอำนาจในการประท้วงเทคนิค ให้มาตรวจสอบว่าผิดหรือไม่ผิด เรามีคำตอบได้อย่างเดียวคือ “ผิด” นะครับ เมื่อผิดเราก็จะส่งผลไปให้ผู้จัด เพื่อทำการประกาศผลการแข่งขัน อันนี้เป็นเรื่องของการแข่งขัน 

ซึ่งหน้าที่ของ ร.ย.ส.ท. คือดูแลเรื่องกฎกติกาเท่านั้น เราไม่มีอำนาจที่จะไปตัดสินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสนาม เราไม่ได้เห็นเหตุการณ์จริงว่าเกิดอะไร แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันไม่เกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับนักแข่ง เป็นเรื่องกติกาเทคนิค ซึ่งพิสูจน์ได้ในเอกสาร ส่วนถ้าเกิดมีข้อซักถามอะไรขอให้กลับไปถามที่ผู้จัด จริงๆ วันนี้เชิญผู้จัดมาด้วย แต่เผอิญเขาเข้า รพ. ไปแล้วเพราะเครียดจัด 

นอกจากนี้ทางสมาคมฯ กล่าวว่า เป็นห่วงจิตใจของน้องๆ เพราะตั้งใจแข่ง และเด็กๆ ต่างมีฝีมือ เราอยากเห็นเด็กๆ สานต่อ อย่าทำให้เหตุการณ์นี้ไปสะดุด ส่วนผู้ปกครองก็ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ได้มีความรู้เทคนิค ก็ต้องกลับไปถามผู้จัดว่าในเมื่อกติกาห้าม ทำไมถึงทำ

เมื่อถามว่าเสื้อสูบอันนี้ไม่อยู่ในฐานะที่ใช้ได้ใช่ไหม ก็ได้รับคำตอบว่า ใช่ เขามีสเปกกำหนดอยู่แล้ว สามารถพิสูจน์ได้จากเลขเครื่อง มาร์กกิ้งต่างๆ เพียงแต่อันที่เปลี่ยนเข้าไปไม่ตรงกับรุ่นที่เขากำหนด เพราะรุ่นที่เด็กแข่งคือ One Make Race เครื่องยนต์ต้องเหมือนกันหมด ผมจะไม่พูดว่าทำให้แรงขึ้นหรือไม่แรงขึ้น เอาเป็นว่ามันผิดกติกา ถ้าพูดว่าแรงขึ้นหรือไม่แรงขึ้นเดี๋ยวมันจะต่อกันยาวอีกว่า ถ้าแรงแล้วทำไมน้องพายุยังอยู่ในกลุ่ม เพิ่งมาแซงรอบสุดท้าย ผมห่วงเรื่องดราม่าที่มันเกิดขึ้น เอาเป็นว่าเครื่องยนต์ที่ใช้วันนี้ไม่ถูกต้องตามกฎที่เขากำหนด

กับคำถามว่าทีมงานของน้องพายุให้ผู้จัดตรวจตั้งแต่แรกและซีลผ่านแล้ว แสดงว่าเกิดความผิดพลาดจากทางผู้จัดใช่ไหม ทางสมาคมตอบว่า คือการตรวจครั้งแรกส่วนใหญ่เป็นการตรวจสภาพรถภายนอก ไม่ได้ตรวจภายใน หลังจากจบการแข่งขันแล้วถึงเรียกตำแหน่ง 1-5 เข้ามาตรวจ เมื่อเข้ามาตรวจเห็นข้อผิดปกติ แต่จริงๆ เขาควรจะตัดสินที่โน่นตั้งแต่เจอเหตุการณ์นี้แล้ว แต่เรื่องนี้กลับถูกโยนที่ ร.ย.ส.ท. ตอนนี้กลายเป็นลัดขั้นตอนหมดเลย ผมและกรรมการกังวลเพราะเราทำงานเต็มที่ อันนี้เร็วสุดตั้งแต่มีการประท้วงขึ้นมา

ถามว่าแข่งขันใหม่ไหมคงไม่ใช่ เขาต้องไปตัดสินใจว่าถ้าทางนี้บอกว่าผิดกฎเทคนิคแล้ว ไม่อยากใช้คำว่าเขาจะ Disqualified หรือปรับอะไร เป็นอำนาจของผู้จัดในกีฬาประเภทนั้น ส่วนบทลงโทษอันนี้เป็นขั้นต่อไป ก็คงมีกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ต่อไป แต่ในอำนาจเราไม่สามารถลงลึกถึงช่างที่ทำ หรือไปลงโทษ เป็นอำนาจของผู้จัดแต่ละรายการที่กำหนดกฎกติกา 

หลังจากนี้ก็คุยกับผู้จัดว่าจะแก้ไขยังไงในอนาคต ต่อไปนี้เรื่องกติกาตัดสินต้องชัดและเคลียร์มากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นก็เกิดปัญหาซ้ำซาก ส่วนเรื่องยื่นอุทธรณ์ ตอนนี้มันผิดขั้นตอนอยู่ ปกติการยื่นอุทธรณ์ต้องหลัง 96 ชม. หลังแข่งขันจบ แต่ผลการประท้วงต้องจบก่อน แต่ตอนนี้ผลประท้วงมาที่ ร.ย.ส.ท. แล้วกลับไปที่โน่น ถ้าตามกฎจริงๆ มันเลยเวลาแล้ว ผมคิดว่าผู้ปกครองไม่ต่อ เพราะถ้าต่อ ความเสียหายกับเด็กมีมากกว่า เด็กๆ ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ เดี๋ยวเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อกัน อย่าทำให้เขาเสียกำลังใจ และควรยุติเรื่องนี้ได้แล้ว

ก็แปลกใจมากที่เกิดดราม่าขนาดนี้ ไม่ได้คาดคิด แต่ดีเหมือนกัน อย่างน้อยทำให้คนสนใจมอเตอร์สปอร์ตมากขึ้น สามารถปลุกกระแสขึ้นมา ทำให้คนรู้จัก ร.ย.ส.ท. ด้วย ขอบคุณที่มาเยี่ยมด้วย

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม